‘กาละแมร์’แจงดราม่า‘ตุ๊ยตุ่ย’ออกโรงป้อง‘ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/275650

‘กาละแมร์’แจงดราม่า‘ตุ๊ยตุ่ย’ออกโรงป้อง‘ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต’

‘กาละแมร์’แจงดราม่า‘ตุ๊ยตุ่ย’ออกโรงป้อง‘ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 16.55 น.

ยังคงเป็นกระแสบนโลกโซเชี่ยลสำหรับดราม่า “เข็มทิศชีวิต” ที่ก่อนหน้านี้ “เอ๋ มณีรัตน์” ได้ขอให้นำภาพออกจากการโปรโมทคอร์สเรียน ซึ่งทำให้หลายคนโยงถึงความไม่ชอบมาพากลของ‘เข็มทิศชีวิต’ทั้งเรื่องค่าเข้าคอร์สเรียน รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ส่วนตัวการใช้ชีวิตของ’ครูอ้อย ฐิตินาถ’ที่หรูหราสุดๆ  งานนี้ ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ พงศศ์สุชาติ นักแสดงรุ่นใหญ่เลยขอออกโรงมาป้องคอร์สเข็มทิศชีวิตผ่านทางเฟสบุ๊ก R-tui Puttachat  ว่า

“มีภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของอาอยู่ในคลิปที่เพจ เข็มทิศชีวิต ประกอบโพสต์ให้กับคนที่ติดตามเพจได้ดูเป็นเหมือนบทเรียนข้อคิดให้ปฏิบัติตาม โดยไม่ต้องมาเข้าห้องเรียน เพราะบางท่านยังไม่มีกำลัง ยังไม่สะดวกในการมาเรียน จะได้นำไปใช้ได้ทันทีไม่ต้องรอ ไม่ต้องเสียค่าเรียน คือในเพจส่งให้เรียนฟรีทุกวัน ของอาเนี่ย อายินดีและอนุโมทนากับการส่งบทเรียนฟรีเพื่อยกจิต ยกใจ ให้ข้อคิด ช่วยเหลือคนไกลที่กำลังหม่นกำลังหมอง ให้กลายเป็นมีกำลังใจ ทำชีวิตเค้าให้ดีขึ้น ถ้าจะมีภาพอาติดไปด้วยอาอนุโมทนาเป็นที่ยิ่งค่ะ

อีกอย่างคือ อาก็ได้เซ็นต์ยินยอมให้เค้านำภาพและเสียงไปใช้ได้ด้วยความยินดี รู้สึกดีไปอีกว่า เราจะได้มีส่วนในการช่วยคนที่เค้าไม่มีโอกาสมาเรียน ในห้องเรียนนั้นมีการบันทึกเสียงและภาพที่ครูสอน บรรยากาศในห้องเรียน (คือมันแปลกตรงที่ชั่วโมงแรกที่มาเรียนกับตอนผ่านกระบวนการของคลาสสำเร็จแล้ว สีหน้าของคนจากม้วนเข้ามันกลายเป็นตาวิบวับมีความสุข มีความหวัง สดใสเป็นคนละพลังงาน)

ในส่วนของนักแสดงที่ไปนี้ ถ้าเราไม่สะดวกในการให้เค้าใช้ภาพ เค้าจะจัดที่ที่กล้องไม่ได้เก็บภาพไปเฉียดทางนั้นเลยให้เราได้นั่ง และเราก็ไม่ต้องเซ็นต์ยินยอมให้ใช้ภาพ มันมีความง่ายๆ แค่นี้เลย อาจมีติดนึดนึงว่า รูปเก่าที่เค้าใช้ของอาคือ ฟันยังมีความใหญ่แน่น ยังไม่จัดฟัน สภาพร้องไห้ตาบวมนิดนึงนะฮะ อยากให้มีภาพตอนหน้าตาดีขึ้นมาหน่อยแล้วมากกว่า
แต่รู้สึกยินดียิ่งกว่าไปเอาวิชาเรียนจากคลาสมาพัฒนาชีวิตตัวเองเฉยๆ เพราะการที่เราไปนั่งเรียนแล้วได้รับสิ่งดีๆมา แล้วเราเอาไปบอกต่อ ให้ใช้ภาพเหล่านี้เป็นบทเรียนทางไกลให้คนที่บ้านเค้าไม่มีเงินมาเรียน มีหนี้มีสิน ยังอยู่ท่ามกลางความทุกข์ต้องการหาทางออกอยู่ ให้เค้าได้บทเรียนทางไกลฟรี อาก็ยิ่งดีใจ คือจะมีคนอื่นๆได้ฟื้นตัว ตั้งหลัก จนก้าวหน้าเติบโตยิ่งใหญ่ได้ อันนี้มันน่ายินดีขึ้นไปอีก

