เผยยอด28วันถวายสักการะ ทะลุ9แสนคน เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/246561

เผยยอด28วันถวายสักการะ  ทะลุ9แสนคน  เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

เผยยอด28วันถวายสักการะ ทะลุ9แสนคน เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เผยยอด28วันถวายสักการะ

ทะลุ9แสนคน

เงินบำเพ็ญพระราชกุศล69ล.

บุรีรัมย์เห่เรือแสดงความอาลัย

นักดำน้ำทั่วปท.นัดแปรอักษร

กุยบุรีเตรียมแห่ไม้จันทน์หอม

ตกแต่งสวยงามนำเข้ากรุงเทพ

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 44 ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ หลังจากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559

เปิดให้ปชช.เข้าตั้งแต่04.40น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 29  นั้น แต่เนื่องจากในวันนี้มีประชาชนมารอเข้าคิวเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจึงได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์ เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ทางประตูวิเศษไชยศรีเป็นคณะแรกในเวลา 04.40 น. ตามด้วยเวลา 04.45 น. เป็นประชาชนทั่วไป

เผย28วันถวายสักการะ9แสนคน

ขณะเดียวกัน  สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัว ตั้งแต่เวลา 04.40 21.00น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 38,896 คน รวม 28 วัน มี จำนวน 909,208 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน จำนวน 4,039,684 บาท รวม 28 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 69,076,834.75 บาท

ครอบครัวพอเพียงกราบสักการะ

เมื่อเวลา 08.20 น.  นักเรียนในโครงการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง จำนวน 999 คน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้ากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยเหล่านักเรียนต่างเดินเท้า ผูกข้อมือกันเดินเข้าประตูวิเศษไชยศรี แล้วเข้ามาภายในบริเวณสนามหญ้า เพื่อกราบสักการะ หลังจากนั้นได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมจิตอาสาที่ท้องสนามหลวง

ด้าน น.ส.กานต์ชนิดา จิตวิเวก อายุ 17 ปี และ น.ส.ภัทราวดี จุลศรี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ร.ร.วัดราชาธิวาส ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้มากราบสักการะพระราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อแสดงความรักต่อพระองค์ท่าน ปกติเราทั้งคู่ก็เป็นอาสาสมัครที่ร่วมเป็นจิตอาสาในมูลนิธิฯ ซึ่งสอนให้เราได้รู้หลักเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ด้วยความรู้คู่กับคุณธรรม

ขณะที่ นายธีรินทร์ กันผึ้ง อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา อดีตแกนนำรุ่นที่ 3 ในโครงการฯ กล่าวว่า เป็นความภูมิใจที่ได้มาแสดงความรักร่วมกับแกนนำรุ่นอื่นๆ และพี่ๆน้องๆในโครงการ เพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของเราทุกคน เป็นความตื่นเต้นที่ผสมกับความใจหายที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

มาเพราะรักพระองค์ท่าน

ด้าน นางสำรวย คงทน อายุ 60 ปี ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ตนพึ่งผ่าตัดสะโพกมาได้ 4 เดือน อยากมากราบสักการะพระบรมศพ จึงให้ลูกสาวขับรถพามา ยังเจ็บแผลบ้างแต่พอนึกถึงพระองค์ท่าน ทำให้เรากำลังใจอดทน พอได้กราบแล้วก็มีความสุขดีใจที่ได้มากราบ ลืมความเจ็บปวด ที่อยากมาก็เพราะรักพระองค์ท่าน รู้สึกผูกพันเพราะเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว

ขอเป็นคนดีของสังคม

นางธัญธรัตน์ ช่วยธนกูลชัย อายุ 39 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า วันนี้พาแม่และญาติๆ มากราบสักการะ โดยออกจากบ้าน 4 ทุ่ม มาถึงตี 1 เข้าคิวตี 3 ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพประมาณ 06.30 น. ไม่รู้สึกลำบาก เราโชคดีที่ได้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็จะพยายามเป็นลูกที่ดี เป็นคนดีของสังคม อะไรที่เล็กๆ น้อยถ้าช่วยได้ก็จะทำ พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการปิดทองหลังพระ ท่านไม่ประกาศว่าทำอะไร

พระบรมฯพระราชทานอาหาร

ขณะที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวมันไก่ 1,500 จาน กาแฟสด-แซนด์วิช 2,000 ชุด ลองกอง 3,000 ชุด นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน 11.00 น. ก๋วยเตี๋ยวเรือ 6,000 ชาม ไอศกรีมกะทิ 7 ลัง ขนมตาล 1,000 ชิ้น มื้อบ่าย 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง มื้อเย็น 18.00 น. ข้าวปีกไก่พะโล้ 3,000 จาน และมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการตลอดทั้งวัน

เตรียมพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม

วันเดียวกัน นายธีระ เต็มองค์กล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานห้วยน้ำซับ  อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ในฐานะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ 2592/2559 เปิดเผยว่า การตัดเลื่อยไม้จันทน์หอม เพื่อจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีเจ้าหน้าที่จากสำนักช่างสิบหมู่กำกับดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการตัดเลื่อยไม้จันทน์หอมขนาดยาว 1.5 เมตร หน้ากว้าง 8 นิ้ว ความหนา 8 มิลลิเมตร ตามจำนวนที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนด

