สกู๊ปพิเศษ : เปิดห้องซ้อม ‘ซิลลี่ ฟูลส์’ ก่อนระเบิด Silly War II ฉลอง 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/276097

สกู๊ปพิเศษ : เปิดห้องซ้อม ‘ซิลลี่ ฟูลส์’ ก่อนระเบิด Silly War II ฉลอง 20 ปี

สกู๊ปพิเศษ : เปิดห้องซ้อม ‘ซิลลี่ ฟูลส์’ ก่อนระเบิด Silly War II ฉลอง 20 ปี

วันจันทร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาแล้วกับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 15 ปี ของวงร็อกเนเวอร์ดายส์อย่าง ซิลลี่ ฟูลส์ (Silly Fools) ที่เตรียมรวบรวมสาวกแฟนเพลง ตั้งแต่ยุคแรก มาระเบิดความมันส์กันใน ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี 1 กรกฎาคมนี้ 1 ทุ่มตรง กับชื่อคอนเสิร์ต LEO Presents Silly War ll “สงครามของคนโง่” โดยทั้ง 4 สมาชิก ริม-กฤษณะ (ร้องนำ), ต้น-จักรินทร์ (กีตาร์, หัวหน้าวง), หรั่ง-เทวฤทธิ์ (เบส) และ รัตน์ โกบายาชิ (กลอง) กำลังอยู่ในช่วงซ้อมหนัก โดยไปปักหลักกันที่บ้านของ “ต้น” ซึ่งมีห้องอัด พร้อมกับจัดเป็นห้องซ้อมส่วนตัว

ต้น : ตอนนี้เราซ้อมเกือบทุกวันครับน่าจะพร้อมเกิน 90% แล้ว

หรั่ง : วันหนึ่งประมาณ 2 ชม. ครับ อันนี้คือซ้อมรวมนะครับ และก็ต่างคนต่างก็ไปซ้อมเดี่ยวของตัวเองอีกต่างหาก

จากที่เคยรวมตัวซ้อมกันบ้าน “หรั่ง” คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นบ้าน “ต้น”

ต้น : จริงๆ ผมทำเป็นห้องอัดครับ แต่พอจะมีคอนเสิร์ต เราก็ไม่อยากไปใช้ที่อื่น เพราะต้องเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายก็เปลือง เราเลยไปเช่ามอนิเตอร์ เช่ามิกเซอร์ มาทำเป็นห้องซ้อม เพื่องานนี้โดยเฉพาะ เราจะซ้อมเจาะกี่รอบก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลา สถานที่ ห้องอัดนี้ ผมทำเพิ่งเสร็จมาประมาณ 2 ปีครับ ผมเป็นคนชอบเรื่องซาวนด์ เรื่องมิกซ์อยู่แล้ว ก็ไปซื้อต่อเครื่องดนตรีเขามาเก็บๆ ไว้ แต่ก่อนเอาไปใช้ซ้อมที่บ้านเพื่อนบ้าง เมื่อก่อนเราซ้อมบ้านหรั่งกัน แล้วตอนหลัง เขาเปลี่ยนห้องเขาเป็นห้องนั่งเล่นไปแล้ว เลยมาซ้อมที่นี่แทน พอบ้านเราสร้างเสร็จปุ๊บก็ย้ายมาทำห้องอัดในบ้านจริงจัง เพราะอยากทำมานานแล้ว ได้เริ่มใช้ครั้งแรกกับวงซิลลี่ ฟูลส์ก็ในเพลง “แป๊ะอย่าร้อง” และก็ใช้มาตลอดครับ

หรั่ง : ผมเลิกทำห้องอัดแล้วครับ พอต้นทำปุ๊บ ผมก็ส่งต่อเครื่องให้เลย (ต้น : จริงๆหรั่งเขางานเยอะนะ แต่ส่วนใหญ่เป็นเหมือนงานมูลนิธิ (หัวเราะ) จ่ายแค่ค่าไฟบ้าง เขาเลยรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของเขาครับ )

ที่มาของ หน้ากาก ซึ่งกลายมาเป็น กิมมิค ของวง

หรั่ง : ทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะใส่ครับ เพราะตอนนั้นยังไม่มั่นใจว่าริมจะได้เป็นนักร้องนำเรารึเปล่า เลยทำเป็นหน้ากาก เป็นกิมมิคปิดไว้ก่อน เป็นคาแร็กเตอร์ที่พอใส่แล้วรู้สึกสนุกดี

ต้น : ตอนนั้นมีเอ๊กซิเดนท์ เบน (นักร้องนำคนก่อน) เขาเอ็นฉีก แล้วเขาไปเตะบอลซ้ำ จนอาการกำเริบ ไม่หายซะที จนหมอบอกต้องผ่าตัด ก็ต้องใช้เวลา 6-7 เดือน แล้วเรารับงานไว้แล้ว ก็มาปรึกษากันว่าจะทำยังไง ก็เลยต้องหานักร้องไปร้องแทนก่อน เพราะเบนไปร้องไม่ได้ วิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ หรั่งก็เลยพาริมมาร้องชั่วคราว โดยหยิบหน้ากากมาใส่ไว้ก่อน หลังจากนั้นก็เลยใส่มาเรื่อยๆ ครับคนมาดูเขาก็ชอบกัน เราก็รู้สึกเหมือนเป็นการเอ็นเตอร์เทนอย่างหนึ่งด้วยในคอนเสิร์ตนี้ หน้ากาก ก็จะเปลี่ยนใหม่ด้วยครับ

หรั่ง : เราทำเวอร์ชั่นใหม่เตรียมไว้แล้วครับ ขออุบไว้ก่อนว่าจะเป็นยังไง อย่างเลนส์ตรงตาเราก็แก้ไขให้ดีขึ้น เพราะในเรื่องของการมอง การเล่น บางทีมันมีผล (ลงทุนกับหน้ากากประมาณเท่าไหร่?)เฉพาะเลนส์อย่างเดียวที่เปลี่ยนก็ 2 พันกว่าบาทแล้วครับ (เป็นเลนส์สายตาด้วยรึเปล่า?) ไม่ใช่ครับ คือเคยลองใช้เลนส์ที่มันถูกๆ แล้วพอมาเทียบกับเลนส์แพงๆ เลนส์แพงๆ มองเห็นดีกว่าเยอะเลย ความชัดเจน ความคมชัด เพราะที่ใส่ตอนแรก เลนส์ตัวละ 35 บาท (หัวเราะ) พอเป็นเลนส์ที่มีคุณภาพ เราก็มองชัด มองคลีน ทำให้เล่นดนตรีง่ายกว่าเยอะ (มีคนมาขอซื้อหน้ากากด้วย?) ขายไปหลายอันแล้วครับ

รัตน์ : อย่างอันที่ใส่อยู่ทุกวันนี้ เดี๋ยวก็จะเอามาประมูลครับ เพราะเรากำลังทำอันใหม่กันแล้ว

ความแปลกใหม่ของคอนเสิร์ตนี้

ต้น : อย่างแรกคือเรื่องการแต่งตัว เวที เวทีนี่น่าสนใจมากครับ จากที่เห็นในกราฟิกอลังการพอสมควร และไฮไลท์อยู่ที่เพลง เรานำเพลงที่ไม่เคยไปเล่นที่ไหนเลยมาเล่น บางเพลงอัดห้องอัดเสร็จปุ๊บก็ไม่ได้เล่นอีกเลย เราก็จะเอามาเล่นงานนี้

หรั่ง : บางเพลงเกือบ 15-16 ปีเลยครับ ที่ไม่เคยเล่น เพลงที่เตรียมไว้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ มีประมาณ 32 เพลงครับ ตามชื่อเพลง แต่ว่าเดี๋ยวก็คงต้องมาปรับเป็นเมดเลย์บ้าง

หน้าที่รับผิดชอบนอกเหนือจากงานวง

ต้น : ผมทำห้องอัดให้คนเช่า ทำโปรดิวซ์ รับมิกซ์เสียงครับ

หรั่ง : ผมรับจ๊อบถ่ายเอ็มวีบ้าง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง แล้วก็ทำเฟอร์นิเจอร์ขายบ้าง (ต้น : ผมทำค่ายเพลงเล็กๆ อยู่ พี่หรั่งเขาก็ถ่ายให้หมดครับ ทำคนเดียวจบ ด้วยราคามิตรภาพ)

