ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/275202

กรมชลดันขยายผล‘ศาสตร์พระราชา’ เดินหน้าต่อยอดพัฒนาลุ่มน้ำจันทบุรีเต็มศักยภาพ
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนที่จะนำ “ศาสตร์พระราชา” ในการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาต่อยอดในการพัฒนาลุ่มน้ำจันทบุรีให้เต็มศักยภาพ ด้วยการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำจันทบุรี เพื่อตัดยอดน้ำไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างมากเกินไป และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งนอกจากจะทำให้ลุ่มน้ำจันทบุรีไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยแล้ว ยังจะสร้างมีความอุดมสมบูรณ์มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และใช้ในกิจกรรมอื่นๆได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย
ทั้งนี้โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำสูงสุดรวม 800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที โดยระบายผ่านแม่น้ำจันทบุรีโดยตรงหลังจากที่ได้มีการพัฒนาปรับปรุงแล้วได้ประมาณ 500 ลบ.ม./วินาที และระบายระบายผ่านทางคลองผันน้ำสายใหม่ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า “คลองภักดีรำไพ” สูงสุด ได้ประมาณ 300 ลบ.ม./วินาที ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงฤดูน้ำหลากไม่เคยมีปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำจันทบุรีเกิน 700 ลบ.ม./วินาทีเลย แต่ก็ใช้ว่าในอนาคตจะไม่มีปริมาณไหลผ่านแม่น้ำจันทบุรีมากกว่า 800 ลบ.ม./วินาที
“ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มีอุทกภัยเกิดขึ้นอีก กรมชลประทานจึงมีแผนจะดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำจันทบุรีตอนบน ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำคลองตารอง มีความจุประมาณ 60 ล้านลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาหลิว มีความจุประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสันทราย ขนาดความจุ10 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง ซึ่งหากสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ทุกโครงการแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันปัญหาน้ำท่วมเฉพาะเขตตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ทั้งลุ่มน้ำ และยังสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการเกษตร ตลอดจนขยายพื้นที่ชลประทานตามยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำอีกด้วย
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังจะขยายผลโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไปใช้แก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีลักษณะภูมิประเทศที่มีความลาดชันสูงเช่นเดียวกับจังหวัดจันทบุรี เช่น ที่จังหวัดเพชรบุรี อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน และ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เป็นต้น
“แม้แต่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานก็มีแผนที่จะนำ “ศาสตร์พระราชา” เกี่ยวกับการขุดคลองผันน้ำหรือคลองระบายน้ำสายใหม่ เช่นเดียวกับ “คลองภักดีรำไพ” มาขยายผลดำเนินโครงการแก้ปัญหาอุทกภัย เช่น โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร เป็นการขุดคลองระบายน้ำสายใหม่เพื่อผันน้ำเลี่ยงเมืองพระนครศรีอยุธยา โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ เป็นการสร้างคลองระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลโดยตรง โครงการสร้างคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบ 3 ฝั่งตะวันออก เป็นตัดยอดน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงสู่ทะเลโดยตรง เป็นต้น” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว