ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250489

ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.50 น.

28 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอคิว เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างเนืองแน่น ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

ด้าน นายจุฬนิจ ชูศรี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที 2 คณะครุศาสตร์ สาขาพละศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เดินทางพร้อมเพื่อน คือ นายปรีชา คำนวนสกุณี อายุ 23 ปี กล่าวว่า เดินทางออกจากที่พักเพื่อมารอต่อแถวที่ท้องสนามหลวงเมื่อเวลา 03.00 น. และได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เวลา 09.30 น. รู้สึกปลาบปลื้มและเป็นบุญมากที่ได้มากราบถวายบังคมพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ระหว่างกราบพระบรมศพตนได้อธิษฐานให้พระองค์ท่านปกป้องคุ้มครองประชาชนทุกคนให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมา และต้องมาแต่เช้าหรือรอคิวหลายชั่วโมงก็้ไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด และตั้งใจว่าจะหาโอกาสเดินทางมากราบพระองค์ท่านอีก

“ผมได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวัน บ้านที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ปลูกผัก เลี้ยงปลา ไว้กินในครัวเรือน และใช้จ่ายอย่างประหยัดอดออม เมื่อมีเวลาว่างก็จะไปรับจ้างเป็นกรรมการตัดสินกีฬาต่าง ๆ เป็นการหารายได้ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ตั้งแต่เด็กผมได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อประชาชนทุกคน อดทนเดินทางไปในถิ่นทุรกันดาร จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำตามความฝันที่อยากจะเป็นครูพละศึกษา จากที่ช่วงวัยเด็กค่อนข้างจะเกเร และไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ แต่หากได้เป็นครูก็จะตั้งใจปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างให้กับนักเรียน ไม่เพียงแค่บอกให้นักเรียนทำนั่นทำนี่ เช่น ให้นักเรียนวิ่ง เราก็จะต้องวิ่งไปด้วย” นายจุฬนิจ กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

ขณะที่ น.ส.อัมพร บำรุงผล อายุ 58 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านนา (ฟินวิทยาคม) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำคณะครูและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รวม 100 คน เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ก่อนเดินทางไปเข้าสักการะพระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเที่ยวชมสวนสัตว์เขาดินวนา เปิดเผยว่า ในฐานะที่ทุกคนเป็นข้ารองบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยากน้อมถวายแสดงความอาลัยแก่พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เด็กบางคนอาจขาดโอกาสไม่สามารถมาด้วยตัวเองได้ หรือไม่มีผู้ปกครองพามา ทางโรงเรียนจึงได้ประสานกับทางสำนักพระราชวัง เพื่อขอพาเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้น ป.4-ป.6 มากราบบังคมพระบรมศพ จำนวน 3 วัน ซึ่งในวันนี้มาเป็นวันที่สอง

“โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศ มาสอนเด็กๆ นอกจากนี้ ยังเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ดังนั้น หลักสูตรการสอนจึงบูรณาการด้านศีลธรรม ไม่ได้มุ่งเน้นแค่วิชาการ ทว่าสอนให้นักเรียนพอใจ พอเพียงในสิ่งที่ตัวเองมี ด้วยพื้นที่ของโรงเรียนมีค่อนข้างจำกัดแค่ 2 ไร่ ประกอบกับอยู่ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม  แต่ทางโรงเรียนก็แนะให้นักเรียนทดลองปลูกพืชผักในกระถางทดแทน” ผอ.อัมพร กล่าว

ส่วน น.ส.ฐิติกาญจน์ อนวัชสกุล อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินทางมาพร้อมกับนางอรุณี อนวัชสกุล อายุ 56 ปี (มารดา) และสมาชิกในครอบครัว รวม 5 คน กล่าวว่า ออกเดินทางจาก จ.สมุทรปราการ มาถึงท้องสนามหลวงประมาณ 02.00 น. และได้เข้าประมาณ 09.30 น. ระหว่างรอคิวรู้สึกตื่นเต้นและเมื่อได้เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มา แม้ตนจะเกิดไม่ทันเห็นพระองค์ทรงงานและไม่เคยได้รับเสด็จฯ แต่ก็ติดตามข่าวที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ถ้าหากไม่มีพระองค์ ประเทศไทยก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ได้ ทำให้ตนรักและประทับใจทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้ ส่วนตัวได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และตั้งใจว่าจะทำความดีเพื่อตอบแทนพระองค์

ด้านนางอรุณี กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มและตื้นตันใจมากที่ได้มากราบถวายบังคมพระบรมศพ ถึงแม้จะเจ็บหัวเข่า แต่ก็ตั้งใจว่าจะมาให้ได้ พอมาถึงก็ไม่รู้สึกหายเจ็บเข่าไปเลย รู้สึกเสียดายมากที่ไม่เคยได้เห็นพระองค์จริง ได้แต่ติดตามดูข่าวพระราชสำนักทุกวัน เห็นพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย พระองค์พระราชทานโครงการในพระราชดำริต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น แก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม ด้วยการสร้างเขื่อน และสร้างแก้มลิง การส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกพืชผัก

“เห็นพระองค์ทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อยก็รู้สึกเหนื่อยแทน ทราบว่าแต่ละวัน พระองค์ทรงพระบรรทมแค่ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ดิฉันรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เวลาทำบุญตักบาตรก็จะอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล ขอพระบารมีช่วยปกป้องคุ้มครองประชาชนให้มีความสุข ละดีใจมากที่ได้เกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของในหลวง รัชกาลที่ 9”

Leave a comment