ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง นิสัยที่ผู้นำประเทศต้องแก้ไขในระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248496

ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง นิสัยที่ผู้นำประเทศต้องแก้ไขในระบบ

ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง นิสัยที่ผู้นำประเทศต้องแก้ไขในระบบ

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อตอนที่ประเทศไทยกำลังตื่นตัวที่จะเปิดเส้นปิดกั้นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน ด้วยการจัดตั้ง ประชาคมอาเซียน ในตอนนั้น ทุกกลุ่ม ทุกเหล่า ล้วนกระดี๊กระด๊า วาดภาพฝันกันไปไกลแบบสดสวย ไร้ซึ่งปัญหา ในทุกหน่วยงานของภาครัฐ โดยเฉพาะในภาค การศึกษา ถึงกับมีการวาดฝันกันว่าจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการศึกษาในอาเซียน จะมีนักเรียน นักศึกษาจากอาเซียน เข้ามาเรียนในประเทศไทยมากมาย เงินทองจะไหลมาเทมาจนคนไทยจะกลายเป็น เศรษฐีอาเซียน โดย ไม่มีเสียงของ ผู้บริหารภาครัฐ ฝ่ายไหนเลยที่จะมาสะกิดให้ “ฝันแบบเนื้อๆ บ้าง อย่าฝันแต่น้ำๆ อย่างเดียว” สรุปว่า ทุกคนเห็นชอบไปทั้งหมด จะด้วยเอาใจผู้นำประเทศ เอาใจคนต้นคิด หรือเอาใจอะไรก็แล้วแต่ ตามนิสัย “ตามใจคือไทยแท้”

ในภาคส่วนของการศึกษา สิ่งที่เห็นได้ชัดและดูเหมือนจะมีกระแสท้วงติงอยู่บ้างก็คือ การปรับระยะเวลาการเปิดภาคเรียนของประเทศไทยให้รองรับกับประเทศอาเซียน เพื่อเชื่อมโยงถึงกันง่ายขึ้น แม้จะมีบางเสียง ออกมาให้เหตุผลถึงความแตกต่าง
กันในบริบทของสภาพแวดล้อมทางภูมิอากาศ และวัฒนธรรมแห่งวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งเสียงที่ออกมาเสนอแนะก็ไม่ได้บังเกิดผลอะไร เหมือนเอา “ไข่กระทบหิน” เพราะเสียงเห็นด้วยมากกว่า และ คนที่มีอำนาจแน่ใจว่า “ตัวเองคิดถูกแล้ว”แบบว่า “กรูเก่งเอ็งอย่ามาเถียง”

พอมาถึงวันนี้ ลองอ่านข่าว ข้างล่างนี้นะครับ

“กลุ่ม มทร.ยืนยันปี’60 กลับไปเปิด-ตามเดิม”

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2560 กลุ่ม 9 มทร.มีมติร่วมกันชัดเจนแล้วที่จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ในเดือน มิ.ย. 2560 ซึ่งถือเป็นการกลับไปสู่การเปิด-ปิดภาคเรียนในระบบเดิม สาเหตุที่กลุ่ม มทร.กลับมาเปิดภาคเรียนเช่นเดิมจะทำให้สอดคล้องกับระบบการเปิด-ปิดภาคเรียนของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จะเข้าเรียนใน มทร. การที่เปลี่ยนไปเปิดตามอาเซียนในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดที่ไม่ได้ยึดโยงกลุ่มผู้เรียนที่จะเข้าเรียนในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่กลับไปยึดนักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งแต่ละปีมีนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนในระบบอุดมศึกษาไม่กี่พันคน แต่นักเรียนไทยที่เข้าสู่ระบบอุดมศึกษามีหลายแสนคน ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเด็กไทยมากกว่า ดังนั้นการตัดสินใจกลับมาเปิดตามระบบเดิมจึงน่าจะส่งผลดีกับนักศึกษามากกว่า

เป็นไงครับ เมื่อตอนที่จะปรับเปลี่ยนกันนั้น ทุกฝ่ายล้วนกระดี๊กระด๊าว่า มันเลิศสะแมนแตน สุดยอดที่สุด สมบูรณ์ที่สุด เพียงไม่กี่ปี น้ำลายที่พ่นขึ้นไปบนฟ้าก็ตกลงมาใส่หน้าคนที่ถ่มออกไป รู้สึกอะไรบ้างไหม ซึ่งมันไม่ต่างอะไรกับ ภาษิตโบราณ ที่บอกว่า “ฝนตกขี้หมูไหล ฝนหายขี้หมูแห้ง” เป๊ะเลย

เรื่องประเภทนี้ ในแวดวงการศึกษาไทยยังมีหลบๆ ซ่อนๆ อยู่อีกเยอะแยะครับ คิดๆ แล้วก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีสักสิบหน้า ยี่สิบมือ จะได้สอดส่องดูแลประเทศไทยให้ทั่วถึง สมเจตนารมณ์เร็วๆ

Leave a comment