เลาะรั้วเกษตร : ราคายาง…ปัญหายั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/275629

x

เลาะรั้วเกษตร : ราคายาง…ปัญหายั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พืชผลเกษตรในบ้านเรา เวลามีปัญหาราคาตกต่ำ เกษตรกรมักจะไม่มองที่ดีมานด์ ซัพพลาย และมักจะไม่สนใจที่จะทำความเข้าใจกับกลไกตลาด แต่จะเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแล ช่วยเหลือ โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะกับพืชผลที่สำคัญอย่าง ข้าว และยางพารา เพราะผลผลิตพืช 2 ชนิดนี้ คือสินค้าที่ทำรายได้ให้กับประเทศในลำดับต้นๆ

ไม่ว่าการเรียกร้องดังกล่าวจะเกิดจากตัวเกษตรกรเอง หรือมีผู้อยู่เบื้องหลังก็ตาม ทุกครั้งที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ คือการใช้งบประมาณในภาพรวมอย่างมหาศาล แต่เกษตรกรได้ประโยชน์เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ถ้าเป็นเงินชดเชย ก็ได้เพียงเล็กน้อย มิหนำซ้ำบางครั้งบางครากลับถูกเจ้าหน้าที่เบียดบังหาผลประโยชน์เอากับเงินช่วยเหลือเหล่านั้นอีก…..สร้างปัญหาเป็นงูกินหางไม่จบสิ้น

ล่าสุด…ยางพาราราคาตกต่ำ เป็นข่าวขึ้นหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับติดต่อกันหลายวัน จนที่สุด ครม. ก็มีมติเห็นชอบกับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง 4 มาตรการ มาตรการละ 1 หมื่นล้านบาท รวมเป็นงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

มาตรการแรก ขยายเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สถาบันเกษตรกรใช้รวบรวมรับซื้อยางพาราตั้งแต่ 31 มีนาคม 2560-31 มีนาคม 2563 มาตรการที่ 2 ขยายเวลาโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางออกไปอีก 90 วัน โดยการจ่ายเงินให้ชาวสวนยางและคนกรีดยาง

มาตรการที่ 3 ขยายเวลาโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ออกไปอีก 1 ปี โดยองค์การสวนยางรับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกร และขยายเวลาโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายางเพื่อเพิ่มสภาพคล่องออกไปจนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 โดยให้กระทรวงการคลังขยายเวลาการค้ำประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส. ออกไป

มาตรการที่ 4 สนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง ระยะเวลาตั้งแต่ พฤษภาคม 2560-เมษายน 2562 โดยให้ธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ประกอบการใช้บริการอยู่แล้วเป็นผู้ให้สินเชื่อ และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 300 ล้านบาท

ก็ดูกันไปว่า ทั้ง 4 มาตรการ จะช่วยเหลือชาวสวนยางพาราและผู้ประกอบการได้นานสักเท่าไร หรือปัญหาทั้งหลายจะหวนกลับมาให้รัฐบาลหามาตรการอื่นมาช่วยเหลืออีก..ไม่มีสิ้นสุด…พร้อมนี้ก็มีคำถามตามมาว่าเมื่อไรประเทศไทยจะวิเคราะห์ปัญหา และหาทางแก้ปัญหาได้อย่างถาวรเสียที

ราคายางพารา เคยรุ่งเรืองเมื่อต้นปี 2554 ราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 174 บาท แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาราคากลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ต้นปี 2559 มีคนบอกว่าราคายางอยู่ที่ 4 กิโล 100 รัฐบาลก็ออกมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือชาวสวนยาง แม้กระทั่งให้ทุกส่วนราชการช่วยซื้อยางพาราไปใช้ทำถนนบ้าง ทำวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตามภารกิจของหน่วยงานนั้นๆ บ้าง ราคายางก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่บ้าง จนล่าสุดราคายางอยู่ที่กิโลกรัมละ 42-44 บาท ทำให้ชาวสวนตัวจริงถูกชาวสวนตัวปลอมชวนให้ออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จนนายกรัฐมนตรีต้องออกมารับแทนว่ารัฐบาลกำลังช่วยเหลืออยู่ โปรดอย่าเคลื่อนไหวกันเลย ปัญหายางพาราหมักหมมมานานต้องช่วยกันแก้ไข…..

มีผู้วิเคราะห์ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคายางลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะ ปริมาณผลผลิตยางในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จากที่เคยผลิตได้ ก็ช่วงหนึ่งราคายางสูงถึงกิโลกรัมละกว่า 100 บาท เกษตรกรหลายรายจึงโค่นไม้ผลหันไปปลูกยางแทน แถมมีพื้นที่ปลูกยางใหม่เพิ่มขึ้นอีกมาก

ปัญหาต่อมาคือ จีน ลูกค้ารายใหญ่ของไทยลดปริมาณการนำเข้ายางพาราเพราะเศรษฐกิจของโลกชะลอตัว การผลิตรถยนต์ชะลอตัวตามไปด้วย ความต้องการยางพาราจึงลดลง ประกอบกับจีนหันมาปลูกยางเอง และยางจีนเริ่มเปิดกรีดได้แล้ว อีกปัญหาหนึ่ง เขาบอกว่าต้นทุนการผลิตยางของไทยสูงกว่าอินโดนีเซียคู่แข่งของไทยกิโลกรัมละ 15-20 บาท ราคายางของอินโดนีเซียจึงถูกกว่ายางไทย ประเทศคู่ค้าจึงหันไปซื้อยางแท่งจากอินโดนีเซียมากกว่าของไทย

นอกจากนี้ก็มีปัญหากลไกการตลาดทั้งราคาชี้นำในตลาดล่วงหน้าของโลกลดลง หรือการที่ปริมาณยางอยู่ในสต๊อกมากมายก็ล้วนส่งผลให้ราคาตกต่ำทั้งสิ้น

ชาวสวนยางจะฝากความหวังไว้กับใครดี การยางแห่งประเทศไทยคงช่วยไม่ได้…ฟันธง! รัฐบาลก็ช่วยได้กับปัญหาเฉพาะหน้า……ผู้ประกอบการก็อาจจะช่วยได้ถ้ามีผลประโยชน์….ชาวสวนยางคงต้องช่วยกันเอง….น่าจะดีที่สุด

แว่นขยาย

Leave a comment