รัตน์ : เลี้ยงลูกอย่างเดียวเลยครับ ว่างก็ออกไปเที่ยวกับเขา ตอนนี้ 11 ขวบแล้วครับ ปกติเวลาไม่มีงานดนตรี ก็จะอยู่กับบ้าน รื้อบ้าน ซ่อมบ้าน

ริม : ไม่ทำอะไรเลยครับ หาร้านบรรยากาศดีๆ นั่งดื่มกาแฟ ปั่นจักรยาน แต่งเพลงบ้าง

เหตุที่ทิ้งช่วงกว่า 15 ปี จากคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่แล้ว

ต้น : เพราะคอนเสิร์ตใหญ่ไม่ใช่ว่าเราอยากเล่น ก็เล่นได้ ต้องดูความพร้อมของวง เพราะหลังจากนั้นก็มีคนมาติดต่อหลายเจ้าเหมือนกัน เขามาชวนบอกอยากจัดคอนเสิร์ตใหญ่ซิลลี่ ฟูลส์ให้ ช่วง 6-7 ปีที่แล้วนะครับ ผมบอก “พี่อย่าเลยครับ เก็บเงินไปทำอย่างอื่นเถอะ (หัวเราะ)” บอกแบบนี้เลย ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็จะบอกเอาเลยพี่ ผมขอค่าตัวเท่านั้นเท่านี้นะ แต่เรารู้ศักยภาพตัวเอง และเราก็ไม่อยากไปทำร้ายคนที่เขาหวังดีกับเรา แต่พอมาครั้งนี้ ที่จัดเพราะ ผู้จัดเขารู้ศักยภาพของเขาดี เขาหาสปอนเซอร์มาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่ายเขามีความพร้อมค่อนข้างเยอะ เขาไม่เจ็บตัว เราก็พร้อมทำ จุดหลักๆ ก็อยู่ที่วงด้วยครับ ตอนแรกก็ย้ำเขาว่าจะทำจริงเหรอ แต่เขาก็บอกว่าเขาทำรีเสิร์ชมาเรียบร้อยแล้ว ผมก็บอกเจ๊งก็อย่ามาโทษกันนะ (หัวเราะ)

ความกดดันของการเป็นนักร้องรุ่นที่ 3

ริม : การเป็นนักร้องผมไม่กดดันเลยครับ ส่วนกับคอนเสิร์ตใหญ่มีบ้าง เพราะว่าก็ไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่มาก่อน เราก็พยายามซ้อม ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ให้สำเร็จครับ

เพลงใหม่ในลำดับต่อไป

ต้น : วางเพลงช้าไว้แล้วครับ หลังจากคอนเสิร์ตก็จะเริ่มทำกัน หรั่งเขาทำโครงไว้แล้ว หลังคอนเสิร์ตก็คงจะมาเริ่มเรื่องเนื้อ เรื่องเรียบเรียง

มุมมองของการเป็นนักดนตรีในยุคปัจจุบัน

หรั่ง : ผมเป็นกังวลแทนน้องๆรุ่นใหม่ ที่กำลังจะก้าวเข้ามา เพราะว่าเป็นเส้นทางที่ยากละ ใครจะเกิดขึ้นมาดัง มีงานโชว์มาจ้างเล่น ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเราค่อนข้างโชคดีที่เคยมีชื่อเสียงแล้วมีเพลงเก็บไว้เยอะ แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ เห็นแล้วสงสารไม่รู้จะไปหากินกันยังไง ใครจะจ้างไปเล่น ค่อนข้างลำบาก ต้องทนและข้ามผ่านให้ได้

