ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/246146

ตามหา11คน ใน9ภาพแห่งความภักดี ร่วมร่ำไห้อาลัย‘ในหลวงร.9’
ตามหา11คน
ใน9ภาพแห่งความภักดี
ร่วมร่ำไห้อาลัย‘ในหลวงร.9’
เล่าความรู้สึกบันทึกจม.เหตุ
กทม.เล็ง‘บิกคลีนนิ่ง’1-2ธค.
การบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 41
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหารและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 22 พฤศจิกายน โดยมีราชสกุลจิตรพงศ์ ราชสกุลยุคล และราชสกุลอิศรางกูร ณ อยุธยา ร่วมในพระราชพิธี ต่อมาเวลา 11.00 น.พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึกทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร จำนวน 8 รูป
เวลา 17.30 น. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดราชสิทธารามราชวรวิหารสวดพระอภิธรรม
วิลแชร์เกราบพระบรมศพชุดแรก
ขณะที่บริเวณโดยรอบสนามหลวง ประชาชนจำนวนมากยังเดินทางมารอเข้าแถวกราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่น ซึ่งวันนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวิลแชร์เข้าสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรกเวลา 04.45 น. จากนั้นเวลา 04.50 น.ถึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ากราบพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน มีจำนวน 37,820 คนรวม 25 วัน มี 788,118 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 2,595,403.75 บาท รวม 25วัน เป็นเงิน 57,628,355บาท
กทม.เล็งจัดบิ๊กคลีนนิ่ง1-2ธค.
ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ผ่านมา เราเคยบอกว่าจะย้ายเต็นท์อาหารมายังฝั่งเหนือ ให้แล้วเสร็จในวันที่ 24 พฤศจิกายน เราก็ขอยืนยันตามกำหนดการเดิม ซึ่งเรามีความเป็นห่วงเรื่องระบบน้ำประปา และระบบไฟฟ้า โดยเราจะมีการประสานกับการไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวง ในการดำเนินการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ สำหรับเต็นท์ประกอบอาหารที่มีถังแก๊ส เราจะติดตั้งถึงดับเพลิงเพื่อป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ จากกรณีสำนักพระราชวัง งดเข้าสักการะพระบรมศพ และงดนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระแก้วในวันที่ 1- 2 ธันวาคม กทม. กำลังคิดว่าจะจัดโครงการทำความสะอาด และตรวจสอบระบบความปลอดภัยในวันดังกล่าว โดยเต็นท์ประกอบอาหารที่มีถังแก๊สได้ตั้งถังดับเพลิงป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว กทม.จะไม่ปิดพื้นที่สนามหลวง เชื่อว่าเมื่อไม่มีการสักการะพระบรมศพ ประชาชนคงไม่เดินทางมา แต่ถ้าจะนำไม้กวาดมาช่วยทำความสะอาดก็มาได้
แจก”คู่มือเดินทาง”5แสนเล่ม
วันเดียวกัน นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯกทม.) รับมอบ”คู่มือการเดินทางไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” จากรศ.ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและคณะ ที่กอร.รส.ซึ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดทำคู่มือการเดินทางและคำแนะนำการแต่งกาย ข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชน รวมถึงแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งจุดสำคัญรอบสนามหลวง เพื่อแจกให้ประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สำหรับคู่มือดังกล่าว อาจารย์ นักศึกษา หลักสูตรมีเดียอาตส์ มจธ. ในนามกลุ่ม มดอาสา ๙ มจธ. ร่วมออกแบบมีหน่วยงานเครือข่าย กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการจัดพิมพ์ 5 แสนฉบับ ซึ่งจะส่งต่อไปยังหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องนำไปแจกและเผยแพร่ให้ประชาชนตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ
วธ.ตามหา11คน9ภาพจงรักภักดี
ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ประกาศเชิญชวนให้ประชาชน ช่างภาพอาชีพ ช่างภาพอาสา ส่งภาพบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธีงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา และวธ.คัดเลือกภาพจาก 5 หมื่นภาพ นำมาจัดนิทรรศการ“ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” แบ่งเป็นภาพจากประชาชน ช่างภาพอาสา 89 ภาพ และช่างภาพอาชีพ 89 ภาพรวม 178 ภาพมาจัดแสดงที่ลานสังคีต ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และแสดงให้เห็นความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งวธ.จะรวบรวมภาพบันทึกเหตุการณ์ ข้อมูลงานพระราชพิธีพระบรมศพ จัดทำเป็นจดหมายเหตุ
ดังนั้น วธ. จึงคัดเลือกภาพแห่งความจงรักภักดี 9 ภาพ โดยให้ประชาชนร่วมกันเลือกภาพที่เห็นว่าตรงกับความรู้สึกตนเองมากที่สุดผ่านเว็บไซต์ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ และประชาชนเลือกผ่านการเข้าชมนิทรรศการในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดย วธ.จะเชิญประชาชนที่ปรากฏในภาพดังกล่าวมาบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเหตุการณ์ที่ปรากฏในภาพนั้นๆ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลและภาพเคลื่อนไหวใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำจดหมายเหตุ เป็นประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป
เล่าความรู้สึกบันทึกจม.เหตุ
สำหรับภาพแห่งความจงรักภักดีทั้ง 9 ภาพ ที่ได้รับการคัดเลือกประกอบด้วย 1.ภาพหญิงวัยกลางคนร่ำไห้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์และน้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้ถ่ายภาพคุณสโรชา หวังดี 2.ภาพหญิงสาว กำลังพนมมือไหว้และร้องไห้อย่างสุดอาลัย ณ โรงพยาบาลศิริราช ผู้ถ่ายภาพ คุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ 3.ภาพ หญิงสาว 2 คน กำลังร่ำไห้อย่างสุดอาลัย น้ำตานองหน้า ผู้ถ่ายภาพ คุณนิสากร ปิตุยะ 4.ภาพเด็กชายกำลังยกมือพนมไหว้และนั่งอยู่ในอ้อมแขนชายสูงวัย ผู้ถ่ายภาพ คุณพรทิพย์ เจริญไพศาลศิริ 5.ผู้ชาย ยกภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหนือหัว สีหน้าเศร้าโศก ผู้ถ่ายภาพ คุณณกฤช จรูญศรีรักษ์ 6.ภาพหญิงสาวก้มหน้าร้องไห้ด้วยความอาลัย น้ำตาหยดบนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณวสันต์ วณิชชากร 7.ภาพหญิงสาวนั่งพนมมือไหว้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณปรีดา หวายนำ 8.ภาพหญิงสาวกำลังเก็บขยะ ผู้ถ่ายภาพ คุณอนุชิต สุนทรกิติ 9.ภาพหญิงสาวชุดดำนั่งร้องไห้และกอดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ถ่ายภาพ คุณนวลพรรณ นาคปรีชา
ทั้งนี้ วันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 14.30 น. วธ.เชิญประชาชนจาก 9 ภาพจำนวน 11 คน มาบันทึกความรู้สึกและบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลไว้เป็นส่วนหนึ่งของหอจดหมายเหตุ ย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ปรากฏอยู่ในภาพทั้ง 9 ภาพ สามารถติดต่อกลับมายังกระทรวงวัฒนธรรม ได้ที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โทร 02-422-8828-9 ในวันเวลาราชการ หรือโทรศัพท์มือถือ 08-1908-9330 และ 08-6668-4102
งดนำขรก.เข้ากราบพระบรมศพ
ในส่วนรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเข้าสักการะพระบรมศพของข้าราชการจนทำให้ประชาชนต้องใช้เวลาเข้าแถวรอนานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และอยากให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยไม่แบ่งแยกกัน เพราะข้าราชการก็คือลูกหลานคนไทย และทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเห็นสิ่งใดไม่เหมาะสม ก็อยากให้พูดตักเตือน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่พร้อมรับฟังและแก้ไข อย่างไรก็ตาม สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศงดนำข้าราชการเข้าสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมเป็นต้นไป เพื่อความเหมาะสมและเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ที่ผ่านมาข้าราชการแต่ละหน่วยงานหมุนเวียนเข้าฟังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทุกวัน และขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการฟังพระพิธีธรรม จึงคิดว่าไม่มีข้าราชการคนใดต้องการเอาเปรียบประชาชน อีกทั้ง เชื่อว่าทุกคนยินดีและเต็มใจเข้าคิวเหมือนประชาชน
รอความชัดเจนเรียกวันที่5ธค.
