ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/267132

รางวัลคึกฤทธิ์ 2560 สร้างปรากฏการณ์ใหม่ คณะกรรมการ เฟ้นเลือกคนรุ่นใหม่รับรางวัล
มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ (แปดสิบ) ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถือฤกษ์ 20 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ศ.พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ปราโมช เป็นวันจัดงาน “วันคึกฤทธิ์” เพื่อเป็นการรำลึกถึงและร่วมกันสืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม โดยจัดพิธีมอบรางวัลคึกฤทธิ์ให้กับผู้มีผลงานดีเด่นและสร้างคุณประโยชน์ด้านศิลปวัฒนธรรมแก่ชาติ ซึ่งรางวัลคึกฤทธิ์เริ่มจัดงานมาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ฯ กล่าวถึงการมอบรางวัลคึกฤทธิ์ในครั้งนี้ว่า
“กว่า 23 ปีที่รางวัลคึกฤทธิ์ถูกมอบให้กับผู้ที่สืบทอดศิลปะการแสดงของไทยที่เกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์คึกฤทธิ์เท่าที่เราจะค้นหาได้ปรมาจารย์เก่าๆ หลายท่านได้รับรางวัลนี้ไปเยอะ หลังๆ มาเราก็มองหาคนรุ่นใหม่เพื่อจะมอบรางวัลนี้โดยทางเราจะมีคณะกรรมการในการสรรหาในวงการนาฏศิลป์ โขน-ละคร ดุริยางคศิลป์ คีตศิลป์วรรณศิลป์ หรือศิลปะการแสดงแขนงอื่นๆ และในปี2560 นี้ มีบุคคลที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ คือครูดุษฎี มีป้อม สาขาดุริยางค์ไทย ท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านระนาด ไม่ใช่แค่ตีเป็นนะ แต่ท่านเป็นชั้นครูเป็นผู้ปรับวงดนตรีปี่พาทย์บรรเลงในการแสดงโขนพระราชทาน ครูศิริวรรณรัตนทัศนียสาขาคีตศิลป์ ผู้ควบคุมและฝึกซ้อมนักร้องในโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คุณวีระศิลป์ ช้างขนุน สาขานาฏศิลป์ไทย เป็นครูโขนลิงที่มีฝีมือมาก และปีนี้ก็มีคนรุ่นใหม่ อย่าง คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ สาขาศิลปะการแสดง และครูบัว-ปริดา มโนมัยพิบูลย์สาขาวรรณศิลป์ คุณบอยนี่ความเห็นของคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์เลย ส่วน อาจารย์ปริดา เป็นมือเขียนบทรุ่นใหม่ที่มีผลงานสุดยอดอย่างเอาเรื่องหลายชีวิต บทประพันธ์คลาสสิก มาปรับบทที่ทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ดูแล้วสนุกขึ้น ทั้ง 5 คนมีผลงานเป็นที่ยอมรับจนคว้ารางวัลคึกฤทธิ์ในครั้งนี้นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้เห็นมรดกภูมิปัญญาทางศิลปะและวัฒนธรรมของสังคมไทยถูกสืบทอดอย่างสร้างสรรค์โดยคนรุ่นใหม่ๆ”

ครูดุษฎี มีป้อม ครูดนตรีไทยอาวุโสผู้มีฝีมือ ได้รับรางวัลสาขาดุริยางค์ไทย เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญดุริยางคศิลป์ชั้นครูเป็นผู้ปรับวงดนตรีปี่พาทย์บรรเลงในการแสดงโขนพระราชทานตั้งแต่พุทธศักราช 2551 จนถึงพุทธศักราช 2558 มีผลงานการประพันธ์เพลง ทั้งเพลงระบำ และประพันธ์เพลงเดี่ยวระนาดทุ้มซึ่งนอกจากจะเคยร่วมบรรเลงดนตรีประกอบการเล่นโขนธรรมศาสตร์ เคยร่วมบรรเลงดนตรีในพิธีไหว้ครูโขน-ละครบ้านซอยสวนพลู หลายวาระได้กล่าวถึงการรับรางวัลครั้งนี้ว่า

“ยินดีและภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลที่มีเกียรติในครั้งนี้ โดยเฉพาะที่เป็นรางวัลของสถาบันที่อนุรักษ์และส่งเสริมด้านศิลปะนาฏศิลป์และดนตรีอย่างรางวัลคึกฤทธิ์ เพราะผมเป็นครูที่สอนอยู่ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ รู้ดีว่าหัวใจของการสืบทอดส่งต่อศิลปะมันสำคัญ ด้วยตัวของศิลปะมันไม่มีวันตาย มันปรับตัวอยู่ตลอด ภูมิปัญญาของครูบาอาจารย์วันนี้เราสืบทอดมา ก็มาสร้างสรรค์ให้มันเหมาะกับยุคกับสมัย แต่การส่งต่อมันสำคัญ รางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจของผมในการที่เป็นครูและได้ถ่ายทอดศิลปะของไทยให้กับเยาวชนในรุ่นต่อไป ให้เขารู้รากบ้าง และต่อไปเขาก็จะพัฒนาไปในแนวทางของเขาเอง ระบบวัฒนธรรมของชาติเราก็จะมีเดินไปด้วยความเข้มแข็ง”
ส่วนทางด้าน ครูศิริวรรณ รัตนทัศนีย เป็นศิลปินและครูอาวุโส ที่ได้รับรางวัลคึกฤทธิ์ สาขาคีตศิลป์ ที่ผ่านมาได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านคีตศิลป์ไทยจากครูผู้ใหญ่หลายท่าน อาทิ คุณครูท้วม ประสิทธิกุล, คุณครูจิ้มลิ้ม กุลตันฑ์,คุณครูลิ้นจี่ จารุจรณ, คุณครูมนตรี ตราโมท, คุณครูศรีนาฏ เสริมศิริ, คุณครูประสิทธิ ถาวร, คุณครูวัฒนา โกสินานนท์ นอกจากนั้น ยังได้รับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการพากย์เจรจาโขน และการขับเสภาจากครูผู้ใหญ่อีกหลายท่าน และในส่วนที่เกี่ยวกับ ศ.พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นั้นได้รับโอกาสจาก ครูทัศนีย์ ขุนทอง ให้ร่วมขับร้องประกอบการเล่นโขนธรรมศาสตร์ ตลอดจนขับร้องประกอบการบรรเลงดนตรีไทย ณ บ้านซอยสวนพลู ในวันที่ 20 เมษายน ต่อเนื่องหลายปีโดยครูได้กล่าวว่า
“ชื่นใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สำหรับครูตัวเล็กๆ อย่างดิฉัน และน่าที่รางวัลนี้ให้ความสำคัญกับการขับร้อง เพราะตอนนี้ตามวิทยาลัย นาฏศิลปกรุงเทพหรือต่างจังหวัดก็ตาม คนจะมาเรียนร้องน้อยลงมาก ตัวเองยังงงที่มีเวที รายการประกวดร้องเพลงทางทีวี.เยอะมาก แต่การขับร้องแบบดนตรีไทยคนสนใจน้อยลงมาก อันนี้ต้องบอกเลยนะคะว่าการเรียนขับร้องแบบศิลปะไทยของเราต่อยอดได้หลากหลาย อย่างครูสังเกตเด็กที่เรียนศิลปะไทยเก่งๆ ถึงแม้เขาจะชื่นชมเกาหลีเขาก็เต้นได้ดี ร้องได้ดี ขอให้มีพื้นฐานของศิลปะไทย มีเด็กหลายคนที่รำสวย พอมาเจอบนเวทีก็เต้นเก่งมาก เพราะอย่างนี้ครูถึงไม่อยากให้มองข้ามศิลปะของไทยไปนะคะเพราะเราเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน เรียนศิลปะไทยได้ศิลปะอื่นเรื่องเล็กค่ะ”

และอีกหนึ่งผู้รับรางวัลคึกฤทธิ์ สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ ผศ.ดร.ปริดา มโนมัยพิบูลย์ หรือ ครูบัว ประธานหลักสูตรมหาบัณฑิต ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ ผู้สร้างผลงานด้านบทละครอย่างต่อเนื่อง ผลงานส่วนใหญ่เป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องจากแวดวงวิชาการและการละครอาทิ บทละคร เรื่อง ฉุยฉายเสน่หา ได้รับรางวัลบทละครดั้งเดิมยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง เมื่อปี 2556 และ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ มูลนิธิฯนั้น ได้นำวรรณกรรม เรื่อง หลายชีวิต มาวิจัยในหัวข้อ การศึกษาดัดแปลงวรรณกรรมเป็นบทละครเพลง : กรณีศึกษา หลายชีวิต โดยได้รับสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ตลอดจนเขียนบทละคร เรื่อง หลายชีวิต จัดแสดง ณ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล เมื่อต้นปีด้วย เธอได้กล่าวถึงการได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า
