แตกใบอ่อน : โคบาลพลาสติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/275438

x

แตกใบอ่อน : โคบาลพลาสติก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงเกษตรฯดูจะคึกคักเป็นพิเศษ หลังครม.อนุมัติงบฯกลาง 1,028 ล้าน เพื่อเอาไปดำเนินโครงการ “โคบาลบูรพา” ในการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง และในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ไปไล่ยึดคืนมาจากพวกนายทุนและเกษตรกรตัวปลอม ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่36/2559 โดยวางเป้าหมายพัฒนา จ.สระแก้ว ให้เป็นเมืองปศุสัตว์ หรือ “โคบาลบูรพา”

ฟังแล้วมันเท่ดีจริงๆ นะครับ

แต่เอาเข้าจริงๆ จะเท่ได้เหมือนชื่อหรือเปล่า ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป เพราะถ้ายังจำกันได้ดี โครงการลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งมาเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นมา 20 กว่าปีแล้ว และก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเอาเสียด้วย

ย้อยไปสมัยปี 2537 รัฐบาลขณะนั้นได้เนรมิตรโครงการ “วัวอีสานเขียว”โดยไปสั่งซื้อวัว “บรามันห์” พันธุ์แท้มาจากออสเตรเลียถึงกว่า 4 พันตัวมาแจกให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการ แต่วัวที่ได้มาดันเป็นวัวแบบที่เรียกว่า“วัวคัดทิ้ง” คือวัวแก่มีลูกแทบไม่ได้ สุดท้ายผลที่ตามมา คือ แม่พันธุ์ที่เอามาแจกเลยไม่เป็นสัด ผสมไม่ติด ตกลูกช้าและน้อยกว่าที่วางแผนไว้ นอกจากนี้วัวที่ได้มายังโครงสร้างเล็ก ไม่ได้ขนาดเหมือนกับแม่พันธุ์ จนชาวบ้านต้องเอาวัวใส่รถบรรทุกมาทิ้งประจานรัฐบาล พร้อมกับตราหน้าว่าเป็นโครงการ “วัวพลาสติก” เพราะเลี้ยงไม่โต จึงทำให้รัฐบาลต้องเสียเงินไปเปล่าๆ ปลี้ๆ หลายร้อยล้าน และพับโครงการทิ้งไป

จากนั้นปี 2547 ในสมัยรัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” ที่มี “สมศักดิ์ เทพสุทิน”เป็น รมว.เกษตรฯ ก็มีการปลุกผีโครงการลักษณะเดียวกันให้คืนชีพกลับมาในชื่อ “วัวเอื้ออาทร” หรือ “วัวล้านครอบครัว” หรือ “วัวล้านตัว” ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นโครงการ“แหกตา” เกษตรกรขนานแท้ โดยมีการโหมประชาสัมพันธ์สร้างความหวังให้ชาวบ้าน บอกว่า ปี 2549 จะซื้อวัว 5 แสนตัวแจกเกษตรกร 2.5 แสนครอบครัว ปี 2550 แจกอีก 7 แสนตัว ให้ 3.5 แสนครอบครัว และปี 2551 แจก 8 แสนตัวให้ 4 แสนครอบครัว โดยนโยบายนี้ถูกนำไปใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 โดยประกาศจะแจกวัว 5 ล้านตัว ให้ 1 ล้านครอบครัว

อย่างไรก็ตาม พอกลุ่มคนหน้าเดิมกลับมาเป็นรัฐบาล โครงการนี้ถูกรื้อไปมาอีกหลายครั้งในสมัย “วันมูหะมัดนอร์มะทา” และ “คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์” เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ รวมทั้งมีการเลื่อนการแจกออกไปอีกหลายครั้ง และกว่าจะมีการแจกได้ก็กินเวลาไปอีกเป็นปี… และเป็นการแจกแบบกะปริบกะปรอย ไม่เหมือนที่คุยไว้ตั้งแต่แรก

ขณะที่การบริหารจัดการโดย “บริษัทส่งเสริมธุรกิจการเกษตรไทย” (สธท.) หรือ SPV (Special Purpose Vehicle) ที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาเป็นคนบริหารโครงการมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้จัดซื้อและแจกโคให้กับเกษตรกรก็เละเทะไม่เป็นท่า ถูกวิจารณ์อย่างหนักและถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสตั้งแต่การจัดหาพันธุ์โคที่มี “นายหน้า” เข้ามาจัดการ โดยยังไม่รวมถึงวัวของ “นักการเมือง” ที่ซื้อไว้รอเสียบโครงการ รวมทั้งเกษตรกรเจอปัญหาราคาตกต่ำ มีผู้นำโคส่งคืนจำนวนมาก ขณะที่บางรายก็ลอบเอาไปขาย ทำให้สุดท้ายในยุค “รัฐบาลขิงแก่” ต้องประกาศยุติการดำเนินโครงการในปี 2552

นี่คือความเจ็บแสบจากโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคของรัฐบาลในอดีตที่ตลอดระยะเวลาดำเนินการมีเนื้อหารายละเอียดปลีกย่อยของปัญหามากมาย ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงเกษตรฯในยุคที่มีทหารเป็นผู้ถือธงนำ จะเอามาเป็นบทเรียนศึกษาและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ไม่เช่นนั้น “โคบาลบูรพา” อาจต้องกลายเป็น “โคบาลพลาสติก” ไปอีกราย แล้วอย่าว่าไม่เตือนกันนะครับ

มะลิลา

Leave a comment