ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/243821

หมอบกราบพระบรมศพ 11ช้างมงคล ส่งเสียงร้องดัง‘กึกก้อง’
หมอบกราบพระบรมศพ
11ช้างมงคล
ส่งเสียงร้องดัง‘กึกก้อง’
ประชาชนสุดแสนตื้นตันใจ
MVเพลงสรรเสริญตัดต่อเสร็จ
‘ท่านมุ้ย’ให้นายกฯชมตัวอย่าง
รอทูลเกล้าฯพระบรมฯวินิจฉัย
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ 26 ของพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
เวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และคุณพลอยไพลิน เจนเซน ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดจักรวรรดิราชวาส สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
จากนั้นเวลา 15.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ปักหลักตากฝนเข้ากราบพระบรมศพ
ส่วนบรรยากาศบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจำนวนมากยังมารอตั้งแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แม้จะมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืนวันที่ 7 พฤศจิกายนจนถึงช่วงเช้าวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยแต่ละคนถือร่ม สวมเสื้อกันฝนยืนรอต่อแถวอย่างมุ่งมั่น ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น. ด้านประตูวิเศษไชยศรี กระทั่งเวลา 08.30 น. ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) และเปลี่ยนเส้นทางให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะทางประตูมณีนพรัตน์
สรุป10วัน2.8แสนคน
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีจำนวน 34,712 คน รวม 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม- 7 พฤศจิกายน มีจำนวนประชาชนที่เดินทางมาทั้งสิ้น 283,716 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,716,758 บาท รวม 10 วัน เป็นเงิน 17,160,972.50 บาท
พระราชทานข้าวต้มเห็ดหอม
ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกให้ประชาชน สำหรับเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ ประกอบด้วย มื้อเช้าข้าวต้มเห็ดหอม นมหนองโพ มื้อเที่ยง ซูชิ สลัดผัก คั่วกลิ้ง ซาลาเปาและผลไม้ ส่วนอาหารว่างช่วงบ่ายเป็นขนมไทยพร้อมเฉาก๊วย มื้อเย็นข้าวกระเพราปลาดุก ข้าวหมูทอด น้ำสมุนไพรและน้ำดื่มให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน
ช้าง11เชือกสักการะพระบรมศพ
เมื่อเวลา 09.09 น. ด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ฝั่งกระทรวงกลาโหม นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยา แล เพนียด และประธานมูลนิธิคชบาล นำช้างจากวังช้างอยุธยาแลเพนียดจากจ.พระนครศรีอยุธยา 11 เชือก แต่งเครื่องคชาภรณ์ โดยช้างพลายวังเป็นช้างนำอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านคู่กับพระเศวตอดุลยเดชพาหน ช้างเผือกประจำพระองค์มีความใกล้ชิดกับพระองค์ท่าน ซึ่งได้พระราชทานมาให้กลุ่มชาวช้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ พร้อมผู้แทนคชสารทั่วแผ่นดินประมาณ 200 คนมาร่วมกราบสักการะพระบรมศพ แสดงความอาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อช้างไทย
โดยนายลายทองเหรียญกล่าวว่า ชาวช้างทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชที่ทรงมีต่อช้างไทยมาตลอด ทรงทำให้ช้างกับคนอยู่ร่วมกันได้ เป็นจุดเริ่มต้นให้มีกฎหมายคุ้มครองช้างมากมาย เช่น กฎหมายห้ามค้างาช้าง กฎหมายตรวจสอบช้างและกองทุนต่างๆ ทำให้ชาวช้างรักพระองค์มาก
“วันนี้ได้ทำสมความตั้งใจถึงแม้จะอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า แต่ทุกคนรู้สึกภูมิใจที่ทำถวายพระองค์ได้สำเร็จ ส่วนการเตรียมตัวจัดกิจกรรมครั้งนี้ ต้องใช้เวลาถึง 12 วันกว่าจะมาถึงวันนี้”นายลายทองเหรียญกล่าว
