ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/249208

‘สะเต็ม’ สะท้อนวงการศึกษาไทย เราเสียเวลาไปนานกว่าห้าสิบปีแล้ว
มองย้อนหลังไปเมื่อ 50-60 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้น ข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์รายวัน จะพาดหัวข่าวอาชญากรรม เรื่อง “ปุ๊ ระเบิดขวด” แทบทุกวัน ผมเป็นครูในโรงเรียนเอกชน จำได้ดีว่า พอถึง ชั่วโมงวิชาเคมี ในชั้น ม.7 ม.8 นักเรียนหัวโจก ส่วนใหญ่จะขอให้ครูสอนว่า การทำระเบิดขวดต้องทำอย่างไร มีส่วนผสมของสารอะไรบ้าง นั่นแสดงให้เห็นว่า เด็กไทย สนใจวิชาสะเต็มมาตั้งนานแล้ว แต่ภาครัฐกลับมองไปในด้าน ลบ ว่าไม่ควรส่งเสริม ใคร เก่งทำอาวุธ ทำระเบิดขึ้นมาได้ กลายเป็น “คนร้าย แทนที่จะเป็นคนเก่ง” หรือ เด็กอัจฉริยะซึ่งถ้า ตอนนั้น ผู้นำประเทศมองการณ์ได้ไกลส่งเสริมแทนที่จะปิดบัง ป่านนี้ประเทศไทยเป็นชาติมหาอำนาจไปแล้ว
ตอนนี้ “สะเต็มศึกษา” ถูกกล่าวถึงในสังคมการเรียนรู้บ่อยขึ้น และจะบ่อยเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความสับสนของคนอีกไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจว่า “สะเต็มศึกษา” คืออะไรมันเป็นอย่างเดียวกับ “สะเต็มเซลล์” ที่ทำให้คนแก่กลับเป็นคนหนุ่ม อย่างที่คนหลายๆ คนเข้าใจกันหรือเปล่า
ในความเป็นจริง “สะเต็ม” เป็นคำย่อ ของ วิชาการ 4 ด้าน จาก อักษรภาษาอังกฤษ ได้แก่ อักษร S อักษร T อักษร E และอักษร M เมื่อนำมาเขียนรวมกันก็จะได้ว่า “STEM” ที่มาจากหมวดวิชาดังนี้ S จากวิชา วิทยาศาสตร์ T จากวิชา เทคโนโลยี E จากวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และ M จากวิชาคณิตศาสตร์

การที่ หมวดวิชาการทั้ง 4 ด้าน หรือ สะเต็ม ต้องกลายเป็น จุดสนใจของประเทศ เนื่องจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมือง
และการพัฒนาความก้าวหน้าของชาติต่างๆในโลก จะขาดความรู้ในด้านสี่วิชาหลักดังกล่าวไม่ได้ แบบว่าประเทศใด วิชาการทั้งสี่ด้านนี้ ไม่แข็งจริง ก็จะถูกผลักให้กลายเป็นประเทศ “ด้อยพัฒนา” ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียงที่จะไปแข่งขัน หรือ เดินร่วมทาง หรือ เดินล้ำหน้าไปกับประเทศที่เขาพัฒนาได้ อย่างเด็ดขาด
ประเทศไทยของเรา ผู้นำประเทศประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า เราจะต้อง ร่วมไปกับขบวน การเติบโต ในยุคที่ 4 ด้วยการ
ประกาศให้ประเทศไทย เข้าสู่ยุค 4.0 ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยหลักวิชาการที่เรียกว่า สะเต็ม อย่างเต็มตัว ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงมุ่งมั่นที่จะช่วยกัน พัฒนาวิชาการทั้งสี่ด้านให้เกิดขึ้นกับ เด็กและเยาวชนในสถาบันการศึกษาอย่างจริงจังด้วยการกำหนดส่งเสริมให้เกิด “สะเต็มศึกษา” ขึ้นในทุกโรงเรียน(ถ้าเป็นได้)

ข่าวคราวความเคลื่อนไหว ในภาคเอกชนที่ร่วมกับภาครัฐ เพื่อการจัด สะเต็มศึกษาให้เกิดกับเด็กไทย ที่มาแรงและเอาใจใส่มากที่สุด น่าจะเป็น หน่วยงานของ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และสถาบันคีนันแห่งเอเซีย (คีนัน) ที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับสถาบัน และบุคลากรในสังคมการศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งโดยการจัดอบรม อภิปรายส่งเสริมกิจกรรม และให้ความรู้กับครูผู้สอนเพื่อการนำไปเผยแพร่แก่นักเรียน โดยมีเป้าหมายเพื่อการผลิตกำลังพลคนเก่งด้านสะเต็ม ที่สามารถขานรับกับการปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศได้อย่างทันท่วงที อันเป็นจุดเริ่มต้นของการนำพาเยาวชนไทยไปสู่แรงงานคุณภาพ และจะนำพาประเทศไทยไปสู่การแข่งขันในระดับโลก โดยได้วางรากฐานด้านสะเต็มตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อนุบาล) ไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้เด็กไทยมีทักษะพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 และได้ออกแบบหลักสูตรสะเต็มศึกษาขึ้นเพื่อช่วยให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ นั่นคือเน้นสร้างความรู้ ทักษะ กระบวนการคิด ซึ่งนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยการเรียนจะมุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การทำงานกลุ่ม ได้แลกเปลี่ยนและแสดงออก และจะต้องมีนวัตกรรมเกิดขึ้นในห้องเรียนที่สำคัญเด็กจะต้องสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและนำไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคตได้

ว่าไปแล้ว การสอนแนวใหม่นี้จะมุ่งบูรณาการความรู้ต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสนใจใฝ่รู้ที่จะเรียนต่อในสายอาชีพสะเต็มมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้เด็กสร้างนวัตกรรมด้วยตนเอง เพราะเรามองว่าคนทำงานรุ่นใหม่ในอนาคตไม่จำเป็นต้องไปสมัครงานกับใคร แต่จะสามารถสร้างนวัตกรรม สร้างอาชีพใหม่ๆ และสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง “สะเต็มศึกษา” ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องยาก แค่ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนเพื่อทำให้ความรู้วิทยาศาสตร์มีประโยชน์กับอาชีพและชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริงเท่านั้น
โดย ชนิตร ภู่กาญจน์