ขณะที่พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเรียนออกมาชี้แจงเรื่องวันสำคัญในเดือนธันวาคม หลังมีการเสนอข่าวระบุการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 22 พฤศจิกายนมีมติเรียกว่าที่ 5 ธันวาคมเป็นวัน คล้ายวันพระราชสมภพ ร.9ว่า มีสื่อมวลชนบางส่วนเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้ทราบถึงเรื่องวันสำคัญในเดือนธันวาคมคือ วันที่ 5 ธันวาคม ไม่ได้ออกมาเป็นมติครม.แต่เป็นการพูดคุยในที่ประชุมครม.ว่าวันที่ 5 ธันวาคมปีนี้ ยังคงเป็นวันหยุดราชการ โดยสำนักพระราชวังจะจัดบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย และจะมีพิธีพระราชทานสถาปนาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์แก่พระสังฆาธิการ ส่วนกิจกรรมของประชาชนสามารถทำบุญตักบาตรและทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ สำหรับหน่วยงานราชการและเอกชนที่จะทำปฏิทินปี 2560 ขอให้รอความชัดเจนในการเรียกวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ วันที่ 5 ธันวาคมปีนี้จะไม่มีการจัดงานสโมสรสันนิบาต
แจ้งจับแก๊งอ้างชื่อหญิงแม้น
วันเดียวกัน ที่สน.พระราชวัง พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคลหรือ”ท่านใหม่” พร้อมม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต หรือ “หญิงแม้น” เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง หลังพบกลุ่มบุคคลแอบอ้างกับสำนักพระราชวังว่าเป็นญาติกับม.ร.ว.แม้นนฤมาส เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
พล.ต.ม.จ.จุลเจิมเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวตนได้ยินมานานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิดคนเหล่านี้ กระทั่งวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. มีคนนำชื่อหญิงแม้นไปอ้างกับเจ้าหน้าที่วัง เมื่อตรวจสอบบริเวณทางเข้าด้านหลังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเป็นทางเข้าพิเศษสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ พบว่าคนที่แอบอ้างนั้นเซ็นชื่อ น.ส.แม้นนฤมาศ ยุคล สวัสดิวัฒน์ จึงผ่านเข้ามาได้ และพาคนนอกอีก 4-5 คนเข้ามาด้วย แต่เจ้าหน้าที่เห็นชื่อแล้วผิดสังเกตจึงควบคุมตัวไว้ และตักเตือนก่อนปล่อยตัวไป ตนจึงนำหลักฐานทั้งรูปถ่ายบัตรประชาชน ลายเซ็นต์พร้อมเบอร์โทรศัพท์ และภาพจากวงจรปิดมอบให้ตำรวจ สน.พระราชวังดำเนินการ เพราะกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราชสกุลทุกราชสกุล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า พวกตนนำคนมาลัดคิว ให้อภิสิทธิ์บุคคลใกล้ชิด ตนมีหลักฐานหมด มีเกือบ 10 รายที่มาทำพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว
พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.พระราชวัง กล่าวว่า หลังรับเรื่องพร้อมหลักฐานแล้ว ขอหารือสำนักพระราชวังว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนแจ้งความดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตัวบุคคลต่างๆตามภาพนั้น ตำรวจสามารถตรวจสอบและตามตัวมาสอบสวนได้
กระบี่สร้างบ้านปลาถวายพ่อหลวง
หลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมทำความดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ แสดงความอาลัย ความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล อย่างที่จ.กระบี่ นาย กิตติชัย เอ้งฉ่วน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นำเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมทำกิจกรรมรวมใจชาวกระบี่ สร้างบ้านปลา ถวายพ่อ ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและชาวกระบี่ร่วมกันบริจาคท่อระบายน้ำที่เหลือจากการใช้ประโยชน์ เพื่อนำมาสร้างเป็นบ้านปลา เป็นที่อยู่ให้ปลา เป็นแหล่งอาหาร แหล่งสืบพันธ์ของสัตว์น้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล รวมไปถึงการพัฒนาเป็นแหล่งประมง
ลพบุรีซ้อมจุดเทียนบนเขื่อนป่าสัก
ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี คณะผู้จัดงาน “จุดเทียนศรัทธา มหาราชาภูมิพล ณ เขื่อนป่าสักชลสิทฺธิ์” และกำลังพลจากหน่วยทหารในจ.ลพบุรี 1,500 นาย นักเรียนโรงเรียนพัฒนานิคม 1,000 คน และโรงเรียนเพ็ญพัฒนา 500 คน ซักซ้อมการแปรอักษรบริเวณสนามหน้าลานพญานาค การจุดเทียน ในงาน “จุดเทียนศรัทธา มหาราชาภูมิพล ณ เขื่อนป่าสักชลสิทฺธิ์” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ซึ่งมีทั้งการแสดงกระโดดร่มแปรขบวนสัญลักษณ์เทิดพระเกียรติฯ การแปรอักษร การแสดงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ การเล่าเรื่อง “เขื่อนของพ่อ” และปิดท้ายด้วยการจุดเทียนศรัทธา และกล่าวคำปฏิญาณ สืบสานตามรอยความดีพ่อของแผ่นดิน และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงต้นไม้ของพ่อ และเพลงความฝันอันสูงสุดในเวลา 18.19 น. ทั้งนี้ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันครบรอบปีที่ 17 แห่งการเสด็จฯทรงปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์