อาเจอคนเยอะมากที่เข้ามาบอกอาว่าเค้าดูคลิปอาเล่าประสบการณ์ที่ได้จากห้องเรียน เกี่ยวกับการเข้าใจ ประจักษ์ชัดเจนถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของคุณแม่ ตีความทุกๆอย่างใหม่ให้เป็นพลังให้เรา แล้วเค้าคลิกกับของตัวเอง กลับไปสร้างบรรยากาศดีๆกับคุณแม่ ทำตามในแต่ละคลิปแล้วการค้าเค้าเจริญ แม่เค้าหายอมทุกข์ บางคนในคืนหนึ่งจะฆ่าตัวตายอยู่แล้วเพราะปัญหารุมเร้ารอบด้านแต่ได้ดูคลิปที่เพื่อนแชร์ในเฟสบุ๊คแล้วไม่ใช่แค่หายร้อนใจแต่เข้าใจเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงวิธีคิดชีวิตก็กลายเป็นดีขึ้นไป ภาพในห้องเรียนยังเป็นความทรงจำ เป็นหลักฐานให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพ before &after คือสิ่งที่เตือนให้อา ว่าอาเอาหลักการของห้องเรียนนี้มาปฏิบัติและชีวิตเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมากขึ้นแค่ไหน เราต้องไม่ลืมว่าสิ่งนี้เราได้มาจากไหน อากลัวที่สุดเลยว่าวันหนึ่งถ้าได้ดีแล้วจะได้ลืม เพราะความกตัญญูคือคุณธรรมของผู้เจริญ หลักการที่อาได้จากห้องเรียนนี้จะเป็นหลักการที่อายึดถือตลอดไปค่ะ

1.กลับไปรักพ่อแม่อย่างลึกซึ้งแนบแน่น บอกรักพ่อแม่ ขอบคุณท่าน ชื่นชมท่าน ยกใจของพ่อแม่ให้สดชื่นจากคำและการกระทำของเราซึ่งทำได้ทันที และอาเห็นความสดชื่นสดใสชีวิตชีวาของคุณพ่อคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วอาดีใจสุด ยิ่งกว่าได้เงินได้ทองใดใดซะอีก

2.รักษาใจในแดนบวก ในแต่ละวันต้องพยายามตามจิตตามใจตัวเองให้ทัน อย่าให้อารมณ์ด้านลบกับตัวเบียดเบียนหัวใจ อย่าว่าแต่โลภโกรธหลงเลย อารมณ์น้อยใจกังวล กลัว นึกถึงแต่ความหลัง อยากให้ได้ดั่งใจ คือถ้ามีเกิดขึ้นก็จัดการต่างๆไปด้วยใจเป็นกลางๆ มีความขัดข้องใจในสิ่งใดกล่าวกันด้วยความเมตตาและปรารถนาดีเพื่อปรับเข้าหากันจะได้ไม่เกิดตะกอนลบซึ่งกันและกัน เริ่มต้นทำสิ่งดีๆใหม่ด้วยกันได้ต่อไป

3.เห็นภาพชัดเจนถึงสิ่งที่เราปรารถนา อามีเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ตอนสมัยที่อายังไม่มีอะไรแล้วเข้าไปเรียนอันนี้ อาเห็นภาพชัดว่าหน้าอาเข้ารูปเข้ารอยแอบเห็นตัวเองหน้าตาดีขึ้นในอนาคต พ่อแม่มีความสุข ได้ทำงานที่มั่นคงมีประโยชน์ มีสภาพคล่องทางการเงินที่ไม่ต้องอัตคัต ดูแลตัวเองพ่อแม่ได้และได้ทำบุญสร้างประโยชน์ช่วยเหลือคนอื่นได้โดยตัวเองไม่ลำบาก

มาวันนี้หลายปีผ่านมา สิ่งที่ดีเกินอาจะคิดได้ก็ปรากฏในชีวิตอา มุมมองดีดีที่เข้าใจคนอื่นก็เกิดขึ้นในจิตใจที่เดิมนึกถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก และอาก็ซาบซึ้งจำไม่มีวันลืมว่าอาได้หลักการเหล่านี้มาจากไหนค่ะ มาถึงบรรทัดนี้ยังย้ำอีกครั้งว่าภาพอา แม้ว่าไม่ได้แต่งหน้าทำผมดีๆ ตาบวมๆ ที่ใช้ไปแล้วก็ไม่ต้องไปเอาออกให้อาหรอกค่ะ อันใหม่ที่จะทำก็ยังจะให้ใช้ได้นะคะ ถ้ามันเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆที่อยู่ไกล เราอยู่ในสังคมร่วมกันก็ต้องแบ่งปันให้คนที่รอโอกาสอยู่ค่ะ แต่ใส่รูปตอนอาสวยด้วยนะคะ ฟันเข้าที่แล้วทางเราก็ยังคงไปเรียนค่ะ”

และล่าสุดด้าน “กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” ซึ่งเป็นผู้เคยเข้าคอร์สเรียนก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า