ต้น : มันยากแล้วครับที่จะเป็นศิลปิน ทำเพลง แล้วให้เพลงที่ทำมาเลี้ยงตัวเองได้ เป็นอาชีพหลักเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ยอดดาวน์โหลด ขายแผ่นซีดีตัดไปได้เลย เพราะไม่ได้ช่วยเลย ได้อย่างเดียวคือโชว์คอนเสิร์ต แต่คราวนี้พอเป็นวงหน้าใหม่ ต่อให้มีเพลงดังเปรี้ยงๆ 100 ล้านวิวก็ยังลำบากเลย เพราะดังเพลงเดียว แต่เวลาไปโชว์อย่างน้องต้อง 10 เพลงขึ้น ร้านที่เขาจะจ้างมาโชว์เขาก็ต้องดูความคุ้มแล้ว ดังเพลงเดียวแล้วจะยังไง ข้อเสียคือหากินทางด้านดนตรียาก แต่ข้อดีคือด้วยเทคโนโลยี ใครๆ ก็สามารถเผยแพร่งานตัวเองได้ ต่างกับเมื่อก่อนที่ถ้าไม่ได้อยู่ค่ายก็หมดสิทธิ์ (หรั่ง : มีสนามแข่งที่ต่างกันออกไป) ตลาดมันกระจายหมดแล้วครับ อยู่ในอินเตอร์เนตหมด ไม่ได้มีทีวี.แค่ 4 ช่องเหมือนเมื่อก่อน

ถ้าลูกอยากเดินตามรอยเท้าพ่อ

รัตน์ : อยู่ที่เขาเลยครับ ผมเชื่อว่าคนเราถ้ามีความตั้งใจดี เขาก็จะเก่งของเขาเอง ต้องตั้งใจก่อน ต้องอยากก่อน (ดูแววแล้วมาทางพ่อไหม?) ไม่น่านะครับ สงสัยจะไปทางปู่ ชอบวาดรูป ปู่เขาเป็นจิตรกร

แรงบันดาลใจที่ยังต่อลมหายใจให้ ซิลลี่ ฟูลส์ เดินหน้า

ต้น : ง่ายนิดเดียวครับ หยุดเมื่อไหร่ก็อดตายเมื่อนั้น (หัวเราะ) ทุกอย่างเราต้องเริ่มด้วยใจรัก เพราะไม่งั้นคงทำไม่ได้ ถ้าคนไม่รัก พอทำไปสักพักก็จะเบื่อไปเอง เราไม่ได้คิดว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง ที่ผ่านมาคิดแค่ว่าให้เราเล่นดนตรี แล้วมีรายได้เลี้ยงชีวิตเราได้เท่านั้นเอง

หรั่ง : ตรงนี้เป็นอาชีพเราไปแล้วครับ เรายังหาเลี้ยงตัวเองได้ เราก็ทำต่อไป

ก่อนจากกัน 4 สมาชิกวงซิลลี่ฟูลส์ ฝากเรียกรวมพลแฟนคลับ

หรั่ง : วันที่ 1 กรกฎา อยากจะชวนแฟนเพลงมาชมกันเยอะๆ เพราะว่า ไม่บ่อยครั้งที่เราจะเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ และเป็นงานที่เราไม่ค่อยชอบด้วย เพราะต้องรับผิดชอบเยอะ เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสก็ควรรีบมาดูครับ ครั้งต่อไปบอกได้เลยว่าไม่รู้เมื่อไหร่ (หัวเราะ)

รัตน์ : งานดนตรีเป็นงานรื่นเริงอยู่แล้ว แล้วดนตรีของซิลลี่ ฟูลส์ มีความหลากหลายในตัวของมันอยู่ กลิ่นและอารมณ์ของเพลงสามารถสร้างความสนุกให้ผู้ฟังได้แน่นอนครับ

ต้น : ผมว่าคนที่เป็นแฟนๆ เพลงซิลลี่ ฟูลส์ตั้งแต่ยุคแรก จะมีความสุขมากกับเพลงบางเพลงที่ไม่เคยได้ฟังเราเล่น อยากให้มาสนุกกันครับ

ริม : มาเถอะครับ ผมเชื่อว่าแฟนเพลงซิลลี่ ฟูลส์ น่าจะประทับใจกับคอนเสิร์ตนี้อย่างแน่นอน

Leave a comment