ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/266746

เล่าขานตำนานหัตถศิลป์ สู่วิถีชีวิตปัจจุบัน
อัมพวัน พิชาลัย และ ครูศิลป์ในแขนงต่างๆ ที่จะมาร่วมงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 8
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จัดงาน“อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 8 ชูแนวคิด “เล่าขานตำนานหัตถศิลป์ สู่วิถีชีวิตปัจจุบัน”ร่วมภาคภูมิใจไปกับผลงานชิ้นเอก สร้างสรรค์ขึ้นจากภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมเวิร์กช็อปงานหัตถกรรมจากครูศิลป์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และร่วมช็อปสินค้าหัตถกรรมงานฝีมือที่นับวันจะหาได้ยากยิ่ง ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2560 นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ และ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ชั้น 2ศูนย์การค้าสยามพารากอน

อัมพวัน พิชาลัย
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด “เล่าขานตำนานหัตถศิลป์ สู่วิถีชีวิตปัจจุบัน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ที่ได้ ทรงงานเพื่อสร้างอาชีพให้แก่พสกนิกรชาวไทยพร้อมเชิดชูงานหัตถกรรมไทยที่กำลังจะสูญหาย พร้อมเชิญชวนร่วมกันอนุรักษ์และประยุกต์สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยอันเป็นมรดกของชาติให้เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบัน เพื่อให้คงอยู่คู่คนไทย รวมถึงเพื่อให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ซึ่งแนวคิดดังกล่าวมีความสอดคล้องกับพันธกิจสำคัญของ SACICT ในการสร้างคุณค่าและความงดงามของหัตถศิลป์ไทยให้สามารถดำรงอยู่ และมีการพัฒนาสอดคล้องกับวิถีชีวิตได้เสมอ หรือ Today Life›s Crafts
“ภายในงานมีไฮไลท์สำคัญที่สอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงผลงานของครูช่างศิลป์ที่กำลังจะสูญหายไป จำนวน 3 ท่าน คือ ครูเสน่ห์แจ่มจิรารักษ์ ครูวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ และครูดิเรก สร้อยสีดา ซึ่งถือเป็นการรวมสุดยอดผลงานหัตถศิลป์ที่หาดูได้ยากจากฝีมือของเหล่าครูช่างศิลป์ของแผ่นดิน และครูช่างศิลปหัตถกรรม เพื่อให้คนรุ่นเราทุกคนได้ร่วมภาคภูมิใจกับผลงานหัตถศิลป์ชั้นครูที่เปรียบเสมือนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และร่วมกันรักษาความภาคภูมิใจดังกล่าวให้สืบทอด และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป พร้อมกันนั้นผลงาน หรือสินค้าศิลปหัตถกรรมที่จะจัดแสดงและจำหน่ายในงานครั้งนี้ ยังเลือกสรรผลงานที่มีความร่วมสมัย และที่สำคัญคือเหมาะสม สามารถประยุกต์เข้ากับการใช้งานในปัจจุบัน และในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ซึ่งเชื่อว่าคนรุ่นใหม่จะได้เปิดประสบการณ์และเรียนรู้ว่าของไทยๆ ไม่ได้เชยหรือล้าสมัย แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้อย่างมีคุณค่าและลงตัว”

