โอกาสทองของเด็กยุคใหม่ ‘ไม่คว้าวันนี้’กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250271

โอกาสทองของเด็กยุคใหม่ ‘ไม่คว้าวันนี้’กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

โอกาสทองของเด็กยุคใหม่ ‘ไม่คว้าวันนี้’กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนล่าสุด ประเดิมเซ็นสัญญาลงนามความร่วมมือในการสร้าง “สถานศึกษาต้นแบบ ทวิภาคี สานพลังประชารัฐ” ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ

โครงการ “สถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ” หรือ “Excellent Model School” เป็นความร่วมมือกัน ระหว่างสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา46 แห่ง กับ 14 องค์กรเอกชนชั้นนำระดับประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสร้างนักศึกษาด้านอาชีวศึกษา ให้มีความโดดเด่นและเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทางอย่างมีคุณภาพ หวังดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่รั้วอาชีวะทั่วประเทศ

ผมได้รับรู้ข้อมูลรายละเอียดมาจาก  ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่า Excellent Model School เป็นการพัฒนาสถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาให้เป็นต้นแบบในด้านการจัดการ โดยการผนึกกำลังกันของ 14 องค์กรภาคเอกชนชั้นนำหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า ธุรกิจการบริการและท่องเที่ยว ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบทวิภาคี (DVE : Dual Vocational Education) ด้วยการสนับสนุนด้านการฝึกประสบการณ์และการเรียนรู้เทคโนโลยีในแต่ละสาขา และรับนักศึกษาเข้าทำงานเมื่อเรียนจบ

สำหรับการดำเนินงาน เริ่มต้นตั้งแต่การจัดหาสถานศึกษาที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ ก่อนจะคัดเลือกสาขาวิชาที่มีความต้องการสอดคล้องกันระหว่างวิทยาลัยและสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งเนื้อหาวิชาการ วิธีการเรียนการสอน และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสาขานั้นๆ ให้มีความรู้ความสามารถที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียน

ส่วนทางด้านของภาคเอกชน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ บอกว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนที่ได้โอกาสฝึกทักษะและประสบการณ์ผ่านการปฏิบัติงานจริง ได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ เช่นเดียวกับสถานศึกษาที่จะได้ยกระดับคุณภาพการจัดการ ทั้งเรื่องหลักสูตรครูผู้สอน และเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ขณะที่ภาคเอกชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาผลิตกำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สุดท้ายคือประเทศชาติ ก็จะได้ฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ในการเซ็นสัญญาความร่วมมือกันในวันนี้ มี 14 องค์กรเอกชนชั้นนำที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ บมจ.การบินกรุงเทพ,บมจ.ช.การช่าง, บจก.ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี, บมจ.ซีพี ออลล์, บจก.น้ำตาลมิตรผล, บมจ.เบทาโกร, เอสซีจี, บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บจก.ฤทธา, บจก.สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น, บจก.สรรพสินค้าเซ็นทรัล,บมจ.ไออาร์พีซี, บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล และ บจก.ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) โดยจะมีการทำงานแบบคู่ขนาน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การจัดเรียงความต้องการของภาคเอกชน2.การพัฒนาบุคลากรรองรับ 3.การขับเคลื่อนระยะแรก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เรื่องเร่งด่วน คือ การปรับภาพลักษณ์อาชีวศึกษา โดยการดำเนินงานของ บจก.สรรพสินค้าเซ็นทรัล การพัฒนาข้อมูลกำลังคน โดยการดำเนินงานของ บมจ.ไออาร์พีซี และการสร้างความเป็นเลิศให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้นแบบ โดยการดำเนินงานของ บจก.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)4.แผนระยะกลางและระยะยาว ด้วยการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ โดยการดำเนินงานของ บจก.น้ำตาลมิตรผล

บอกตรงๆว่า เยาวชนที่กำลังจะก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในยุคนี้ มีโอกาสดีอย่างมากในการสร้างอนาคตให้กับตัวเอง เพราะภาครัฐกำลังส่งเสริมให้เรียนทางด้านวิชาชีพ ซึ่งหากค่านิยม หรือความต้องการในการเรียนทางด้านอาชีวะกระจายครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว เชื่อแน่ว่า ตอนนั้น โอกาสในการเข้าถึงการเป็นนักศึกษาด้านวิชาชีพคงจะยากเย็นไม่เหมือนเช่นทุกวันนี้…จึงอยากกระซิบบอกกับเยาวชนในเวลานี้ว่า “โอกาสกำลังเปิดให้กับหนูๆแล้ว”

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

Leave a comment