ราชสกุลร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพวันที่2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248021

ราชสกุลร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพวันที่2

ราชสกุลร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพวันที่2

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.49 น.

8 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 56 พลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นวางพวงมาลาและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร รวม 8 รูปที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 7 ธ.ค.โดยมี ราชสกุล ปัทมสิงห์, ปาลกะวงศ์, เสนีวงศ์, มาลากุล, เดชาติวงศ์, พนมวัน เป็นเจ้าภาพร่วมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เข้าร่วมในพระราชพิธี

ด้าน นางพรทิพย์ วรรธนะวาสิน (ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) อายุ 64 ปี อดีตข้าราชการกรมที่ดิน สมาชิกราชสกุลปัทมสิงห์ ซึ่งร่วมบำเพ็ญกุศลถวายฯ เปิดเผยว่า วันนี้ราชสกุลได้พร้อมใจกันมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 48 คน ในฐานะราชสกุล ถือเป็นบุญและปลื้มใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์ท่านเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ตนมีโอกาสได้รับเสด็จฯ พระองค์ท่านตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งก็จะรู้สึกท่านเป็นผู้มีบุญบารมี กระทั่งโตมาและจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ.2518 ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระองค์ท่าน ยิ่งปลื้มปีติ และยังจำได้ว่าขณะนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จฯ ด้วย ท่านทรงพระสิริโฉมงดงามมาก ยังจำได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนตัวได้น้อมนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ทำให้เรารู้คุณค่าของเงิน และดำเนินชีวิตได้อย่างพอดี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว

ด้าน นางณวรา วนาสิน (กุญชร ณ อยุธยา) อายุ 44 ปี พร้อมมารดา คือ นางจันทนา กุญชร ณ อยุธยา อายุ 70 ปี สมาชิกราชสกุล กุญชร ที่เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายฯ โดยนางจันทนา เปิดเผยว่า นายวิทยวัฒน์ กุญชร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นสามี และเป็นอดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันตามองไม่ค่อยเห็นจึงไม่ได้เดินทางมาด้วย โดยสามีเคยทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในด้านการเกษตรของโครงการพระราชดำริต่างๆ ได้ตามเสด็จฯ ลงพื้นที่ในหลายๆ ครั้ง บอกเล่าอยู่เสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักมาก เวลาได้รับพระราชทานเหรียญรางวัลสามีก็จะน้ำตาไหลทุกครั้งด้วยความตื้นตันใจและปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้ เราในฐานะคนในครอบครัวรู้สึกมีบุญวาสนาที่ได้ทำงานถวายพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านทรงเสียสละอย่างมากเพื่อประชาชนของพระองค์

ขณะที่ พล.ต.ต.ภิรมย์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตตำรวจราชสำนักเวร และสมาชิกราชสกุลมาลากุล เดินทางมาพร้อมด้วยลูกสาว น.ส.พนมกร มาลากุล ณ อยุธยา ร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน โดยได้มีโอกาสสลับสับเปลี่ยนเวรไปประจำยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และพระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน รวมทั้งที่ รพ.ศิริราชด้วย แม้จะไม่ได้ถวายงานใกล้ชิด แต่เคยได้รับพระราชทานกระบี่และประดับยศนายพลเมื่อครั้งเข้าประจำการเป็นตำรวจเวรจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตแล้ว

“รู้สึกประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ผมได้สั่งสอนลูกหลานให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาปฏิบัติในด้านการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง รู้จักใช้จ่ายแบบประมาณตน มีกำลังแค่ไหนก็ใช้จ่ายเท่าที่มี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว” พล.ต.ต.ภิรมย์ กล่าว

Leave a comment