5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’ รำลึกรัชกาลที9 พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/247711

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’  รำลึกรัชกาลที9  พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’ รำลึกรัชกาลที9 พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

5ธค.ยิ่งใหญ่‘มหาสังฆทาน’

รำลึกรัชกาลที9

พสกนิกรล้น‘สะพานภูมิพล1’

ทั่วปท.ร่วมถวายพระราชกุศล

เตรียมตอกหมุดสร้างพระเมรุ

วันประวัติศาสตร์ “5 ธันวาคม” พสกนิกรจากทั่วสารทิศ ร่วมรำลึกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กันอย่างเนืองแน่นบน “สะพานภูมิพล 1”ทำบุญ “มหาสังฆทาน” พระสงฆ์ 999 รูป พร้อมกับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศซึ่งจัดพิธีถวายอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่รัฐบาลเตรียมตอกหมุดสร้างพระเมรุ 26 ธันวาคมนี้

เมื่อเวลา 17.32 น.วันที่ 5 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2559 โดยรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ โดยมีประชาชนจำนวนเฝ้าฯ รับเสด็จฯอยู่บริเวณรอบพระอุโบสถ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพรแล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ แล้วเสด็จลงชานหน้าพระอุโบสถ พระราชทานสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินลงจากพระอุโบสถประทับรถยนต์พระที่นั่งไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยมีพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี เฝ้าฯรับเสด็จ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จบแล้ว พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ทรงประเคนสุพรรณบัฏและหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์ แด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาตามลำดับ

จากนั้นทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศแด่พระสงฆ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ตามลำดับ พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เจ้าพนักงานกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 30 รูป ซึ่งเจริญพระพุทธมนต์เข้านั่งยังอาสนะในพระที่นั่ง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประดิษฐานเหนือพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้น สดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯกลับ

พระเทพฯบำเพ็ญพระราชกุศล

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 07.00 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรหาวิหาร โดยมีพล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล และม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล ร่วมในพระราชพิธี

ฟ้าหญิงฯพระราชทานข้าวผัดญี่ปุ่น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ ตำหนักทิพย์พิมาน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงบำเพ็ญพระกุศลทรงบาตรพระสงฆ์จากวัดมกุฏคีรีวัน(เขาใหญ่) 9 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม 2559 จากนั้นทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดญี่ปุ่นจำนวน 500 กล่อง พระราชทานแก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กระทั่งเวลา 13.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ นำอาหารมาพระราชทานให้ประชาชนที่บริเวณเต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ โดยมีคุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการโรงเรียน คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช เป็นผู้รับมอบเพื่อนำอาหารแจกแก่ประชาชน ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้

ที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทานและอาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ฝั่งศาลฎีกา มีหน่วยแพทย์และพยาบาลจากรพ.จุฬาภรณ์และรพ.แม่สอด จ.ตากตั้งโต๊ะบริการดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้นตั้งแต่ 10.00 -20.00 น. โดยให้บริการต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

วันมหามงคลกราบพระบรมศพแน่น

ขณะที่บรรยากาศโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนเดินทางมาเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่นกว่าทุกวัน สืบเนื่องจากวันนี้ เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม อีกทั้ง เป็นวันหยุดต่อเนื่อง โดยทุกคนตั้งใจเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ

นางสมใจ ศิลประเสริฐ ชาวอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วัย 50 ปีเปิดเผยว่า ตนมากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่สองแล้ว ตั้งใจมาวันนี้ เพราะวันที่ 5 ธันวาคมเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นวันมหามงคลที่สุดของชีวิต

4ธค.เข้ากราบพระบรมศพ5.6หมื่นคน

ด้าน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงผลประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)ว่า ได้ประเมินสถานการณ์รองรับประชาชนที่เดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม มียอดประชาชนเดินทางมา 56,000 คน เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก โดยเปิดรับประชาชนเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 04.00 น. และคนสุดท้ายออกจากพระบรมมหาราชวังเวลา 02.00น. แต่ในส่วนจุดคัดกรองจำเป็นต้องปิดเวลา 21.00น. แต่ประชาชนที่ยังนั่งรอบริเวณจุดรอคอยยังเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ โดยที่ประชุมมีตัวแทนจากสำนักพระราชวังมาชี้แจงว่า อยากให้ประชาชนที่เดินทางมาได้สมหวังเข้าสักการะพระบรมศพ แต่การปิดจุดคัดกรองและห้ามประชาชนเข้ามาในเวลาที่กำหนดนั้น เพื่อฟื้นฟูระบบรักษาความปลอดภัยและเคลียร์พื้นที่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในส่วนการดูแลผู้สูงอายุจะมีเต้นท์คัดแยกพิเศษ เพื่อไม่ให้รอคิวนาน

จัดพื้นที่จุดเทียนฝั่งทิศใต้

สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ที่สนามหลวงไม่มีการจัดกิจกรรม แต่จัดพื้นที่สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ามาแสดงความจงรักภักดี เช่น การจุดเทียนที่ฝั่งทิศใต้ แต่ห้ามจุดเทียนรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง เกรงสร้างความเสียหาย

เพิ่มเที่ยวรถเมล์-จัดคิวห้องน้ำ

นายยุทธพันธ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า จากปัญหาเมื่อวานที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางเข้ามาจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาการบริการห้องน้ำไม่เพียงพอและใช้เวลารอคิวนาน ซึ่งในพื้นที่สนามหลวงมีรถสุขา 50 คัน เป็นของผู้หญิง 30 คัน ผู้ชาย 20 คัน โดยจะดูการจัดวางว่า จะบริหารการจัดรถสุขอย่างไรไม่ให้เกิดความแออัดในการใช้บริการ

นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้อำนวยเขตการเดินรถที่ 7 องค์การขนส่งมวลชน(ขสมก.)กล่าวว่า ขสมก.ได้เพิ่มจำนวนรถและขยายเวลาเดินรถ เพื่อให้ประชาชนที่ออกจากพระบรมมหาราชวังช่วงดึกได้กลับบ้านหมดทุกคน ในวันที่ 22ธ.ค. ขสมก.จะนำรถโดยสารแบบใหม่ ซึ่งเป็นรถชานต่ำสามารถนำรถวิลแชร์ของผู้พิการขึ้นรถไปได้ด้วยให้บริการ 8 คันรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ติดCCTVเพิ่มรับหยุดยาว10ธค.