ด้าน นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมจากอุทยานฯ ช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ จะมีการจัดขบวนรถบรรทุกที่ตกแต่งอย่างสวยงามจำนวน 4 คัน โดยมีการจัดขบวนการอุทยานฯ ถึงหน้าที่ว่าการอำเภอกุยบุรีเพื่อประกอบพิธีส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่ พร้อมแห่ไปรอบเมืองกุยบุรีให้ประชาชนร่วมถวายความอาลัย คาดว่าจะมีชาวบ้านมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

บุรีรัมย์จัดพิธีเห่เรือแสดงความอาลัย

สำหรับบรรยากาศการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.บุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน “พิธีเห่เรือน้อมเกล้า ปวงข้าพระพุทธเจ้าน้อมแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ธ สถิตในดวงใจชาวไทยทั่วหล้า” ณ ลำน้ำมูล อ.สตึก โดยมีทีมเรือยาว เรือท้องถิ่น เรือพื้นบ้าน และทีมเรือจาก จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เข้าร่วม 300 ลำ นำโดยเรือ “พญามุจรินทนาคราช” เทพแห่งบาดาลและสายน้ำ ร่วมพิธีเห่เรือน้อมเกล้าแสดงความอาลัย ณ ลำน้ำมูล อย่างพร้อมเพรียง พร้อมกันนี้ ยังมีช้าง 40 เชือกที่แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นช้างขุนศึก ร่วมเดินอยู่ริมฝั่งลำน้ำมูลควบคู่ไปกับขบวนเห่เรือด้วย ท่ามกลางพสกนิกรกว่า 20,000 คน ที่ยืนจุดเทียนริมสองฝั่งลำน้ำมูล และประสานเสียงขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้อง

ชาวนาทวีปั่น1พันกม.ไปสนามหลวง

ส่วนในวันที่ 26 พฤศจิกายน ประชาชนใน อ.นาทวี จ.สงขลา ร่วมกันปั่นจักรยานเสือภูเขา จำนวน 89 คัน ในโครงการ”พสกนิกรชาวนาทวีปั่นจักรยานร่วมไว้อาลัย พ่อหลวง ในดวงใจ” โดยออกเดินทางจากหน้าที่ว่าการ อ.นาทวีไปยังสนามหลวง กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม รวมระยะทางกว่า 1,000 กม. เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จิตอาสามหาสารคามตัดผมฟรี

ที่บริเวณลานข้างอาคารผู้ป่วยนอก รพ.มหาสารคาม ชมรมช่างตัดผมเสริมสวย จากร้านตัดผมเสริมสวยต่างๆ ภายในจังหวัดมหาสารคาม จำนวนกว่า 40 คน รวมทีมจัดตั้งกลุ่มช่างตัดผมจิตอาสา บริการตัดผมฟรีโดยไม่คิดมูลค่าใด แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ตลอดจนประชาชนที่เดินทางมารับบริการสุขภาพ ที่ รพ.มหาสารคาม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นักประดาน้ำทั่วปท.จัดแปรอักษร

ด้าน นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันที่ 4 ธันวาคม เวลา 13.00 น.และเวลา 19.00 น. ทางชมรมฯ จะจัดกิจกรรมแปรอักษร เลข ๙ เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณสระว่ายน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยใช้นักประดาน้ำจากทั่วประเทศ จำนวน 59 คน ส่องไฟฉายแปรอักษรเป็นเลข ๙ ขึ้นมาเหนือน้ำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศ

สธ.ให้บริการรักษาแล้ว9แสนราย

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุขสรุปผลการปฏิบัติการหน่วยบริการทางการแพทย์ เพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางมาเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-25 พฤศจิกายน มีผู้รับบริการรวม 905,661 คน หรือเฉลี่ยวันละ 16,000 คน แบ่งเป็นด้านร่างกาย 854,414 คน ด้านจิตใจ 4,373 คน ส่วนใหญ่เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ไข้ เจ็บคอ ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดหลังปวดขา แพ้ ผื่นคัน อ่อนเพลีย ส่วนผู้รับการประเมินปัญหาสุขภาพจิต 35 คน มีปฏิกิริยาโศกเศร้า ซึมเศร้า และเครียด

แต่งเพลงถวายความอาลัย

นายสุทธิพงษ์ เจริญสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่7 ต.สาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รวมตัวกับกลุ่มเพื่อนร่วมกันแต่งเพลงและเขียนทำนองในชื่อเพลงตามรอยพ่อ นำมาขับร้องเพื่อเป็นการถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน พร้อมเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนในทุกพื้นที่แม้จะเป็นพื้นที่ห่าไกลและลำบากมากแค่ไหนพระองค์ท่านก็เสด็จไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราช70ปี

โดยผู้ใหญ่สุทธิพงษ์ บอกอีกว่ากลุ่มผู้ใหญ่บ้านในอำเภอพัฒนาจึงได้รวมตัวกันแต่งเพลง ตามรอยพ่อ นำมาขับร้องให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กๆในรุ่นหลัง ได้ฟังและได้รับรู้ว่าพ่อเหนื่อยแค่ไหนและทำโครงการกว่า4000โครงการให้กับคนไทย โดยเฉพาะคนพัฒนานิคมที่ได้มีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดี น้ำไม่ท่วม หน้าแล้งก็ไม่แล้งมีน้ำใช้ตลอดปี จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลง ตามรอยพ่อขึ้นมากันในครั้งนี้

Leave a comment