ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/250105

เมื่อ เจ้าสัว ทำ CSR นักข่าวยกมาเป็นกองทัพ
CSR ย่อมาจากคำว่า Corporate Social Responsibility แปลเป็นไทย หมายถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ที่มีการดำเนินการ กิจกรรมทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่ให้ความสำคัญและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กร หรือนำทรัพยากรที่อยู่นอกองค์กรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อองค์กรและส่วนร่วม เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน
เมื่อวันที่ 22 และ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ซึ่งเป็นบริษัทระดับเจ้าสัว ที่เป็นระดับต้นๆ ของประเทศไทย ได้นำเจ้าหน้าที่ พนักงานในองค์กร ออกไปจัดกิจกรรม ซีเอสอาร์ ที่ จังหวัดลำพูน นำขบวนไปโดย นายอดิเรก ศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีพีเอฟ ไปส่งมอบ โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และ มอบผ้าห่มช่วยภัยหนาวให้กับผู้ยากไร้ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้สูงอายุ ในโครงการ คืนสุขสู่ผู้สูงอายุ โดยกิจกรรมทั้งหมด จัดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านหนองปลาสะวาย ตำบลหนองปลาสะวาย อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

เมื่อเกี่ยวข้องกับ เรื่องของโรงเรียน และการเรียนรู้ทางด้าน การงานพื้นฐานอาชีพ เราจึงได้ติดตามเพื่อจะตามข่าวเพิ่มเติม ในภาคส่วนของการศึกษา ที่ ซีพีเอฟ ว่าจะมีอะไรเพิ่มเติม เข้ามาทางสายงานด้านการศึกษาที่มากกว่าที่เป็นอยู่อีกหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ ใครๆ ก็รู้ว่า ซีพีเอฟ ถือเป็น มุ้งหลังโตเบ้อเริ่มเหิ่มที่กำลังครอบคลุม อะไรต่ออะไรหลายอย่างจนเกือบจะครอบคลุม
ทุกส่วนของประเทศไทยแล้ว
กิจกรรมในวันนั้น สมกับเป็นงานของ เจ้าสัว เพราะนอกจากแขกเหรื่อที่มาต้อนรับ ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทน สพฐ.ทุกสายมากันอย่างพร้อมเพรียงแล้ว ยังมีกองทัพของผู้สื่อข่าว ทั้ง ทีวี.วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ในส่วนกลาง มากันอย่างหนาแน่นมากกว่าสามสิบคน ไม่รวมนักข่าวในพื้นที่อีก รวมแล้วมากกว่าครึ่งร้อย
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สดชื่น ทั้งผู้ให้และผู้รับ สมกับคำที่เด็กในพื้นที่เรียกกันว่า “ผู้ใหญ่ใจดี”
ในงานนี้ นายวิญญู สันติภาพวิวัฒนา ศึกษาธิการจังหวัดลำพูน ขึ้นกล่าวในนามของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ว่า จากสถิติของ สพฐ. ในปีการศึกษา 2559 ระบุว่า ยังมีนักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ ที่มีนักเรียนมีปัญหาในเรื่องของโภชนาการ อยู่ถึงร้อยละ 13.20 ในเรื่องของน้ำหนัก และในเรื่องของความสูง มีถึง 11.69 จากจำนวนโรงเรียน 30,717 โรง ในจำนวนนักเรียนทั้งหมด 5,839,211 คน ดังนั้น โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในโรงเรียนของ ซีพีเอฟ ในครั้งนี้จึงถือเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้กับเด็กไทยที่มีปัญหาในเรื่องอาหารกลางวันด้วย

และจากการสอบถามครูผู้บริหารโรงเรียน ได้รับคำตอบยืนยันว่า นอกเหนือ เด็กๆ จะได้รับอาหารกลางวันอย่างมีคุณค่าแล้ว ยังได้รับความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่ และยังสามารถเอาผลผลิตที่เหลือไปขายเป็นเงินได้อีกด้วย
นับว่าต้องยกนิ้วโป้ง แสดงความขอบคุณในความโอบอ้อมอารีที่ ซีพีเอฟ มีต่อเด็กไทยด้วย
ภายหลังจากการจัดกิจกรรมต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ได้มีการเปิดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งเป็นไฮไลท์ ที่เราจะต่อยอดเรื่องราว
ในโครงการด้านการศึกษาว่ายังมีอะไรอีกที่กำลังจะทำ นอกเหนือจากสิ่งที่เราได้รับรู้มาแล้วจากกลุ่มของโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์
ปรากฏว่า ด้วยเวลาภายในหนึ่งชั่วโมง ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจ ซึ่งเตรียมตัวกันมาเพียบกับคำถาม ส่งคำถามกันคนละคำสองคำ เวลาที่มีเหลือเพียงน้อยนิดก็อันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว หลายคนอ้าปากค้าง เพราะไม่สามารถแทรกเวลาถามได้ แค่ประเด็น ที่ว่า ซีพีเอฟ ไปซื้อกิจการธุรกิจอาหาร ในตลาดของอเมริกา ของกิจการ “เบลลิซิโอ” ซึ่งมีมูลค่า 1,075 พันล้านเหรียญสหรัฐ ก็ยังได้คำตอบไม่ครบทุกคน โอกาสที่เราจะแทรกในเรื่องของการศึกษาหาช่องไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะประธานผู้ให้ข่าวปิดตัวด้วยการบอกว่า เวลามีแค่นี้เพราะจะต้องรีบไปขึ้นเครื่อง เดี๋ยวจะตกเครื่องบิน…ใครจะกล้าเข้าไปตื้อ เห็นทีว่า คงต้องมาเลียบๆ เคียงถามจากแหล่งปัญญาภิวัฒน์ ต่อไป… เฮ้อ