ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/251053

พสกนิกรกราบถวายบังคมพระบรมศพ น้อมนำพระราชดำรัสไปปรับใช้
4 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ว่าเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 04.45 น. โดยมีประชาชนเดินทางมารอเข้าคิวอย่างเนืองแน่น เพื่อเป็นสิริมงคลและแสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของเหล่าพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

ด้านนายวิสันต์ ตั้งวงษ์เจริญ อาจารย์ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว มาถึงท้องสนามหลวงตอนตี 4 อยากพาลูกๆ มากราบพระบรมศพในหลวง ร.9 ที่ทรงช่วยเหลือคนไทยทุกเรื่อง หลายคนอาจจะยังคงไม่รู้แต่พอหลังจากที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตแล้ว จึงรับรู้ได้ว่าพระองค์ทำทุกอย่างเพื่อพวกเราคนไทย ทั้งคำสอนและโครงการในพระราชดำริ
“คำว่าพอเพียง ก่อนนี้ฟังแล้วอาจจะงง ๆ ไม่เข้าใจ แต่พระองค์ท่านทำให้เห็นจึงกระจ่างขึ้น เช่น การใช้ยาสีฟันของพระองค์ ซึ่งเป็นรูปธรรม เด็กๆ สามารถจำได้ ลูกๆ ผมก็เข้าใจแล้วว่าการประหยัด ไม่ใช่ขี้เหนียว แต่เป็นการใช้ของอย่างคุ้มค่า ไม่ใช้แบบฟุ่มเฟือย และพระองค์ทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น เพื่อประชาชน มากกว่าเพื่อพระองค์ท่านเอง ผมจึงสอนลูกว่าคิดถึงตัวเอง ก็ต้องคิดถึงคนอื่นด้วย และในฐานะเป็นอาจารย์เห็นว่านักศึกษาก็มีความรักและเข้าใจในคุณค่าของพระองค์ท่าน ส่วนหนึ่งเห็นได้จากเมื่อวันที่ 14 ต.ค. นักศึกษาจำนวนมากเดินทางมาที่หน้าพระบรมมหาราชวัง โดยที่ไม่ได้นัดหมายด้วยความอาลัย และพวกเขาก็มีความเข้าใจคำสอนต่างๆ ของพระองค์ แต่ห่วงเด็กรุ่นหลัง ๆ ที่พวกเราและผู้ปกครองจะต้องส่งต่อสิ่งที่พระองค์ท่านสอนไว้รุ่นต่อรุ่น สำหรับตนประทับใจในหลวง ร.9 ที่นำโครงการหลวงเข้าไปให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ทำให้เขาสามารถมีช่องทางทำมาหากินทดแทนการปลูกฝิ่นได้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่แยบยลมากในการลดการปลูกฝิ่นในประเทศไทย”

ขณะที่ นายปาณชัย ทองอุไร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ประธานนักเรียน โรงเรียนประสาทรัฐประชากิจ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับเพื่อน ๆ นักเรียน และครู รวม 70 คน เพื่อมากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงพระราชทางโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพราะหลังจากที่มีโครงการนี้แล้วก็ทำให้สามารถพลิกฟื้นที่ดินเสื่อมโทรมให้อุดมสมบูรณ์ขึ้น ชาวบ้านสามารถเข้าไปศึกษาและนำความรู้กลับมาปรับปรุงที่ดินของตนเองเพื่อทำการเกษตรได้
“พวกเราก็เคยได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาในโครงการนี้ของพระองค์ ประทับใจมาก จากดินที่แห้งแล้งเสื่อมโทรม และเขาหัวโล้น พระองค์ทรงนำวิธีการปลูกหญ้าแฝกในที่ดินเข้าไปแก้ปัญหาอย่างได้ผลดี การสร้างแหล่งน้ำ และถ้ามีโอกาสก็จะศึกษาโครงการต่าง ๆ ของพระองค์เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้นำการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อให้รู้การใช้จ่ายเงิน จะได้รู้จักประหยัดอดออม” นายปาณชัย กล่าว

ส่วนนางลำมวล เจริญวัฒนธาดา อายุ 50 ปี ชนเผ่าลาวโซ่ง (ไททรงดำ) อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ สวมชุดประเพณีไททรงดำ เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ เดินทางมาพร้อมลูกพี่ลูกน้อง นางยุพา เม่นห้อย อายุ 52 ปี เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาโดยรถไฟเพียง 2 คน เพราะอยากมากราบถวายบังคมในหลวง ร.9 มาก ในฐานะของชนเผ่าลาวโซ่ง พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพยิ่ง ทรงเป็นที่ชื่นชมของชนเผ่า ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย โดยที่ไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา หรือชนเผ่า ทรงช่วยเหลือให้ทุกคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทยไม่ว่าจะพื้นที่ที่ลำบากขนาดไหนน้ำพระทัยก็ไปถึงเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีมีสุข
“ปลื้มใจจริงๆ ได้มากราบในวันนี้ เมื่อเข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้เงยหน้ามองไปที่พระบรมโกศ ดิฉันน้อมนำการดำเนินชีวิตแบบง่ายๆ ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงปลา หากมีเหลือก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับญาติ และเพื่อนบ้าน แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตเป็นสุข โดยข้าวเปลือกพระราชทานที่ได้รับ จะนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป” นางลำมวล กล่าว