ขบวนช้างพลายส่งเสียงกึกก้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทางขบวนช้างและทางกลุ่มชาวช้างเคลื่อนมาถึงหน้าพระบรมมหาราชวัง ได้หยุดยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีหน้าประตูมณีนพรัตน์ จากนั้นได้ทำการแปลงแถว ก่อนที่ช้างจะนั่งลงยกงวงถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนกลุ่มชาวช้างก็นั่งลงกับพื้นก้มกราบหันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลุกขึ้นแล้วแปลงแถววน 4 ทิศเพื่อให้ประชาชนได้ถ่ายรูปและแสดงความชื่นชม ทางช้างยกขาหน้าชูงวงส่งเสียงร้องดังพร้อมกันกึกก้อง สร้างความประทับใจให้ประชาชนโดยรอบอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การแสดงของขบวนช้างใช้เวลาทั้งหมด 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ ทั้งนี้ ก่อนขบวนช้างจะถวายสักการะพระบรมศพ ฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่เมื่อขบวนช้างเริ่มถวายสักการะพระบรมศพ ฝนหยุดตกทันทีเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ประชาชนที่เฝ้าชมเหตุการณ์อย่างยิ่ง
สำหรับช้างทั้ง 11 เชือก ประกอบด้วย พลายดัมโบ้ พลายเพื่อนแก้ว พลายงาทอง พลายสีดอบุญรอดพลายสยาม พลายวัง พลายกิ่งแก้ว พลายบิ๊ก พลายยอดรัก พลายมรกต และพลายปีเตอร์ ซึ่งทั้งหมดเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งเสด็จฯทุ่งมะขามหย่อง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555
ปลื้มใจขบวนช้างแสดงความภักดี
ขณะที่นางเสาวนีย์ เหมะรังคะ อายุ 55 ปี ชาวกทม.เปิดเผยว่า ตั้งใจมาชมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และเมื่อมาได้เห็นก็รู้สึกตื้นตันปลื้มใจมากที่ขบวนช้างเหล่านี้เดินทางไกลเพื่อมาถวายความอาลัย
เช่นเดียวกับ นางสุจินต์นา สำฤทธิ์รณชัย อายุ 67 ปีระบุว่าตั้งใจมาชมความงามการเคลื่อนขบวนช้าง เห็นแล้วรู้สึกปลื้มใจภูมิใจมาก และสัมผัสได้ถึงความจงรักภักดีที่ช้างและคนไทยทุกคนมีต่อพระองค์
มิวสิกวิดีโอเพลงสรรเสริญเสร็จแล้ว
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประชุมม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อมคณะ เสด็จฯเข้าพบนายกฯ และทรงนำมิวสิกวิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ประชาชนร่วมกันร้องที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมาตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำมาให้ชมเป็นตัวอย่าง ก่อนเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯและนำเผยแพร่ต่อไป โดยใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที
ม.จ.ชาตรีเฉลิมประทานสัมภาษณ์ว่า มิวสิกวิดีโอนี้ไม่ใช่เพียงตนเป็นคนทำเพียงคนเดียว แต่เป็นประชาชนคนไทยกว่า 3 แสนคนร่วมกันทำ และถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่ง โดยก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอนี้ทางทีมงานจะมีการประชุมกันอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้มิวสิกวิดีโอหลุดออกมาก่อน แต่อยากให้เผยแพร่พร้อมกัน ทั้งสื่อโทรทัศน์ โรงภาพยนตร์ รวมถึงป้ายโฆษณา และจะมีเวอร์ชั่นเดียวเท่านั้น ตนอยากให้ทุกคนคิดว่า สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดเป็นการร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รอทูลเกล้าพระบรมฯทรงวินิจฉัย
ม.จ.ชาตรีเฉลิมกล่าวต่อว่า หลังนายกฯชมตัวอย่างแล้ว ชอบมาก ซึ่งเหลือเพียงการนำกราบบังคมทูล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารว่า ทรงมีพระราชวินิจฉัยออกมาอย่างไร สำหรับมิวสิกวิดีโอนี้ จะพูดถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงแรก ความยาว รวม 10 นาที และได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั้งหมดแล้ว เรื่องการปล่อยมิวสิกวิดีโอ สำหรับภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ ยังไม่ได้มีแผนทำออกมา
นายกฯน้อมนำคำสอนในหลวงมาใช้
หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี ของ ม.จ.ชาตรีเฉลิมเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องทูลขอพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องจากมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอยู่ด้วย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและช่วงเวลาเผยแพร่ ทั้งนี้ พระราชดำรัสของพระองค์ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์นั้น ยังสามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลนำพระราโชบายของพระองค์มาปรับใช้เป็นนโยบายให้สำเร็จและเกิดการปฎิบัติตาม
ตั้งชุดฉก.รับคลื่นมหาชน12-13พย.
ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) แถลงหลังประชุม กอร.รส.ว่ากองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กทม. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกันเพื่อเตรียมรับมือวันที่ 12-13 พฤศจิกายน ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับพระราชทานปริญญาบัตร ตรงกับวันหยุดที่จะมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ
ปัดห้ามลอยกระทงแค่ขอความร่วมมือ
พล.ต.ท.อำนวยกล่าวต่อว่า วันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันลอยกระทงจากที่มีข้อสงสัยว่า บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้ากับสะพานพระราม 8 จะจัดงานลอยกระทงได้หรือไม่ ขณะนี้มีคำตอบชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้ห้ามจัดประเพณีนี้ แต่ถ้าขอความร่วมมือให้เป็นลักษณะแสดงความอาลัย ดังนั้น จึงไม่มีการจัดประกวดนางนพมาศและเรื่องพลุไฟ โคมลอย ห้ามจุดเด็ดขาด โดยวันที่ 11 พฤศจิกายน ผู้ว่าฯกทม.จะตรวจโป๊ะ ท่าเรือเตรียมรับมือวันลอยกระทง
ชาวเขา999คนกราบพระบรมศพ9พ.ย.
ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)เปิดเผยว่า วันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ณ วิหารคต วัดเบญจมบพิตรฯ พม.จะจัดกิจกรรม “ 999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง” โดยจะนำราษฎรบนพื้นที่สูงจาก 20 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 9 ชนเผ่า รวมทั้งสิ้น 999 คน เดินทางโดยรถไฟเข้ากทม.เพื่อกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการเข้าสักการะพระบรมศพฯ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป
ม้งดอยปุยรวมใจแสดงความอาลัย
เช่นเดียวกับ ชาวไทยเชื้อสายม้งจากบ้านม้งดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงใหม่จากทั่วทุกพื้นที่ของจ.เชียงใหม่ แต่งชุดประจำเผ่าเดินเท้าจากหมู่บ้านบนยอดดอยไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ระยะทาง 40 กิโลเมตร เพื่อเข้าร่วมพิธีถวายความจงรักภักดีและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเครือข่ายม้งจ.เชียงใหม่จัดขึ้น และมีการแปรขบวนเป็นรูปหัวใจ มีเลขเก้าไทยอยู่ตรงกลาง และการเป่าแคนม้งโดยผู้นำม้ง 70 คน ซึ่งงานดังกล่าวมีชาวม้งประมาณ 5,000 คนเข้าร่วม นอกจากการจัดพิธีครั้งนี้แล้ว เครือข่ายชาวม้งยังมีเป้าหมายรวบรวมเงินบริจาคจากชาวม้งให้ได้ 500,000 บาท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายขอเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งจะรวบรวมผักและอาหารจำนวน 5 ตัน เพื่อมอบให้กับโรงทานที่ปรุงอาหารเลี้ยงประชาชนที่เข้าร่วมกราบพระบรมศพด้วย