ใกล้2ล้านคน 47วันยอดกราบพระบรมศพ กลาโหม-สตช.เจ้าภาพร่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249162

ใกล้2ล้านคน  47วันยอดกราบพระบรมศพ  กลาโหม-สตช.เจ้าภาพร่วม

ใกล้2ล้านคน 47วันยอดกราบพระบรมศพ กลาโหม-สตช.เจ้าภาพร่วม

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ 65 ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน(องค์การมหาชน)ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยเวลา 07.02 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร รวม ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 16 ธ.ค. การนี้ มีกองทัพเรือ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพด้วย

ทอ.ถวายภัตตาหารเพล

เวลา 10.30 น. พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีกองทัพอากาศร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ

เวลา 16.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งมีพระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร มาสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

กราบพระบรมศพใกล้2ล้านคน

ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ของวันที่ 16 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 04.45-22.39 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 46,386 คน รวม 47 วัน มี 1,824,517 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 5,177,421.25 บาท รวม 47 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 143,600,025 บาท

รอคิวชุดแรก 04.45 น.

สำหรับบรรยากาศทั่วไป ในวันนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยนั่งรถวิลแชร์เข้าเป็นชุดแรกใน เวลา 04.45 ตามด้วยประชาชนทั่วไป เวลา 04.50 ได้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะและมาเป็นครอบครัวเพื่อมาเข้าคิวรอกราบบังคมพระบรมศพในหลวง ร.9 ที่จุดรอคอยที่ท้องสนามหลวงอย่างเนืองแน่น หลายคณะเดินทางมารอตั้งแต่ 2 ทุ่มของวันที่ 16 ธ.ค.เพื่อหวังจะได้เข้ากราบบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาด พิมพ์ 4 สี 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมข้าว “พอเพียง” พระราชทานซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีนำกลับไปเป็นขวัญข้าว พร้อมด้วยปฏิทิน พ.ศ.2560

นักศึกษาทำขนมให้ปชช.

ด้าน น.ส.ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล(อินเตอร์) กล่าวว่า ตนพร้อมครอบครัว มีพ่อ แม่ น้องชาย ป้า และคนงานของบริษัทที่บ้านทำเกี่ยวกับเหล็ก ถนนนวมินทร์ 55 กทม. เพื่อมาแจกขนมเค็กกล้วยหอม ขนมปังใส่สังขยาพร้อมชาเย็น และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนตนและน้องชายแจกพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ขนาด 2 นิ้วครึ่ง ให้กับประชาชนหลังเข้ากราบบังคมพระบรมศพ ที่บริเวณหน้าประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง เพราะเห็นว่าทุกคนรักในหลวงเพื่อเก็บไปเป็นที่ระลึก แจกเฉพาะวันเสาร์ จำนวน 14,000 ภาพ

“หนูเกิดวันที่ 5 ธ.ค.จึงเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์มาก เกิดมาก็เห็นพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ส่วนตัวมองว่าท่านทรงเป็นพระบิดาประเทศไทยในยุคใหม่ ถ้าไม่มีพระองค์ประเทศไทยอาจกลายเป็นคอมมิวนิสต์ เนื่องจากประเทศมีคนยากจนเยอะมาก พระองค์ได้เข้าไปช่วยเหลือพัฒนาพื้นที่ ท่านทรงเล็งเห็นปัญหาของพสกนิกรแล้วนำมาทำเป็นโครงการในพระราชดำริไปช่วยเหลือคนไทยได้ครอบคลุมทุกด้าน พระองค์ทรงใส่ใจในรายละเอียดความทุกข์ของพสกนิกร ใครเดือดร้อนเขียนจดหมายมาถึง พระองค์ท่านก็ให้ทุกอย่างที่ประชาชนขาด ให้การศึกษาติดตัว ให้ความรู้ด้านการเกษตร ให้น้ำ ให้ที่ดินทำกิน พระองค์จึงเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนไทยทั้งประเทศที่ทุกคนสามารถเรียกพ่อได้อย่างเต็มปากเต็มคำ”

เด็กรุ่นใหม่รักสามัคคี

น.ส.ธัญย์ณภัคช์ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้เด็กรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ก็มีโครงการต่างๆเพื่อช่วยเหลือประชาชนและอยากให้คนไทยสามัคคีกันมากกว่านี้เลิกขัดแย้งกันเพื่อพัฒนาประเทศของเรา

ด้านน.ส.พิชามญชุ์ อริยวงศ์ธนกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย น.ส.จีรวรรณ ขวัญเมือง นักศึกษาชั้นปีที่4 คณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น พร้อมกับผู้ปกครอง  เพื่อมากราบบังคมพระบรมศพ

