ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ภัค เศารยะ 12 ส.ค. 2560 05:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1034845

ก่อนหน้านี้ดิสนีย์ได้ทำสัญญาให้สิทธิ์เน็ตฟลิกซ์นำภาพยนตร์ที่ผ่านพ้นโปรแกรมฉายในโรงภาพยนตร์มาฉายผ่านสตรีมมิ่งของเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งนอกจากหนังของดิสนีย์แล้วก็ยังมีของบริษัทลูกอย่าง มาร์เวล สตูดิโอ, พิกซาร์, ลูคัส ฟิล์ม ด้วย ซึ่งดิสนีย์น่าจะมองว่าการเปิดสตรีมมิ่งภาพยนตร์ของตนเองจะทำให้เรียกเก็บเงินจาก
ผู้บริโภคเข้ากระเป๋าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และยังทำให้มีสัมพันธ์กับกลุ่มสาวกของดิสนีย์ได้โดยตรง ดังนั้น ดิสนีย์จึงเข้าซื้อหุ้นบริษัท BAM Tech เป็นบริษัทพัฒนาระบบวีดิโอสตรีมมิ่งของกลุ่มเมเจอร์ ลีก เบสบอล ซึ่งขณะนี้ดิสนีย์กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 75%
โรเบิร์ต อิกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดิสนีย์ กล่าวว่า นี่คือ “กลยุทธ์การเติบโตแบบใหม่” การลงทุนใน BAMTech ถือเป็นการเสริมทัพเพื่อรองรับการเติบโตด้านสตรีมมิ่งอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังเป็นเจ้าของช่องกีฬาอีเอสพีเอ็น (ESPN) ซึ่งวางแผนจะเปิดให้บริการสตรีมมิ่งช่องกีฬาดังกล่าวในต้นปีหน้า ผู้บริโภคจะสามารถรับชมได้ตลอดเวลา และแฟนกีฬาก็เลือกเนื้อหาที่สะท้อนถึงความสนใจส่วนตัวของตนเองได้ เรียกว่าเป็นการแสวงหาช่องทางการทำเงินให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม
แต่ก็มีนักวิเคราะห์จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ ตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดให้บริการสตรีมมิ่งของดิสนีย์ รวมถึงหากเครือ-ข่ายผู้ให้บริการเคเบิลรายอื่นๆมีการเคลื่อนไหวในแบบเดียวกันตามมา อาจเป็นตัวเร่งการกัดกร่อนเครือข่ายโทรทัศน์ของดิสนีย์ก็เป็นได้ ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่ากลยุทธ์ใหม่นี้จะคุ้มค่า
สมกับที่ดิสนีย์ลงทุนไปกว่าหลายหมื่นล้านบาทหรือไม่ ส่วนเน็ตฟลิกซ์ก็อาจจะกระเทือนบ้างเนื่องจากหนังของค่ายดิสนีย์เป็นกลุ่มของครอบครัวที่มีกำลังการซื้อมหาศาลอยู่มิใช่น้อย.
ภัค เศารยะ