ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/267084

‘ปฏิรูป’ทำอย่างไรให้เห็นผล? ดู‘นิวซีแลนด์’แล้วย้อนมอง‘ไทย’
นิวซีแลนด์ (New Zealand) ประเทศเล็กๆ ในเขตโอเชียเนีย (หมู่เกาะใหญ่น้อยในมหาสมุทรแปซิฟิก) หากนำแผนที่โลกฉบับมาตรฐานมากาง โซนโอเชียเนียจะอยู่ทางมุมขวาล่างของแผนที่ ในจำนวนนี้ออสเตรเลียเป็นประเทศใหญ่สุด โดยมีนิวซีแลนด์เป็นเพื่อนบ้านทางขวาล่าง
ทว่าด้วยความที่ออสเตรเลียนั้นใหญ่โตมหึมาถึงกว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ส่วนนิวซีแลนด์มีเนื้อที่เพียง 2 แสนกว่า ตร.กม. เล็กกว่าประเทศไทยที่มีพื้นที่ราว 5 แสน ตร.กม. เสียอีก ทำให้เวลาหลายคนวาดแผนที่โลกขึ้นมาเอง นิวซีแลนด์มัก “ถูกลืม” วาดเข้าไปในแผนที่อยู่บ่อยครั้ง ถึงขนาดมีผู้ประชดด้วยการทำเว็บไซต์ worldmapswithout.nzรวบรวมภาพแผนที่จากทั่วโลกที่คนทำลืมใส่ประเทศนิวซีแลนด์เข้าไปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
แต่ถึงจะเล็ก..แต่คุณภาพของประเทศนี้ “คับแก้ว” อาทิ ผลสอบวัดระดับความรู้นานาชาติ “PISA” เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ประเทศที่มีสัตว์ตัวเล็กๆ อย่าง “นกกีวี” เป็นสัตว์ประจำชาติ อยู่อันดับที่ 12 จาก 70 ประเทศและเขตปกครองที่เข้าร่วม ได้คะแนนวิทยาศาสตร์ 513 คะแนน คณิตศาสตร์ 495 คะแนน และการอ่าน 509 คะแนนส่วน “ช้างศึก” ไทยเราได้คะแนนวิทยาศาสตร์ 421 คะแนน คณิตศาสตร์ 415 คะแนน และการอ่าน 409 คะแนนอยู่อันดับที่ 54 ตามหลังอยู่หลายช่วงตัว

เช่นเดียวกับรายงาน World Happiness Report 2017 จัดอันดับประเทศที่มีความสุข โดยสำรวจระหว่างปี 2557-2559 นิวซีแลนด์ได้ 7.314 คะแนน อยู่ใน อันดับ 8ของโลก จากทั้งหมด 155 ประเทศ ส่วนไทยอยู่ในอันดับที่ 32ของโลก ได้ 6.424 คะแนน ไม่เพียงเท่านั้น รายงาน Corruption Perceptions Index 2016 ที่คนไทยรู้จักในชื่อ “ดัชนีความโปร่งใส” ยังพบว่า ในปี 2559 นิวซีแลนด์ “ครองแชมป์ร่วม” ประเทศที่มีปัญหาทุจริต “ต่ำที่สุดในโลก” คู่กับนอร์เวย์ ส่วนไทยอยู่อันดับ 101 ร่วม จากทั้งหมด 176 ประเทศทั่วโลก
ไม่นานนี้ ฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้จัดการประชุมเวที สกว. (TRF Forum) ภายใต้หัวข้อ “ปฏิรูปนิวซีแลนด์ นัยยะสำคัญต่อประเทศไทย” โดยภายในงานมีการเปิดเผยผลการศึกษากระบวนการ แนวทาง ปัญหาและอุปสรรคของการปฏิรูปของนิวซีแลนด์ด้านต่างๆ ได้แก่ ระบบราชการ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต การบริการ และรัฐวิสาหกิจ
ศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายชาติและความสัมพันธ์ข้ามชาติ กล่าวว่า จากการที่สกว. ศึกษา “กระบวนการปฏิรูป” ของนิวซีแลนด์ พบความน่าสนใจหลายประการ อาทิ ตำแหน่ง “ผู้บริหารระดับสูง” (CEO) ของหน่วยงานรัฐ เทียบเท่าระดับปลัดกระทรวงมักใช้ “คนนอก” แต่ก็ไม่เชิงคนอื่นไกลเสียทีเดียว ทว่าเป็น “อดีตข้าราชการ” เพราะคนเหล่านี้ “รู้จุดแข็ง-จุดอ่อน” ในองค์กรที่ตนเคยอยู่ภายใต้งบประมาณที่จำกัดเป็นอย่างดี หรือข้าราชการแต่ละหน่วยงาน จะได้รับค่าตอบแทนที่ต่างกันตาม “ลำดับวาระ” ของชาติ
“เช่น ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้รับค่าตอบแทนที่มากกว่ากระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากความสำคัญของภารกิจงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นขนาดของกระทรวงการต่างประเทศมีขนาดเล็กลง” ศ.ดร.อิศรา ระบุ
ที่เป็นเช่นนั้น ศ.ดร.อิศรา อธิบายว่า เพราะรัฐบาลนิวซีแลนด์ “ให้ความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมมาก”โดยรัฐบาลใช้มาตรการในการอุดหนุนสินค้าราคาการเกษตร และส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร เช่น เข้าแทรกแซงโดยตรงเพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุน เพิ่มจำนวนแกะและโคเนื้อที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ โดยมีรายงานว่าการส่งออกสินค้ากลุ่มเกษตรอาหาร (Agrifood) มีสัดส่วน “มากกว่าร้อยละ 90” ของการส่งออกทั้งหมด
“ขณะเดียวกันรัฐบาลนิวซีแลนด์ยังสนับสนุนให้พัฒนาที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นทุ่งปศุสัตว์ถาวรโดยให้เงินกู้สูงสุด 250 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อเฮกตาร์ ระยะเวลา 15 ปี ซึ่งทุกโครงการมีพื้นที่มากกว่า 10 เฮกตาร์และมีสัตว์มากกว่า 100 Stock Unit” ศ.ดร.อิศรา กล่าว
แต่การปฏิรูปเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ผศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับประเทศนิวซีแลนด์ เป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับประเทศต่างๆ ที่ต้องการปฏิรูปประเทศภายใต้แนวทางเศรษฐกิจแบบตลาดและระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย กระบวนการปฏิรูปของนิวซีแลนด์เป็นกระบวนการที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ ระหว่างช่วงปี ค.ศ.1984 ถึง 2005 (พ.ศ.2527-2548) มีการดำเนินการอย่างรอบด้านทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง กฎหมาย และสังคม และดำเนินการในหลายระดับไม่ว่าจะเป็นระดับมหภาค จุลภาค และภาคเศรษฐกิจต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนจับต้องได้ขณะที่ประเทศไทย “ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการปฏิรูป” แต่พยายามที่จะ “ปรับระบบ” กลไกภาครัฐและการบริหารเศรษฐกิจองค์กรเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นเพียงการ “ปรับแต่ง” ในจุดที่มีปัญหาเท่านั้น

