ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/245628

ร่วมแสดงพลัง รบ.ย้ำ8โมงเช้า22พย. ถวายความจงรักภักดี
ร่วมแสดงพลัง
รบ.ย้ำ8โมงเช้า22พย.
ถวายความจงรักภักดี
ร้อง‘เพลงชาติ-ถวายสัตย์’
ทำเนียบฯเตรียมพร้อมแล้ว
เมื่อเวลา 06.59 น. วันที่ 20 พฤศจิกายนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
เวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
สรุปลงนามอาลัย8.8ล้านคน
ในส่วนพสกนิกรไทยที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 23 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมารอเข้าแถวเข้ากราบพระบรมศพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น.
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย สรุปผลดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนมีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย 11,742 ราย โดยมียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2558 เป็นต้นมา จำนวน 8,802,642ราย ส่วนกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย กิจกรรมสวดอภิธรรม มียอดสะสมผู้เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-19 พฤศจิกายนทั้งหมด 10,821437 คน การทำบุญตักบาตร มียอดสะสมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 3,254,836 คน และกิจกรรมอื่นมียอดสะสม 3,994,380คน
ชาวเขาเผ่าผะโอตื้นตันมากราบพ่อ
นายที (ไม่มีนามสกุล) ชาวเขาเผ่าผะโอ ประเทศเมียนมากล่าวว่า ผู้นำหมู่บ้านได้ชักชวนมาถวายสักการะพระบรมศพเดินทางโดยรถทัวร์และรถตู้มาทั้งหมด 300 คน ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 19 พฤศจิกายน มาทางจ.แม่ฮ่องสอนถึงสนามหลวง กรุงเทพมหานครเวลา 05.00 น.
“พ่อเป็นคนดี เราชาวเขารู้สึกรักและเสียใจมาก ขอบคุณพระองค์ที่ให้เราได้มาอยู่เมืองไทย เพราะชาวเขาเผ่าผะโอส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ช่วงจ.แม่ฮ่องสอน หลายคนได้เข้ามาอาศัยและทำมาหากินในเมืองไทย จนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น วันนี้ดีใจมากที่ได้มาเยี่ยมพ่อ” นายทีกล่าวอย่างตื้นตัน
ตาบอด300คนกราบพระบรมศพ
นอกจากนี้ ยังมีผู้พิการทางสายตา 300 คนและจิตอาสา 100 คน จากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนักแสดงสาว ประกอบด้วย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิก นิวเคลียร์-หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ และน้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ร่วมเป็นจิตอาสา
ซาบซื้งทรงเห็นคุณค่าผู้พิการ
นายรัชตะ มงคล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดฯกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสายตาด้วยความซาบซึ้งว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดฯเกิดขึ้นด้วยแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเห็นคุณค่าของผู้พิการทางสายตา ซึ่งสามารถมีศักยภาพในการเรียนหนังสือ มิใช่เพียงอยู่บ้านเฉยๆเท่านั้น เพราะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นสำเร็จการศึกษาก็จะสามารถดูแลตัวเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จอมพลป.พิบูลสงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขณะนั้น สร้างโรงเรียนคนตาบอดในกรุงเทพฯ ขึ้นมา
พระบรมฯพระราชทานอาหาร
ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังคงมีอาหารและเครื่องดื่มพระราชทานไว้บริการประชาชน 4 มื้อเช่นเคย โดยเมนูมื้อเช้า ประกอบด้วย ข้ามต้มซี่โครงหมูอ่อน กาแฟ นมหนองโพ มื้อกลางวันประกอบด้วยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ขนมจีนน้ำยาปลา ขนมไทย น้ำดื่มจิตรลดา มื้อบ่ายเป็นขนมไทย ซาลาเปาหมูแดง เฉาก๊วยชากังราว และมื้อเย็นประกอบด้วยผัดไทเสวย ข้าวน้ำพริกหมูไข่ต้มยางมะตูม และน้ำดื่มจิตรลดา
