ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/250364

โลกสดใส กายสุขสันต์ : ฟังสักนิด!! ชีวิตจะปลอดภัย ปีใหม่นี้ อย่าทำให้คนที่บ้านรอเก้อ
“ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงเลยค่ะ” คำพูดสั้นๆ แต่สั่นคลอนหัวใจคนฟัง จากถ้อยคำแฝงความคำนึงของ “คุณแม่ตุ้ม” ผู้ต้องสูญเสีย “น้องอาร์ม” ลูกชายไปในอุบัติเหตุก่อนเข้าช่วงปีใหม่
“มันทำให้ช่วงปีใหม่ของเรานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เป็นช่วงปีใหม่ที่แบบ…หดหู่มากๆ” คุณแม่ตุ้มกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนที่จะพิมพ์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คของลูกชาย เพื่อเตือนสติถึงเพื่อนของลูกชายให้ระมัดระวังกับการเดินทางช่วงปีใหม่ โดยขอให้ทุกคนมีสติ อย่าขับรถเร็ว เพราะไม่อยากให้มีใครต้องจบชีวิตเหมือนเรา
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ปรากฏในคลิปวีดีโอรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ตัวล่าสุดของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้แนวคิด “Dead Feed…ข้อความถึงคนที่ยังอยู่”
แคมเปญรณรงค์ดังกล่าวนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของผู้สูญเสียบุคคลที่รักไป จากเหตุการณ์อุบัติเหตุ โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ขยายความให้ฟังว่าเป็นการเปลี่ยนความโศกเศร้าให้เป็นพลัง ส่งต่อความห่วงใยไปยังคนรอบข้างในเรื่องของการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการส่งข้อความผ่านโลกโซเชียลมีเดียถึงเพื่อนของผู้ที่จากไปให้รับรู้ถึงความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัย ไม่ประมาทจนเกิดอุบัติเหตุความสูญเสียเช่นตัวเอง เหมือนดังที่โฆษณารณรงค์บอก แม้สิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้นไม่ได้ช่วยให้คนที่เขารักกลับคืนมา ไม่ได้ช่วยให้เจ็บปวดน้อยลง แต่อย่างน้อยอาจช่วยเตือนสติใครหลายๆ คน ให้เดินทางกลับบ้านไปหาคนที่เขารักได้อย่างปลอดภัย
การเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุประมาณ 380 คน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ 2558 ถึงร้อยละ 11 ที่สำคัญยังเป็นการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุสูงถึงร้อยละ 56 สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นดร.สุปรีดา ระบุว่า ปัจจัยหลักๆ มาจากตัวผู้ขับขี่เอง ซึ่งอาจขับขี่ด้วยความประมาทโดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ การขับรถเร็วเกินกำหนด โดยพบว่ามีคนเดินถนนถูกชนเสียชีวิตจากการขับรถเร็วถึง 34 คน หรือคิดเป็น 9% ของคนตายจากขับขี่ใช้ความเร็วในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งหากเราขับรถด้วยความเร็วที่สูง จะทำให้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น หรือทำให้ผู้ถูกชนมีโอกาสเสียชีวิตสูง เช่น เมื่อขับรถชนคนเดินถนนด้วยความเร็ว 60 กม./ชม.ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ 85 รวมถึงการใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่ ถ้าขับขี่ด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. เพียงละสายตาไปมองหน้าจอมือถือ 2 วินาที หากเกิดการชนจะมีแรงปะทะเทียบเท่าการตกตึก 13 ชั้น นอกจากนี้ สาเหตุยังเกิดจากถนนและยานพาหนะที่ไม่พร้อมด้วย
ดร.สุปรีดา ย้ำว่า ของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในช่วงปีใหม่ไม่มีของขวัญชิ้นใดที่จะล้ำค่าไปกว่าการที่เราทุกคนได้ “กลับบ้านปลอดภัย” อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว และใช้ช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน
และยังฝากไปถึงทุกคนให้ยึดถือในการเดินทางเพื่อความปลอดภัย 5 ข้อดังนี้ 1.ไม่ดื่มสุรา ทั้งก่อนและขณะขับรถ2.พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง 3.คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 4.ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถโดยเด็ดขาด และ 5.ขับรถด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนด คือ ไม่เกิน 90 กม./ชม. ในเขตนอกเมือง ในเขตเมืองใช้ความเร็วตามป้ายกำหนด และเขตชุมชนไม่ควรเกิน50 กม./ชม. ซึ่งหากปฏิบัติได้เช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ตัวเองปลอดภัย แต่ยังเป็นการใส่ใจเพื่อนร่วมทางด้วย ทั้งเพื่อนที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกัน และเพื่อนที่ใช้ถนนร่วมกัน เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่เพียงแต่ตัวเองที่อาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่คนที่เดินทางมาด้วย หรือคนที่ใช้ถนนสัญจรด้วยกัน อาจได้รับผลกระทบจากความประมาทได้
สำหรับทางด้านกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ย้ำว่า การป้องกันเป็นส่วนสำคัญที่สุด มาตรการด่านชุมชน เพื่อป้องกันเหล่ากลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นมาตรการที่ต้องดำเนินการ และในส่วนของ สาธารณสุข ได้กำชับให้ทุกโรงพยาบาลมีการเตรียมพร้อม ทั้งการรับแจ้งเหตุ การรีบไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเสียชีวิต และยังมีการเตรียมความพร้อมบุคลากร เตียง เวชภัณฑ์ยาต่างๆ และการประสานการส่งต่อ เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด
เทศกาลปีใหม่นี้ หวังว่าการเดินทางกลับไปหาคนที่คุณรัก จะเดินทางด้วยความมีสติ ไม่ดื่มแล้วขับ ไม่ขับรถเร็วหากไม่อยากให้คนที่คุณรักต้องรอคอย “คุณ” อย่างที่ไม่มีวันหวนกลับมา
โดย ปานมณี