ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระมหาพิชัยราชรถ’ พระวิมานเคลื่อนที่สู่สรวงสวรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/265480

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : 'พระมหาพิชัยราชรถ' พระวิมานเคลื่อนที่สู่สรวงสวรรค์

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระมหาพิชัยราชรถ’ พระวิมานเคลื่อนที่สู่สรวงสวรรค์

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซ้อมการลากราชรถ

ด้วยพระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชรถองค์สำคัญสำหรับใช้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ รูปแบบของ
ราชรถนั้นเป็นการจำลองเฉพาะเขาพระสุเมรุเพียงองค์เดียว โดยใช้บุษบกเป็นสัญลักษณ์ บุษบกเป็นอาคารโปร่งรูปสี่เหลี่ยมค่อนข้างจัตุรัส เปิดโล่งทั้ง 4 ทิศ หลังคาเป็นชั้นๆ ประกอบด้วยซุ้มรังไก่เรียงกัน 3 ซุ้ม ชั้นแต่ละชั้นซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปดูเรียวแหลมนับเป็นสถาปัตยกรรมสร้างสรรค์ของช่างหนึ่งเดียวในโลก ตัวบุษบกจะแสดงชั้นภูมิของจักรวาลสำหรับเป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศบรรจุพระบรมศพที่ไม่มีรูป ตามคติความเชื่อนี้กับเทิดพระบารมีแห่งองค์ในพระบรมโกศ ซึ่งเป็นสมมติเทพในสัมปรายภพนั่นเอง ราชรถจึงเป็นพระวิมานเคลื่อนที่ โดยมียอดบุษบกแทนวิมานใหญ่น้อยแห่งจักรวาล

พระมหาพิชัยราชรถองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2338 เพื่อเชิญพระบรมอัฐิของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) สำหรับออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวงเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2339 โดยทรงโปรดให้สร้างเป็นราชรถขนาดใหญ่ตามแบบพระราชประเพณีที่มีมาครั้งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งปรากฏในบันทึกการสร้างในพระราชพงศาวดารว่า…ปีเถาะ สัปตศกพระโองการรับสั่งให้ช่างทำพิชัยราชรถที่จะทรงพระโกศพระอัฐิ 7 รถ ให้ตัดเสาพระเมรุตั้ง ทรงประดับเครื่องให้แล้วเสร็จในปีเถาะ…สำหรับราชรถองค์ใหญ่นั้นสร้างให้มีขนาดสูง 1,120 เซนติเมตรยาว 1,530 เซนติเมตร เรียกนามว่า พระมหาพิชัยราชรถ โดยสร้างให้แตกต่างกับเวชยันต์ราชรถ ซึ่งสังเกตได้จากลวดลายกระจังประกอบราชรถเป็นลายกระจังรวนให้ย้อนน้ำเพื่อแสดงพระบรมเดชานุภาพ ส่วนของเวชยันต์ราชรถนั้นลายกระจังเป็นกระจังตามน้ำ นอกนั้นสร้างเป็นราชรถน้อยตามอย่างโบราณ

มหาเวชยันต์เชิญพระโกศ ร.5

ต่อมาเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ ในพ.ศ.2342พระองค์ทรงโปรดให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถออกพระเมรุอีกครั้งหนึ่ง และนับจากนั้นมาพระมหาพิชัยราชรถได้ใช้สำหรับเชิญพระโกศพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และพระบรมวงศ์ผู้ทรงศักดิ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าในสมัยต่อมารวมแล้ว 23 พระองค์ ภายหลังการเชิญออกประดิษฐานพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วก็มิได้เชิญออก

ในรัชกาลที่ 6 นั้นได้มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่ให้สวยงามแล้ว ยังทรงโปรดให้เพิ่มล้อขึ้นอีกที่ใต้ตัวราชรถ ทั้งนี้เพื่อให้รับน้ำหนักตัวราชรถ และบุษบกยอดรวมทั้งพระโกศที่ตั้งอยู่บนราชรถได้ทั้งหมด โดยครั้งนั้นได้มีการเชิญพระเวชยันต์ราชรถออกใช้งานแทน แต่ให้ขนานนามราชรถตามหมายกำหนดการว่าพระมหาพิชัยราชรถ จนกระทั่งในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี พ.ศ.2539 จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระมหาพิชัยราชรถครั้งใหญ่โดยกรมสรรพาวุธทหารบกและเชิญออกใช้การอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2339 มาหลังจากได้มีการใช้พระมหาพิชัยราชรถเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) จนถึงปัจจุบันนี้มีการเชิญพระมหาพิชัยราชรถในงานพระบรมศพและพระศพต่างๆ แล้วจำนวน 23 ครั้ง ซึ่งไม่นับรวมครั้งที่เชิญพระเวชยันต์ราชรถออกใช้งานโดยออกนามว่าพระมหาพิชัยราชรถตามหมายกำหนดการ หลังสุดได้เชิญพระมหาพิชัยราชรถออกใช้งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อวันที่9 เมษายน พ.ศ.2555

มหาเวชยันต์เชิญพระโกศ ร.4

สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่จะมีขึ้นในกาลข้างหน้านั้น พระมหาพิชัยราชรถ จึงได้รับการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งและปรับเปลี่ยนล้อให้เหมาะสมสำหรับการเคลื่อนที่ในการออกพระเมรุมาศ สำหรับการอัญเชิญราชรถองค์นี้มีพิธีบวงสรวงเทพยดาฯ โดยพราหมณ์ประจำราชสำนัก มีการแสดงสมโภชราชรถ มีพิธีฉุดชักราชรถตามเทวีแห่งฤกษ์ เป็นขนบประเพณีถือปฏิบัติกันมาทุกครั้งตั้งแต่สมัยอยุธยา

มหาเวชยันต์เชิญพระโกศ ร.6

มหาเวชยันต์เชิญพระโกศ ร.8

Leave a comment