กำชับกอร.รส.ดูแลปชช.ให้ดีที่สุด
ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่1 ในฐานะรองผู้อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)กล่าวถึงกรณีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกอร.รส.ว่า ผบ.ทบ.กำชับเรื่องการจัดเตรียมสถานที่อำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งกอร.รส.จะนำรถสุขา จัดหาเก้าอี้เพิ่มเติม ส่วนเรื่องอาหาร กรุงเทพมหานครทำเต็มที่อยู่แล้ว ปัจจุบันได้เพิ่มจำนวนจิตอาสาเข้าไปดูแลประชาชนรอบสนามหลวง
“ผู้บัญชาการทหารบกเป็นห่วงคนเจ็บป่วย คนสูงอายุ กำชับเจ้าหน้าที่ว่าถ้าพบเห็นคนที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ หรือคนที่ชรามากให้นำออกมาจากแถว เพื่อให้เจ้าหน้าที่แพทย์รักษาและขอใช้คิวพิเศษ ซึ่งท่านเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีประชาชนจำนวนมาก ทุกฝ่ายพยายามบริหารจัดการให้ดีที่สุด”รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว
พร้อมจัดรวมพลังความภักดี22พย.
และว่า ส่วนการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีวันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นทั่วประเทศพร้อมกันนั้น ที่สนามหลวงจะร้องเพลงชาติ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยไม่ตั้งแถว ใครยืนตรงไหนก็ถวายความจงรักภักดีตรงนั้น ซึ่งกอร.รส.จะกระจายเสียงให้ประชาชนทราบทั่วกัน
ปรับระบบเข้าแถวใหม่ใช้บัตรลาคิว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดแถวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีประชาชนเดินทางมารอแถวต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้มีประชาชนนั่งพักคอยภายในเต็นท์โซนทิศเหนือเต็มพื้นที่ทั้ง 9 หลัง ซึ่งเต็นท์ 1หลัง จะมี 3แถวย่อย ที่จัดให้ประชาชนนั่งแบบ 4 แถวตอนลึก ขณะที่สภาพอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว เจ้าหน้าที่พยาบาล จิตอาสาเดินแจกยาดม แอมโมเนีย และน้ำดื่ม ให้ประชาชน
สำหรับประชาชนที่ต้องการออกจากแถวเพื่อไปเข้าห้องน้ำหรือทำธุระต้องหยิบบัตรลาคิว ด้านหน้าเต็นท์พักคอยที่ตัวเองเข้าแถวอยู่ โดยแบ่งสีตามเลขแถว แถวที่1-6 บัตรสีชมพู แถวที่7-12 บัตรสีเขียว และแถวที่13-20 เป็นบัตรสีฟ้า โดยบัตรทุกใบจะมีหมายเลขกำกับไว้ และหากต้องการกลับเข้าแถวประชาชนจะต้องนำบัตรดังกล่าวคืนให้เจ้าหน้าประจำเเถวเพื่อแสดงตัวตน แก้ปัญหาการแซงคิว และวันนี้เป็นวันที่ 2 ที่กอร.รส.จัดระเบียบคิวปล่อยแถวประชาชนใหม่ โดยไม่ผ่านโซนทิศใต้ ซึ่งประชาชนที่เดินทางเข้ามายังคงผ่านจุดคัดกรอง 8จุด ด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยประชาชนส่วนใหญ่ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ทราบเรื่องจัดคิวใหม่ แต่ถึงจะรอนานแค่ไหน ก็ไม่ย่อท้อ ขอแค่ได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย
เปิดถ.ราชดำเนินขาเข้าช่วงเช้า
ขณะที่พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยถึงการปรับแผนจราจรรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังว่า เบื้องต้นขออนุมัติกอร.รส.ให้เปิดถนนราชดำเนินใน เพื่อระบายการจราจรช่วงเช้าเวลา 06.00-08.30น.เนื่องจากมีปริมาณรถขาเข้าสะสมบริเวณสะพานพระราม 8 และฝั่งธนบุรีเป็นจำนวนมาก โดยจะเริ่มวันที่ 21 พฤศจิกายนเป็นวันแรกส่วนช่วงเย็นยังปิดถนนเช่นเดิม เนื่องจากปริมาณรถจะมากช่วงขาออก ไม่มีผลกระทบมากสำหรับการจราจรวันเสาร์-อาทิตย์ จะปิดจราจรา 27 เส้นทางเฉพาะวันที่มีการจัดกิจกรรมเท่านั้น หากไม่มีกิจกรรมก็จะปิดถนน 8 เส้นทางตามปกติ