โดย น.ส.พิชามญชุ์ พร้อมด้วย น.ส.จีรวรรณ ร่วมกันกล่าว ว่า ถึงแม้พวกตนจะไม่ได้เกิดในยุคสมัยที่ในหลวง ร.9 ทรงงานหนัก แต่เกิดมาก็เห็นโครงการต่าง ๆที่พระองค์ทำไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยทุกปัจจัย ไม่มีฝน ไม่มีน้ำพระองค์ก็ทรงช่วยเหลือ ส่วนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหากนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน จะมีความสุขมาก ทำให้พอใจในสิ่งที่มี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ การตอบแทนพระองค์ได้ตอนนี้ก็โดยการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีทีสุด ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี ประกอบอาชีพสุจริต และรู้สึกยินดีที่ได้เข้ากราบบังคมพระบรมศพของพระองค์อย่างน้อยในชีวิตหนึ่งให้ได้มากราบสักครั้ง การมาวันนี้ถึงแม้จะใช้เวลาเดินทางกว่า 9 ชั่วโมง แต่พอได้เข้ากราบแล้วก็รู้สึกดีใจและหายเหนื่อย

กะเหรี่ยงถวายความอาลัย

ขณะที่ น.ส.มะแว ชาวเขาเผ่ากะยัน หรือกะเหรี่ยงคอยาว จากหมู่บ้านห้วยเสือเฒ่า ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนชนเผ่าในหมู่บ้าน รวม 11 คน และชนเผ่าต่าง ๆ ใน 7 อำเภอ จ.แม่ฮ่องสอนอาทิ  กะยัน หรือกะเหรี่ยงคอยาว มูเซอ รีซอ ไทยใหญ่ ม้ง จำนวน 753 คน

โดยน.ส.มะแว กล่าวว่า ตนและเพื่อน ๆมีอาชีพขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวที่บ้านห้วยเสือเฒ่า พวกเรารักในหลวง ร.9 มาก รักยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่อยากให้พระองค์ท่านจากไปไหน ท่านทรงเป็นแบบอย่างของพ่อที่ดี ทรงห่วงใยประชาชนมากกว่าตนเอง พวกเราดีใจมากที่ได้มีโอกาสเดินทางมากราบพระองค์ ก็จะไม่ลืมความดีของพระองค์ที่มีต่อชนเผ่า

ชาวนาบุรีรัมย์แจกข้ามหอมมะลิ

ด้านสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส บุรีรัมย์ จำกัด นำคณะเจ้าหน้าที่ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ 24 คน เดินทางโดยรถตู้ 2 คัน ทำกิจกรรม “ทำดี เพื่อพ่อ”แจกข้าวฟรี ข้าวหอมมะลิจากชาวนาปลูกจากดินภูเขาไฟจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีการนำข้าวอินทรีย์ 500 กิโลกรัม พร้อมทั้งข้าวสารเพื่อหุ้ง 300 กิโลกรัม ไข่เจียว 140 แผง ถั่วทอด 300 ถุง แจกจ่ายให้กับประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนกว่าของจะหมด

นางสาวนิตยา จันทร์ภักดี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส บุรีรัมย์จำกัดกล่าวว่า ปกติทางสหกรณ์จะมีการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวบ้านเพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารในครั้งนี้ด้วยการทำความดีเพื่อพ่อเราจึงได้นำข้าวสารส่วนหนึ่งมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯถือว่าเราต้องเป็นดินดี ทำความดีร่วมกัน เพื่อให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า เป็นเนื้อนาบุญที่คนในสังคมจะร่วมกันทำดีถวายพ่อหลวง

กทม.เร่งฟื้นฟูต้นมะขาม

เวลา 14.00น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสภาพต้นมะขามบริเวณโดยรอบสนามหลวง โดยนายจักกพันธุ์ กล่าวว่า การฟื้นฟูการเสริมรากต้นมะขาม หรือ ป๊อปอัพ ทำไปแล้ว ทั้งหมด 51 ต้น จากทั้งหมด 753 ต้น โดยการนำต้นมะขามที่เพาะเมล็ดอายุกว่า 1 ปี ขึ้นไป ลอกเปลือกต้นมะขามทั้งต้นหลัก และต้นลูกทั้ง 2 ต้น ซึ่งใช้วิธีเดียวกันกับการทาบกิ่ง เพื่อเป็นการช่วยเสริมน้ำและอากาศให้กับต้นหลัก ให้ได้รับน้ำและอากาศ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกทม.ได้ฟื้นฟูต้นมะขามไปแล้วแต่ยังไม่ได้ผล จึงใช้วิธีดังกล่าวมาช่วยฟื้นฟูอีกครั้ง เบื้องต้น ยังไม่มีต้นมะขามที่ตาย แต่มีที่น่าเป็นห่วง 8 ต้น อย่างไรก็ตาม 1 เดือนที่ผ่านมาประชาชนให้ความร่วมมือกับทางกทม.เป็นอย่างดี โดยหลังจากนี้จะมีการติดตามผลอีก 1 เดือนหลังจากนี้

Leave a comment