ปชช.เข้าถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250922

ปชช.เข้าถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ปชช.เข้าถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันอังคาร ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560, 11.33 น.

3 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 น. โดยมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมากราบพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างเนืองแน่นเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มทำงานในปี 2560

โดย น.ส.นิรมล ศิวกรโสภณ อายุ 29 ปี ชาว กทม. กล่าวว่า “ตนเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนอีก 3 คน โดยเดินทางมาถึงท้องสนามหลวงประมาณตี 5 เพื่อมาเข้าคิวรอเดินทางเข้ากราบพระบรมศพด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถพระองค์ที่ทรงมีโครงการพระราชดำริต่างๆ อย่างมากมาย เพื่อความสุขของประชาชน ในฐานะที่พวกตนเป็นพสกนิกรของพระองค์จะทำสิ่งใดก็จะคิดถึงในสิ่งที่พระองค์สั่งสอนมา ทั้งเรื่องการใช้จ่ายไม่ฟุ่มเฟือย พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ความกตัญญูที่พระองค์ดูแลสมเด็จย่า ในฐานะที่พวกเราเป็นคนไทยก็จะขอนำมาเป็นแบบอย่างในการดูแลพ่อแม่พี่น้อง และทำหน้าที่ทุกอย่างของตนเองให้ดีที่สุด รักในหลวง ร.9 เพราะพระองค์ท่านรักประชาชนทุกคน เหมือนพ่อดูแลลูก ท่านทำงานหนักพวกเราประชาชนก็รับรู้ได้ในสิ่งที่พระองค์ท่านทำ รู้สึกเสียใจมากที่พระองค์ท่านจากไป”

ด้าน นางหลอดฟ้า ก่องแก้ว อายุ 45 ปี ชาวมุกดาหาร กล่าวว่า “เดินทางมาพร้อมกับพี่สาวและหลานสาว มาถึงท้องสนามหลวงช่วงตี 3 ดีใจและซาบซึ้งใจมากที่ได้เดินทางมากราบพระบรมศพ มาเป็นครั้งแรก ตนมีอาชีพทำนาเป็นเกษตรกรจึงได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และความประหยัดในการใช้จ่าย มีการทำบัญชีครัวเรือนซึ่งมีประโยชน์มากทำให้รู้รายรับรายจ่ายของครอบครัว มีการปลูกผักไว้กินเอง เลี้ยงสัตว์เล็กๆ น้อยๆ ไว้กินและขาย รักพระองค์มากเสียใจที่พระองค์เสด็จสวรรคต รู้สึกซาบซึ้งใจที่เห็นพระองค์เสด็จฯ ไปทุกที่เพื่อไปช่วยเหลือราษฎร์โดยที่ท่านไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย”

ขณะที่ นางประพันธ์ โอฬาริ อายุ 62 ปี ชาวสตูล กล่าวว่า “เพิ่งมีโอกาสเดินทางมาเป็นครั้งแรก พร้อมกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง โดยเหมารถบัสโดยสารมา และมาต่อแถวที่ท้องสนามหลวงเวลาตีสามของวันนี้ รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก ตัวเองมีอาชีพกรีดยางเพิ่งว่างเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพวันนี้พร้อมกับเพื่อนๆ ก่อนมาลูกก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ เพราะว่าป่วยเป็นข้อเข่าเสื่อมมีอาการปวดเข่า ลูกดูข่าวจากทีวีเห็นคนเดินกันเร็วก็กลัวแม่จะก้าวไม่ทันคนอื่น แต่ก็ใจสู้และน่าแปลกใจมากที่วันนี้ไม่ปวดหัวเข่าเลย ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อชาวใต้และคนไทยมากมาย แม้จะไม่มีบุญได้เข้าเฝ้าฯ สักครั้ง แต่ก็สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยไม่รู้ลืม สำหรับพระบรมฉายาลักษณ์พระราชทานเเป็นที่ระลึกนี้ ตั้งใจจะเอาไปอัดกรอบเพื่อบูชา”

ด้าน นายวีรฉัตรเทพ ปิ่นแก้ว อายุ 42 ปี ชาวกาญจนบุรี พร้อมนำธนบัตรที่เก็บสะสมไว้มาด้วย เปิดเผยว่า เดินทางมาโดยรถตู้ประจำทาง ถึงสนามหลวงและเข้าคิวกราบถวายบังคมตั้งแต่ตี 3 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 15 ที่เข้ามากราบพระบรมศพ การที่มาหลายครั้งเพราะรู้สึกว่ารักพระองค์ท่านมาก จากนี้คงจะมาอีกหลายครั้ง เป็นร้อยครั้งก็อยากจะมา โดยทุกครั้งที่ได้รับโปสการ์ดจะนำไปใส่พานบูชา และแบ่งให้กับผู้ที่อยากมาแต่มาด้วยตนเองไม่ได้ด้วย

“เมื่อเข้าไปกราบแล้วรู้สึกถึงคำว่าสุข ไม่ว่าจะเข้าไปกี่ครั้งก็ตาม เพราะได้ระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับคนไทยให้อยู่ดีกินดี พระองค์ทรงทิ้งไว้ให้ทุกอย่าง แต่อย่างเดียวที่ไม่ทรงไม่ทิ้งไว้ก็คือ ลมหายใจของพระองค์ ทั้งนี้ตนได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์มาใช้ ในเรื่องของการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ก็จะทำให้สังคมน่าอยู่” นายวีรฉัตรเทพ กล่าว

Leave a comment