ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย มิสแซฟไฟร์ 21 ต.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1103574

ในหลวงของเราทรงเน้นย้ำถึง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตลอด 30 ปี แต่ไม่ค่อยมีใครเห็น หรือตั้งใจนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ประเทศไทยของเราจึงย่ำอยู่กับวังวนปัญหาเดิมๆไม่เคยเปลี่ยน
หลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงชีวิตและปฏิบัติตนของคนทุกระดับ เริ่มจากตัวเองไปจนถึงระดับครอบครัว ชุมชน และระดับรัฐ ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางการบริหารและพัฒนาประเทศ การจะเข้าใจถึงแก่นแท้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องเข้าใจถึงหัวใจหลักของคำว่า “ความพอเพียง” ซะก่อน
“ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” อธิบายถึงความหมายแท้จริงของคำว่า “ความพอเพียง” ก็คือ “ความพอดี” ทำทุกอย่างให้พอดีอยู่ในทางสายกลาง ไม่มากไม่น้อยเกินไป โดยเริ่มจากการสร้าง “ความพอดีให้เกิดกับจิตใจตัวเอง” เพื่อไม่ให้ใจของเราสุดกู่ไปด้านใดด้านหนึ่ง ความพอดีของจิตใจทำให้มีความเมตตาเอื้ออาทรต่อกัน ไม่โลภ ไม่หลง ไม่อิจฉาริษยา ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เมื่อแต่ละคนมีความพอดีในจิตใจตัวเองแล้ว ก็จะเกิดความพอดีขึ้นในครอบครัว และเผื่อแผ่ไปถึงสังคมรอบข้างด้วย
สำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าใจถึง “ความพอดีด้านเศรษฐกิจ” จะต้องยืนอยู่บนขาตัวเองให้ได้ อย่าหวังพึ่งคนอื่น และพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ไม่ขวนขวายอยากมีอยากได้เกินฐานะของตัวเอง จนก่อให้เกิดหนี้สิน เบียดเบียนผู้อื่น หรือต้องคดโกงใครมา การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศก็เช่นกัน ควรพัฒนาไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆอย่างมั่นคงและยั่งยืน ยึดประโยชน์สุขประชาชนเป็นที่ตั้ง คือ “พัฒนาประเทศแบบพอดีๆ”
“ความพอเพียงและพอดี” จะสร้างเกราะคุ้มภัยให้พวกเราคนไทยอยู่รอดปลอดภัยได้ในทุกวิกฤติที่ถาโถมเข้ามา ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาอย่างผิดทิศผิดทางซ้ำๆ เพียงแต่ทุกคนหันมาใช้ชีวิตแบบพอดีๆตามรอยในหลวงของเรา.
มิสแซฟไฟร์