ยืนตรงไหนร้องเพลงตรงนั้น
พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กิจกรรม”รวมพลังแห่งความภักดี” ที่จะมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกันทั่วประเทศ ในสนามหลวงนั้น จะไม่มีการจัดกิจกรรม อย่างเป็นทางการแต่จากลิงค์สัญญาณถ่ายทอดสดผ่านจอLCD ที่ตั้งอยู่ และให้ข้าราชการ หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ มาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่สนามหลวง ส่วนประชาชนหากอยู่จุดไหน ก็ให้ยืนขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมาร่วมร้อง ที่ท้องสนามหลวง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทำเนียบฯจัดสถานที่เตรียมพร้อม
ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่จัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีและร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน โดยติดตั้งแสงสีเสียง พร้อมจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ด้านซ้าย-ขวา ของเวทีใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง สำหรับให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี(ครม.) ร่วมร้องเพลงชาติ และนายกรัฐมนตรีกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเวลา 08.30 น.
ชาวพังงาบวชถวายในหลวง
อีกด้านหนึ่งหลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง โดยที่วัดธัญเขต หมู่ 2 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ประชาชนในต.ตากแดด 54 คน เข้าพิธีอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะบวชเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-29 พฤศจิกายน
สุโขทัยเกี่ยวข้าวส่งสนามหลวง
ด้านยพ.อ.สุชาติ พุ่มสุวรรณ เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.สุโขทัย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชนและเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆร่วมกิจกรรม “จับเคียวกันเถิดลูกหลาน สืบสานตำนานชาวนา” โดยร้านเรือนแก้วผ้าม่าน ที่หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ไชยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งนางเรือนแก้ว เอี่ยมสะอาด อายุ 67 ปี เจ้าของร้านเรือนแก้วผ้าม่านกล่าวว่า ที่บ้านปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ไว้กินเอง 2 ไร่ รวมทั้งดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาตลอด และเพื่อเป็นการทำดีเพื่อพ่อ จึงได้จัดกิจกรรม“จับเคียวกันเถิดลูกหลาน สืบสานตำนานชาวนา” ข้าวทีเกี่ยวได้ส่วนหนึ่งจำนวน 100 ถังจะนำไปสีเป็นข้าวสารส่งไปเลี้ยงประชาชนที่เดินทางไปสักการะพระบรมศพ ที่สนามหลวงกรุงเทพฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
2ล้ออีสานปั่นไปกราบพ่อหลวง
ส่วนนายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานชมรมจักรยานจังหวัดอุดรธานีกล่าวว่า ชมรมปั่นจักรยานภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมใจกันด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยชมรมปั่นจักรยานฯ จึงรวมทีมนักปั่นจักรยานจาก จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลำภู จ.มุกดาหาร จ.นครพนม จ.ขอนแก่น อ.บ้านไผ่ อ.พลปั่นจักรยานเไปกราบถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ก่อนเดินทางต่อชมรมนักปั่นจักรยานภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ร่วมกันแปรอักษรด้วยรถจักรยานกว่า 300 คัน เป็นรูปหัวใจล้อมรอบเลข 9 จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมทั้งยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 99 วินาที ก่อนออกเดินทางต่อไปจ.นครราชสีมา