3สาวราชบุรีปลาบปลื้ม! จะขอทำความดีเพื่อ’ในหลวงร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248574

3สาวราชบุรีปลาบปลื้ม! จะขอทำความดีเพื่อ'ในหลวงร.9'

3สาวราชบุรีปลาบปลื้ม! จะขอทำความดีเพื่อ’ในหลวงร.9′

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.37 น.

13 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ว่า ประชาชนเดินทางมาเข้าคิวรอเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกวัน โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นชุดแรก ตั้งแต่เวลา 04.45 น.ตามด้วยเป็นประชาชนทั่วไป ในเวลา 04.50 น.โดยสำนักพระราชวังได้แจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรเพื่อนำกลับไปเป็นของที่ระลึก พร้อมแจกข้าว “พอเพียง” ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีได้นำกลับไปเป็นขวัญข้าวขยายเพาะปลูกต่อไป

ด้าน น.ส.ภาคินี สุขเสงี่ยม อายุ 26 ปี พร้อมด้วย น.ส.อภิญญา ชินสรนันทร์ อายุ 26 ปี และ น.ส.ขวัญชนก อินทรชำนาญ อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน เป็นชาว ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน เดินทางมาเข้าคิวรอตั้งแต่ตี 4 เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยทั้งสามสาวร่วมกันกล่าวด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้ม ว่า ทุกครั้งที่คิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 เหมือนมีแรงบันดาลใจให้เราทำในสิ่งดีๆ พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างของความเสียสละ พระองค์ท่านทรงรักประชาชนของพระองค์ ซึ่งพวกเราก็ยึดถือเรื่องความซื่อสัตย์ ความพอเพียงที่พระองค์สอนมาปฏิบัติ เพราะความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานที่ส่งผลดีในทุกอย่าง ทั้งการทำงาน ต่อตนเอง ครอบครัว หมู่บ้านของเรา ซึ่งถ้าทุกคนมีความซื่อสัตยก็จะส่งผลให้สังคมไทยดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ หลักเศรษฐกิจพอเพียงขอพระองค์ก็สามารถใช้ได้จริงไม่ว่าจะอาชีพไหน หากคนไทยนำมาปรับใช้ สำหรับพวกเรานำมาใช้ตั้งแต่เด็กคือการใช้ดินสอ พอเติบโตขึ้นมาก็นำมาปรับใช้กับอย่างอื่น เช่น ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงทำให้เราเห็นเป็นนแบบอย่างในเรื่องการใช้ของอย่างประหยัด

“แถวบ้านมีโครงการในพระราชดำริ มีศูนย์เรียนรู้ชาวนา มีพิพิธภัณฑ์ชาวนา เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้ ซึ่งพวกเราเกิดมาไม่ทันเห็นตอนที่ท่านลำบาก แต่ก็รับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงงานหนักเพื่อให้ทุกคนสบาย พระองค์ไม่เคยร้องขอว่าให้ใครรักพระองค์ท่าน แต่ท่านอยากให้คนไทยรักกันแค่นี้ท่านก็มีความสุขแล้ว วันนี้ได้มากราบสักการะก็น้ำตาไหลเสียใจกลัวว่าสิ่งที่พวกเราตั้งใจทำจะสายเกินไปเพราะพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ก็เชื่อว่าพระองค์ทรงรับรู้ได้ในส่ิงที่พวกเราตั้งใจทำ” สามสาว กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย

ด้าน นางเสาวนีย์ ประสงค์ทรัพย์ อายุ 70 ปี ต.ท่าตูม อ.เขาสมิง จ.ตราด หัวหน้าทีมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสลัก ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้าน กล่าวว่า แม่ได้เล่าให้ฟังว่า ประมาณ 60 ปีที่แล้ว ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร์ที่หมู่บ้านเพื่อดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง แต่ท่านบอกกับชาวบ้านว่า “เราคงไม่ได้มาอีกแล้ว เพราะไม่มีอะไรให้ช่วย น้ำก็ไม่ท่วม ดินก็ไม่แห้ง อาหารก็อุดมสมบูรณ์” พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร์ในทุกพื้นที่ รู้สึกรักพระองค์มาก รักสุดประมาณ ท่านทรงอัจฉริยะมากทำทุกอย่างเพื่อพวกเราชาวไทย พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลกแล้ว

“ป้าเดินตามลอยพระองค์ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทำตามที่พระองค์สอน ปลูกผักก็ทำแปลงผักเป็นรูป “ตามรอยพ่อหลวง” “เศรษฐกิจพอเพียง” “ยินดีต้อนรับ” และเลี้ยงปลา – กบ ไก่ไข่ เพาะเห็ด แปรรูปผลไม้ ทำแล้วมีความสุข จนพัฒนากรนำป้ายเศรษฐกิจพอเพียงมาติดตั้งให้หน้าบ้าน ขณะนี้ได้เป็นหัวหน้าทีม เวลาป้าเหนื่อยก็จะมองรูปพระองค์ท่าน ป้าก็หายเหนื่อยแล้ว ท่านเป็นกำลังใจได้อย่างดี จึงรักพระองค์ท่านมาก ก็ขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สรวงสวรรคาลัย เกิดชาติหน้าฉันใดก็ขอให้เป็นลูกของพ่อหลวงทุกชาติไป” นางเสาวนีย์ กล่าว

ขณะที่ นางน้อย ส่งศิริพร อายุ 85 ปี พสกนิกรที่เดินทางมาจาก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มาสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 เล่าย้อนให้ฟังว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินมายังนครสวรรค์หลายครั้ง โดยตนได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ ในหลายๆ ครั้ง ซึ่งมีครั้งหนึ่งตนจำได้ว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรสและพระราชธิดา ตนยังจำได้ดี ตอนนั้นมีชาวนครสวรรค์มาเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงแย้มพระโอษฐ์แก่ราษฏร และมีรับสั่งต่างๆ นานา สร้างความปีติแก่พวกเราชาวนครสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง

นางน้อย กล่าวด้วยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตนก็มาด้วยความคิดถึงพระองค์ท่าน อยากมากราบใกล้ๆ อยากเห็นพระบรมโกศ ได้เห็นแล้วก็ปลาบปลื้มและตื้นตันใจ สวยงามสมพระเกียรติ ตนอายุมากแล้ว ได้มาถึงที่แห่งนี้ก็นับว่าเป็นบุญมาก ได้เห็นราชประเพณีโบราณ ซึ่งทำให้ตนนึงถึงว่าสมัยพ่อตนท่านเล่าให้ฟังว่าได้มากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ในหลวง รัชกาลที่ 8 ตนในฐานะลูกก็ได้มากราบพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 และตนก็อยากจะเห็นพระเมรุมาศ แต่รู้ตัวว่าแก่แล้ว ไม่รู้อยู่ได้นานอีกเท่าไหร่ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็อยากมาเห็นสักครั้ง

Leave a comment