“รู้สึกช็อกและเป็นเกียรติกับชีวิตมากค่ะ ไม่อยากจะเชื่อว่าโอ้โห เราได้รับเกียรติให้ได้รับรางวัลนี้เลยเหรอ อย่างท่านที่ได้ปีที่แล้วสาขาการละคร ก็เป็นอาจารย์ของเราอีกทีหนึ่ง การได้รางวัลคึกฤทธิ์เหมือนคุณครูคือ อาจารย์หม่อมฯ มาให้รางวัล เพราะเราทำงานและเรียนรู้จากท่านในการนำบทประพันธ์ หลายชีวิต มาทำเป็นบทละคร มันเป็นงานที่มันพูดถึงชีวิตและความคิดความรู้สึกของคน ได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง ทุกวันนี้ที่คณะที่สอนนิสิตนักศึกษา ก็จะให้อ่าน ต้องศึกษางานของท่าน ตัวเองเป็นแฟนคลับหนังสือท่าน เริ่มอ่านงานท่านตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนตอนนี้ใกล้ 40 เนี่ย อ่านแทบทุกเรื่อง บทประพันธ์ของท่านเนี่ย จะมีความอมตะ อมตะในที่นี้หมายถึงไม่ว่าเราจะมาอ่านในยุคสมัยไหนหรือในวัยเท่าไหร่ คือ ทุกครั้งที่อ่านเราก็รู้สึกว่า เราได้อะไรมากขึ้น เนี่ยคือสิ่งที่เรารู้สึกว่า มันมหัศจรรย์ ”
สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของมูลนิธิคึกฤทธิ์เช่น การเยี่ยมชมห้องสมุด, ห้องชมนิทรรศการ, ศูนย์ศิลปะการแสดง, คณะโขนสถาบันคึกฤทธิ์ การสอนโขนและดนตรีไทยของสถาบันฯ ฯลฯ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.kukrit-pramoj.org หรือที่ /สถาบันคึกฤทธิ์Kukrit Institute
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จะคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 เพื่อรับโล่เกียรติคุณลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ จากประธานในพิธีเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560 วันที่ 12 สิงหาคม 2560
ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ นักเรียน นักศึกษา, ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ, นักร้อง นักแสดง ศิลปิน, สื่อมวลชน, และประชาชนทั่วไป
โดยคุณสมบัติที่สำคัญของลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ คือ ต้องให้การดูแลเอาใจใส่และปฏิบัติต่อแม่อย่างดีและสม่ำเสมอ ช่วยเหลือภารกิจและการงานของแม่ ประพฤติตนตามคำสั่งสอนของแม่ ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมและเชิดชูวงศ์ตระกูล บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์และเป็นที่ยอมรับของสังคม
เรื่องที่ส่งจะต้องเป็นเรื่องจริง โดยเป็นเรื่องของตนเองหรือเรื่องของบุคคลอื่นที่รู้จัก ติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ตึกมหิดล ถนนราชวิถีเขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 คุณนงลักษณ์รอมไธสง โทรศัพท์ 02-3547533-37 ต่อ 118 หรือดาวน์โหลดแบบกรอกประวัติได้ที่ http://www.ncswt.or.th หมดเขตส่งเข้ารับการคัดเลือกภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2560