ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/250698

‘พุทธะ’เดือดสวน’เจ้าคุณประสาร’ รับพระราชอำนาจไม่ได้ไล่ให้ลี้ภัย
30ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คเพจชื่อ “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” วิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวต่อต้านการแก้ไขมาตรา 7 ของพ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ที่ 84 สมาชิก สนช.เสนอ และมีการนำเข้าสู่วาระการพิจารณาไปแล้วโดยมีมติเอกฉันท์ให้มีการแก้ไข 3 วาระรวดโดยให้การสถาปนาแต่งตั้ง “สมเด็จพระสังฆราช”นั้นเป็น พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งแก้ไขข้อบัญญัติเรื่องอาวุโสด้วยของพระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ศพศ.) และรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยระบุว่า หากพระเมธีธรรมาจารย์ไม่ยอมรับในพระราชอำนาจ ก็ออกไปหาประเทศอยู่ใหม่
พระพุทธะอิสระ ระบุว่า พระเมธีธรรมาจารย์โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว” พระเมธีธรรมาจารย์ – เจ้าคุณประสาร “แบบเผ็ดร้อนถึงกับบังอาจออกมาจาบจ้วงก้าวร้าววิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามเพื่อให้สังคมฉงนสงสัยในพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ แถมยังตั้งคำถาม 2-3 ข้อในลักษณะสันดานเดิมย้ำทำย้ำคิดซ้ำซากจำเจจนไม่น่าจะเป็นนักบวชของพระพุทธศาสนาที่ไม่ได้เข้าใจคำว่า “ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุและความดับเหตุแห่งธรรมนั้น”
“เจ้าคุณประสารถามออกมาอย่างไม่น่าเชื่อว่าแกเคยบวช เพราะเฮียแกไม่สำเหนียกระลึกรู้เสียด้วยซ้ำในเรื่องกฎของกรรมที่พระบรมศาสดาทรงสั่งสอนว่า กมฺมุนา วตฺตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม และกรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ ดี ชั่ว เลว หยาบ พุทธะอิสระก็อยากจะตั้งคำถามเฮียแกกลับไปเหมือนกันว่า มีใครไปบังคับให้สมเด็จช่วง(สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช) ของเฮียสะสมทรัพย์สมบัติหรือ มีใครไปจูงมือสมเด็จช่วงเซ็นเช็คจ่ายเงินค่าจัดซื้อรถหรูหนีภาษีหรือ มีใครไปง้างปากสมเด็จช่วงของเฮียให้พูดว่าวัดปากน้ำกับวัดธรรมกายเป็นวัดพี่วัดน้องมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน และมีใครไปบังคับให้สมเด็จช่วงของเฮียไปรับเงินรับทองคำมาจากวัดหรือลัทธิที่มีปัญหากับพระธรรมวินัยครั้งละเป็นสิบๆ ล้านบ้างหรือ”
พุทธะอิสระ ระบุด้วยว่า ที่มีผู้คนออกมาต่อต้านการขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ของประเทศไทย ก็เพราะพฤติกรรมของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มักมากไม่แยกดีไม่แยกชั่วแบบนี้ไง สังคมเขาถึงได้ไม่อยากให้ขึ้นมาเป็นพระสังฆราช อีกทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นคดีความและข้อสงสัยต่างๆ ที่มีมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่มีใครเขาไปยัดเยียดสร้างเรื่องให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีแต่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ นั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ หากเป็นผู้ซื่อตรงประพฤติปฏิบัติอยู่ในสุจริตธรรม ใครจะบังอาจนำเรื่องไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้
“อธิบายใปถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเฮียจะเก็ทขึ้นบ้างไหม แต่คงไม่เก็ทดอก เพราะสันดานคนพาลก็จักไม่ยอมรับฟังเหตุผลของใคร ส่วนที่เจ้าคุณประสารออกมาโอดครวญว่า สนช. กำลังตัดอำนาจมหาเถรสมาคมอยู่นั้น พุทธะอิสระขอถามว่า แล้วเฮียไปเผือกอะไรกับเขาด้วย หรือเพราะเฮียก็หวังว่าตนเองและพรรคพวกจะสูญเสียอำนาจไปด้วย ถามจริงเหอะ พวกท่านนี่บวชเข้ามาเพื่อต้องการยศอำนาจเท่านั้นหรือ แล้วยศอำนาจโดยเนื้อแท้แล้วใครเป็นผู้ประทานให้สนช. เขาแก้ พ.ร.บ. สงฆ์มาตรา 7 ก็เพื่อถวายคืนพระราชอำนาจแด่พระเจ้าอยู่หัว แล้วเฮียมาเดือดร้อนอะไร”
พุทธะอิสระ โพสต์ข้อความอีกว่า การที่ สนช. เขาแก้กฎหมายคณะสงฆ์มาตรา 7 เพื่อถวายคืนพระราชอำนาจ มันจะทำให้เจ้าคุณประสารและพรรคพวกเดือดร้อน ทุกข์ทรมาน ทุรนทุราย อยู่ไม่ได้ในแผ่นดินนี้ที่จริงก็ไม่อยากจะเขียนอะไรในเรื่องนี้ให้มากความ เพราะเห็น “คุณวิรังรอง ทัพพะรังสี” เขียนอธิบายขยายความในทุกข้อทุกประเด็นจนแจ่มแจ้งแล้ว หากกลุ่มต่อต้านยังอ่านไม่ออก ไม่เข้าใจในข้อเขียนนั้น ก็ขอแนะนำให้เจ้าคุณประสารและพรรคพวกนำเอาบทความที่ว่านั้นไปต้มน้ำดื่ม เผื่อจะซึมเข้าไปในต่อมใต้สมองน้อยๆ เสียบ้าง
“พุทธะอิสระขอบอกเฮียเอาไว้ตรงนี้เลยว่า หากวันใดเฮียและพวกออกมาประท้วงเคลื่อนไหวเรื่องถวายคืนพระราชอำนาจใน พ.ร.บ. คณะสงฆ์มาตรา 7 วันนั้นเฮียและพวกของเฮีย จะได้เจอกับม็อบน้ำหมาก ม็อบโคโยตี้ ม็อบจ้ำบ๊ะ ม็อบชีวภาพ ม็อบคนรักสถาบัน คงจะได้พากันออกมาปิดล้อมม็อบล็อกคอทหารของเฮียได้
เคนะเฮีย รออยู่ รออยู่ ให้ไว ให้ไว”