“ทั้งนี้หากเปรียบเทียบการปฏิรูปประเทศระหว่างนิวซีแลนด์กับไทย โดยพิจารณาจากร่างยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปีนั้น ไม่สามารถเปรียบเทียบกันถึงขั้นลึกได้ เนื่องจากแผนของไทยนั้นมีลักษณะเป็นเจตนารมณ์ ยังขาดรายละเอียดว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร และควรดำเนินการอะไรบ้าง ค่อนข้างมีลักษณะเป็นถ้อยคำแถลงมากกว่าจะเป็นแผนการดำเนินการปฏิรูป” ผศ.ดร.ศุภัช ตั้งข้อสังเกต
อนึ่ง..ข้อสรุปจากผลการศึกษานี้ ยังชี้ว่า ประเทศไทย “ไม่ง่าย” สำหรับการปฏิรูป เพราะอาจต้องเผชิญปัญหาหลายด้านจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ จึงเป็นไปได้ยากหากรัฐบาลไม่มีความมุ่งมั่นและแผนงานในการปฏิรูป เพราะต้องใช้เวลาและสร้างความเข้าใจจากทุกภาคส่วน อีกทั้งในแผนงานที่มียังไม่แสดงการปฏิรูปแต่อย่างใด “ยังไม่มีความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐบาล การเมือง เอกชนและประชาชน ว่าไทยควรปฏิรูปหรือไม่?” มิหนำซ้ำแนวทางการปฏิรูปก็ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปอีกต่างหาก
ตรงกันข้ามกับนิวซีแลนด์ เหตุที่ปฏิรูปได้เนื่องจากในแผนการดำเนินงานมีความชัดเจนในทุกด้านว่าถ้าปฏิรูปแล้วจะได้ผลอย่างไร อีกทั้ง “ทุกภาคส่วน” โดยเฉพาะ “ประชาชน” มีความเข้าใจตรงกัน ว่าประเทศมีปัญหาอะไรบ้าง “มองอนาคต” และร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกันซึ่งประเด็น “การสื่อสาร” ให้สังคมโดยรวม “เห็นพ้องต้องกัน”สำหรับรัฐบาลไทยไม่ว่าชุดนี้หรือชุดไหนๆ ยังเป็น “จุดอ่อน”ต้องกลับไป “ทำการบ้าน” ปรับปรุงแก้ไขอีกยาวหาไม่แล้ว คงไม่ต้องหวังอะไรไกลกว่านั้น เพราะแตะไปตรงไหนก็จะเจอแต่..
“ความขัดแย้ง” เต็มไปหมด จนเดินหน้าไม่ได้เลย
แม้แต่ก้าวเดียว!!!
เบญจมินทร์ อุทัยรุ่งเรือง