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวถึงภาพรวมการจราจรรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงว่า จำนวนประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมอยู่ที่ 56,000 คน และวันที่ 10 ธันวาคมจะเพิ่มกล้องวงจรปิดในจุดคัดกรองทุกจุด เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่พบปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่

26ธค.ตอกหมุดเตรียมสร้างพระเมรุ

สำหรับความคืบหน้าการเตรียมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยว่า วันที่ 26 ธันวาคม จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าการทำงาน และช่วงบ่ายวันเดียวกัน จะเชิญกรรมการทุกคนร่วมพิธีตอกหมุดกึ่งกลางพระเมรุมาศ ที่สนามหลวง และเปิดพื้นที่ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี จากนั้นประมาณวันที่ 10 มกราคม 2560 จะเริ่มล้อมรั้วลงเสาเข็มปลูกสร้าง นอกจากนี้ ขอเชิญประชาชนมีส่วนร่วมในขั้นตอนการแทงหยวกกล้วย ตัดกระดาษ ทำดอกไม้จันทน์ โดยมีช่าง 10 หมู่กำกับดูแล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้ทุกคนทำงานให้ดีที่สุด และเชื่อว่าทุกคนจะทุ่มเทเสียสละทำงานด้วยใจ เพื่อให้สมพระเกียรติและเป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รำลึก“ร.9”แน่นสะพานภูมิพล

ในส่วนกิจกรรม “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สะพานภูมิพล 1 เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพนั้น เริ่มขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเวลา 06.00 น. มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปรอร่วมกิจกรรมตั้งแต่เวลา 03.00 น.จนแน่นขนัดเต็มพื้นที่ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์พระราชทานแนวทางสร้างสะพานดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาจราจร ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง

ทำบุญถวาย“มหาสังฆทาน”

ทั้งนี้ ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมถวายมหาสังฆทานแก่พระสงฆ์ 999 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมยืนสงบนิ่ง 89 วินาที แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งร่วมกันกล่าวสัจจะวาจาน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชปณิธาน มาเป็นหลักการในการดำรงชีวิตและตั้งใจพัฒนาประเทศชาติ จากนั้น ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด นำร้องโดย เรือตรีไพศาล ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ ร่วมด้วยคณะดุริยางค์ทหารเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมจะได้รับเข็มกลัดที่ระลึก 50,000 ชิ้น ดินมงคลของพ่อจาก 77 จังหวัด 19,999 ชุด และเขียนโปสการ์ดคำปฏิญาณทำความดีเพื่อพ่อ ซึ่งโปสการ์ดทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังที่อยู่ที่ผู้เขียนระบุไว้ สร้างความปลื้มปิติให้กับผู้ที่ไปร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

ทั่วปท.ทำบุญถวายในหลวง

ขณะที่ทั่วประเทศพร้อมใจจัดบำเพ็ญกุศล กิจกรรมรำลึกวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อย่างที่จ.บุรีรัมย์ นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมกับพสกนิกรทุกหมู่เหล่าตักบาตรพระสงฆ์ 199 รูป

ที่ราชบุรี นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าทำบุญตักบาตรอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 93 รูป และปล่อยพันธุ์ปลา 8,900 ตัวลงสู่บ่อน้ำเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปลาก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

เช่นเดียวกับ จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมข้าราชการ และประชาชนตักบาตรพระสงฆ์ 70 รูป และปล่อยปลาหลากหลายพันธุ์จำนวน 500,000 ตัว ถวายถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และร่วมร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ที่จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระ 125 รูป ไถ่ชีวิตโคกระบือ ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดที่สาธารณะ

แจกเสื้อดำ-เลี้ยงอาหาร

ที่หน้าตลาดกลางบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างรวมตัว 130 คัน เพื่อบริการขับรถรับ-ส่ง ประชาชนฟรี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9

ที่อ.หลังสวน จ.ชุมพร ร้านอาหารทุกร้านในตลาดปากน้ำหลังสวนประมาณ 30 ร้าน นำอาหารแจกให้รับประทานฟรี อาทิ หมูสะเต๊ะ ข้าวต้มหัวปลา ข้าวแกงปักษ์ใต้ ขนมจีน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เช่นเดียวกับร้านอาหารทั้งเมืองหลังสวน อาทิ ขนมจีนรสเด็ด ร้านดังของ จ.ชุมพร ร้านข้าวหน้าเป็ดของชาวจีนโบราณ ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านน้องดรีม ที่เตรียมข้าวมันไก่ 9999 จานมาให้ชาวบ้านรับประทานฟรี

ส่วนที่อ.เมือง จ.เชียงราย ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเลิศรสของนายชาญชัย เลิศรมยานันท์ อายุ 33 ปี เปิดให้ประชาชนรับประทานก๋วยเตี๋ยวฟรีตลอดทั้งวัน พร้อมเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าจากประชาชนที่มารับประทานอาหารก่อนนำไปบริจาคกับผู้ยากไร้

Leave a comment