ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245809

ปชช.เข้าถวายบังคมพระบรมศพ น้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้
22 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี โดยมีพสกนิกรที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเข้าคิวรอเป็นจำนวนมาก

นางสาวพรฤดี ทองลือสาย อายุ 32 ปี ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนกับพี่สาวขับรถมาจาก จ.ขอนแก่น ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย สมัยเด็กๆ อาจไม่รู้จักว่าในหลวงคือใคร เพราะที่บ้านไม่มีทีวีดู แต่แม่จะสอนว่าให้เราคิดดี ทำดี พูดดี ตามที่ในหลวงสอนไว้ ที่โรงเรียนก็จะมีภาพในหลวงซึ่งเราก็ค่อยๆ ซึมซับมา พอโตขึ้นจึงเห็นพระราชกรณียกิจ เห็นพระองค์เสด็จไปช่วยราษฎรในพื้นที่ป่าเขาที่เดินทางลำบาก โดยเฉพาะหลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคต ได้เห็นภาพพระองค์เสด็จไปยังที่ต่างๆ อย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย ไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ตนได้มีโอกาสไปเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ที่พระองค์สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ และช่วยเหลือเกษตรกร เห็นแล้วทึ่งในความยิ่งใหญ่มาก พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง อยากให้ทุกคนมีอาชีพ


ขณะที่นายบุญกรอง สุดศรี อายุ 67 ปี อาชีพทำนา-เลี้ยงสัตว์ ชาวต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเดินทางมากับคณะลูกเสือชาวบ้าน จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จฯ เปิดศาลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเสด็จไปพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ขาวอนาลโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล ในปี 2527 ท่านทรงมีพระเมตตากับวงการพระพุทธศาสนา ทำให้ประชาชนเกิดความศรัทธาต่อวัดวาอาราม ทำให้ลูกหลานทำความดี พระองค์ทรงส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้อยู่กับประเทศไทย และทรงมีพระเมตตากรุณากับประชาชนทุกคน และประชาชนทุกคนก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ จึงรู้สึกเสียใจที่พระองค์ท่านจากพวกเราไป พวกเราก็จะทำความดีตลอดชีวิต

ด้าน นายพรชัย หารศรี หมอดินจิตอาสา ผู้พิการเดินไม่ได้จากอุบัติเหตุ ตั้งใจเดินทางเข็นด้วยวีลแชร์มาด้วยตัวเอง จากหมู่บ้านหนองกระทิง ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีลูกชายคอยช่วยเข็นและเดินทางร่วมกันมาจนถึงพระบรมหาราชวัง ใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน
“ผมเป็นจิตอาสาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมประมง คอยเป็นวิทยากร เผยเเพร่ทฤษฎีการเกษตรที่ในหลวง ร.9 ทรงคิดและทำเพื่อประชาชน สิ่งแวดล้อม พร้อมน้อมนำมาปฏิบัติด้วยตัวเอง ให้ชาวบ้านได้มาศึกษาเกษตรอินทรีย์ปลูกพืชไร้สารเคมี การเลี้ยงปลานิลจิตรลดา ปลูกพืชสวนครัวตามแนวรั้ว การทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชบำรุงดิน ปรัชญาหญ้าแฝก ทำปุ๋ยอินทรีย์ ทุกอย่างล้วนเป็นปราชญ์ของพ่อ อันที่จริงทรงเป็นปราชญ์ในทุกๆ เรื่องที่ทรงทำ และทุกที่ที่ทรงเสด็จไปถึง ทรงเดินบนดินก็คิดแก้ปัญหาเรื่องดิน ทรงเห็นฟ้าก็คิดทำฝนหลวง ทรงไปอยู่ในชุมชนไหนก็คิดแก้ปัญหาของประชาชนในที่นั้น ตอนนี้ชาวบ้านยังทำตามไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเกษตรอินทรีย์ต้องใช้เวลา ความอดทน หลายคนเริ่มจากการปลูกพืชผสมผสานแทรกตามสวนไร่ ปลูกผักสวนครัวทานกันเอง และทำสารปราบศัตรูพืชจากสะเดา บอระเพ็ดหมัก เชื่อว่าเมื่อเห็นผลของความพอเพียงก็จะเริ่มขยายทำเกษตรอินทรีย์กันเต็มตัวในอนาคต ทั้งนี้ ได้ตั้งใจปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ว่าขอนำปราชญ์เรื่องดินของพ่อ มาใช้กับตัวเองและเผยแพร่ต่อชาวบ้านให้มีความสุขกับชีวิตเกษตรอินทรีย์ พอเพียงมากที่สุด”