“เท่าที่ทราบคือเขามีการพูดคุยกันแล้ว เห็นว่าทีมงานเอารูปออกให้ คือดำเนินการให้เรียบร้อยแล้ว อันนี้เกิดก่อนหน้านี้นะ คือเวลาจะโพสต์อะไรก็จะมีการพูดคุยกัน เขาไม่ได้มีปัญหา คือเรายินดีถ้าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ไม่ว่าจะเรื่องให้กำลังใจ ให้แง่คิด อะไรที่เราพอเป็นประโยชน์ได้เราก็ยินดี ไม่มีปัญหาอะไร ทางครูอ้อยก็ได้คุยและได้เจอบ้างแต่ก็ไม่เห็นมีความกังวลอะไร เขาก็ทำตามความต้องการให้ คือตอนเข้าไปเรียนเขาจะมีให้เซ็นอยู่แล้วว่าภาพและเสียงเป็นของคอร์สอยู่แล้ว แต่ถ้าคนไหนไม่สบายใจก็สามารถแจ้งได้

กับที่คนมองเป็นลัทธิก็ไม่ขนาดนั้น การเข้าคอร์สก็เหมือนเข้าไปเรียนหลักสูตรหนึ่ง หลักสูตรนี้สอนเรื่องสภาพจิตใจคน คิดดี ทำดี พูดได้ เสริมสร้างกำลังใจคน ไม่ได้เป็นเรื่องงมงาย ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจว่าเขาเรียนอะไรกันก็เลยลองเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นยังไง สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไง ก็เป็นบทเรียนที่ไม่ได้ซ้ำซ้อนอะไร อีกอย่างการเรียนนี้ฟรีทางออนไลน์ด้วย ก็ลองเข้ามาเรียนดูจะได้เข้าใจว่าเขาสอนอะไร ที่ราคาเป็นหลักหมื่นเราก็ว่าเป็นเรื่องปกติเพราะเรียนออกกำลังกาย 2 ชม.ยังเป็นพันเลย ซึ่งอันนี้ก็เรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น ก็ถ้าไม่มีกำลังเงินก็สามารถเรียนออนไลน์ได้ แต่ใครสะดวกใจพอมีเงินจ่ายก็เข้าคอร์สดู

ทางครูก็ไม่ได้เครียดอะไร ครูเขาก็บอกว่าเรื่องนี้เราบังคับใครพูดไม่ได้ เรารู้อยู่แก่ใจ แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะไปแก้อะไรเพราะเรารู้ว่าเราสอนเรื่องอะไร เรายังแนะนำให้เปิดฟรีให้นักข่าวเข้ามาดูเลยเพราะคนที่ไม่เคยสัมผัสเขาจะไม่รู้ว่าสอนเกี่ยวกับอะไร ยืนยันว่าไม่มีไสยศาสตร์ ไม่มีไหว้ผีสาง ไม่มีอะไรเลยจริงๆ มันเป็นเรื่องจิตใจเราล้วนๆ ส่วนตัวเท่าที่เรียนมามันก็โอเคนะ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ได้เป็นการล้างสมองหรือยังไง แล้วที่มีดาราหลายคนก็ได้เรียนฟรีนะ นี่ก็ได้เรียนฟรี ส่วนตัวไม่ได้คุยกับดาราคนอื่นๆ เลยเพราะทำแต่งาน ก็อย่างที่บอกหากใครไม่สบายใจก็สามารถแจ้งมาได้

สำหรับที่คนโยงเรื่องนั่งสมาธิว่าเสียเงินทั้งที่เกี่ยวกับศาสนา จะบอกว่าตอนนี้มันรวมกันไปหมดแล้ว นั่งสมาธิก็นั่งฟรี ไม่ต้องจ่ายเงิน เราแค่เปิดให้ลงชื่อ ใครมาก่อนได้ก่อนเท่านั้นเอง แต่คนดันเอามารวมกับคอร์สเรียนซึ่งต้องเสียเงิน ก็อยากบอกว่าไม่ใช่น นั่งสมาธิก็นั่งฟรีไม่ได้เสียอะไร เรื่องนี้ก็คิดว่าน่าจะจบแล้วแหละ อย่างที่บอกไม่สะดาวกใจก็แจ้งมาได้เลย ส่วนตัวเล็งไปปฏิบัติหากมีเวลาว่าง เพราะเรื่องนี้เราสามารถทำที่บ้านได้เหมือนกัน ขอให้มีวินัยในการทำ

ส่วนที่หลายคนโยงที่ว่าเอาเงินตรงนี้ไปซื้อของแบรนด์เนมหรือไปซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ คือครูเขาก็เป็นคนเหมือนๆ เราเนอะ เพียงแต่ตอนนี้ประเด็นมันผิดที่เอาครูเอาไปเทียบกับพระซึ่งมันไม่ใช่ ครูเขาเพียงแค่เป็นคนที่สอนเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ดังนั้นเขาก็ใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนเราๆ แต่งตัวสวยได้ตามฐานะความเป็นอยู่ไม่ได้เดือดร้อน”

Leave a comment