ปชช.ปักหลักข้ามคืน สักการะพระบรมศพร.9 เสริมมงคลเริ่มต้นปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/251009

ปชช.ปักหลักข้ามคืน  สักการะพระบรมศพร.9  เสริมมงคลเริ่มต้นปีใหม่

ปชช.ปักหลักข้ามคืน สักการะพระบรมศพร.9 เสริมมงคลเริ่มต้นปีใหม่

วันพุธ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปชช.ปักหลักข้ามคืน

สักการะพระบรมศพร.9

เสริมมงคลเริ่มต้นปีใหม่

วันเดียวยอด7.3หมื่นคน

พสกนิกรจากทั่วประเทศปักหลักข้ามคืน เข้าถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว เผยวันเดียวยอด7.3 หมื่นคน จิตอาสาร่วมผลิตดอกไม้จันทน์ 6 ล้านดอก

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 3 มกราคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 2 โดยในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล โดยในวันเดียวกันนี้มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมเป็นเจ้าภาพ

ขณะที่เมื่อเวลา 16.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

ส่วนที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทาน อาทิ ขาหมูพะโล้ 1,500 จาน, กาแฟสด 2,500 แก้ว, ข้าวผัดปลาเค็มหมูสับ 1,000 จาน, ไก่คั่วพริกขี้หนูราดข้าว 1,000 จาน, ข้าวหมูผัดน้ำมันหอยขิงสดเห็ดหอม 1,000 จาน, ข้าวราดแกงส้ม 1,500 จาน, ข้าวราดแกงไตปลาและหมูหวาน 1,500 จาน, ขนมไทย 1,000 กล่อง, ซาลาเปา 1,000 ลูก, เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง, น้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดา ให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ขณะที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณท้องสนาม ฝั่งทิศเหนือ บริเวณเต็นท์นั่งพักของประชาชนที่มารอก่อนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทานมาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน โดยวันนี้มีหน่วยแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ จำนวน 12 คน โรงพยาบาลหนองคาย 5 คน มาให้บริการดูแลประชาชนตลอดทั้งวัน

วันเดียวกัน สำนักพระราชวัง ได้ทำการสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 ของวันที่ 2 มกราคม ต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าเวลา 04.15 น ของวันที่ 3 มกราคม เพื่อให้ประชาชนที่ตกค้างอยู่ภายในพระบรมมหาราชวังได้กราบสักการะพระบรมศพจนครบหมดทุกคนว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 73,290 คน รวม 63 วันที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะมีจำนวน 2,729,854 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน จำนวน 3,573,170.25 บาท รวม 63 วัน เป็นเงิน 217,606,031.50 บาท

สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในรอบวันที่ 3 มกราคม สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 04.45 น. โดยยังคงมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมากราบสักการระพระบรมศพเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มทำงานในปีพุทธศักราช 2560 กันอย่างเนืองแน่นเต็มท้องสนามหลวง

น.ส.นิรมล ศิวกรโสภณ อายุ 29 ปี ชาว กทม. กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมเพื่อนอีก 3 คน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อมาเข้าคิวรอเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงมีโครงการพระราชดำริต่างๆ มากมาย เพื่อความสุขของประชาชน ในฐานะที่พวกตนเป็นพสกนิกรของพระองค์จะทำสิ่งใดก็จะคิดถึงในสิ่งที่พระองค์สั่งสอนมา ทั้งเรื่องการใช้จ่ายไม่ฟุ่มเฟือยพระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ความกตัญญูที่พระองค์ดูแลสมเด็จย่า ในฐานะที่พวกเราเป็นคนไทยก็จะขอนำมาเป็นแบบอย่างในการดูแลพ่อแม่พี่น้อง และทำหน้าที่ทุกอย่างของตนเองให้ดีที่สุด

นางหลอดฟ้า ก่องแก้ว อายุ 45 ปี ชาวนา ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับพี่สาวและหลานสาว มาถึงสนามหลวงตั้งแต่ 03.00 น. รู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจมากที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เพิ่งมาเป็นครั้งแรก ตนเป็นเกษตรกรจึงได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและความประหยัดในการใช้จ่าย ส่วนตัวรู้สึกรักพระองค์มาก และเสียใจที่พระองค์เสด็จสวรรคต

นางประพันธ์ โอฬาริ อายุ 62 ปี ชาวสวนยาง จ.สตูล กล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสเดินทางมาเป็นครั้งแรก โดยเหมารถบัสโดยสารมากับเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมาพระองค์ทรงมีโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อชาวใต้และคนไทยมากมาย แม้จะไม่มีบุญได้เข้าเฝ้าฯสักครั้ง แต่ก็สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยไม่รู้ลืม

Leave a comment