ในงานได้รวบรวมงานหัตถศิลป์ชิ้นเอกจากเครือข่ายสมาชิกของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่าประเทศ มาจัดแสดงและจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ เครื่องเงินลายโบราณ จากจังหวัดสุโขทัย ซึ่ง ณัฐวุฒิพลเหิม ทายาท ขวัญ พลเหิม ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2555 เป็นผู้สืบทอดการทำเครื่องเงินแบบโบราณ อีกทั้ง ได้มีการประยุกต์นำลวดลายมาสร้างสรรให้เป็นกระเป๋าที่ใส่โทรศัพท์มือถือ ลวดลายแบบสุโขทัยและในแบบร่วมสมัย เป็น Today Life›s Craft หรืองานหัตถกรรมที่สามารถอยู่ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่
งานจักสานป่านศรนารายณ์ จ.เพชรบุรี ซึ่งป่านศรนารายณ์ หรือ เรียกอีกชื่อว่า SISAL เป็นพืชอยู่ในวงศ์ AGAVACEAE เป็นไม้ทรงพุ่มใบเรียวยาว คล้ายหอก ปลายใบมีหนามแหลมสีดำ ขนาดใบกว้าง 5-13 ซม.ชอบขึ้นในพื้นที่แห้งแล้ง ซึ่งดั้งเดิมป่านศรนารายณ์ใช้นำมาถักเป็นเชือกสมอเรือ เพราะมีความเหนียว ไม่ขึ้นรา ไม่ขาดง่ายซึ่ง ณัฐระวี เดื่อมขันธ์มณี ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2560 ผู้สืบทอดงานจักสานป่านศรนารายณ์จากครอบครัวมาพัฒนาในรูปแบบใหม่ ให้มีความร่วมสมัยเรื่องการใช้สีรูปแบบผลิตภัณฑ์ ให้อยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน
ผ้ากาบบัว มรดกของชาติอันเลื่องชื่อของจังหวัดอุบลราชธานี งานศิลป์บนผืนผ้าเกิดจากแรงบันดาลใจของ ครูมีชัย แต้สุริยาทายาทแห่งบ้านคำปุน ที่หลงใหลในเสน่ห์ผืนผ้าของคุณยาย และคุณแม่คำปุน ศรีใส ผู้เป็นมารดาที่ได้ถักทอคุณค่าผืนผ้างามมาตั้งแต่ครั้งอดีต รวมถึงผ้าปูมเก่าของคุณยายที่เป็นผ้าบรรดาศักดิ์ของต้นตระกูล อันมีลวดลายวิจิตร ผ่านการทอที่ประณีต ซึ่งต่อมาผ้ากาบบัวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดก ทางภูมิปัญญาของชาติ ปี 2557

เครื่องประดับแบบยัดลาย (Filigree) จากเชียงใหม่ โดย อังคาร อุปนันท์ ทายาท อัญชลี อุปนันท์ ครูช่างปี 2554 ช่างเครื่องเงินบ้านกาด จังหวัดเชียงใหม่ผู้สืบทอดเทคนิคการทำเครื่องประดับแบบโบราณ ที่เรียกว่า เครื่องประดับแบบยัดลาย (Filigree) ที่เหลือไม่กี่แห่งในประเทศไทย โดยผลงานที่จะนำมาให้สัมผัสเป็นการรังสรรค์ด้วยภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของเทคนิคการทำเครื่องเงินแบบล้านนา ซึ่งผลงาน Collection นี้มาจากแนวคิดตุงโบราณที่แสดงถึงความดีและจะใช้ในพระพุทธศาสนา ชาวล้านนาเชื่อว่าถ้าแขวนตุงไว้หน้าบ้านจะแสดงถึงการต้อนรับและความโชคดี
งานบาติกโบราณ จ.กระบี่ โดยสืบสานงานทำผ้าบาติกโบราณจากบรรพบุรุษลวดลายของผ้าบาติกจะมีเสน่ห์ในตัว การจัดวางลายมีแบบแผนและต้องใช้ความชำนาญอย่างมากในการพิมพ์ ลวดลายงานผ้าของ ครูธนินทร์ธร มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยการดึงลายพื้นถิ่นดั้งเดิมที่ได้แรงบันดาลใจจากพืชพรรณธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ งานสถาปัตยกรรม วัด สุเหร่า หรืองานลูกปัดโบราณที่ขุดค้นพบใน จ.กระบี่ มารังสรรค์บนผืนผ้าชิ้นงาม

นอกจากนี้ ในงานยังมีเวิร์กช็อปงานหัตถศิลป์ จากครูศิลป์ในแขนงต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย วันละ 4 รอบ (12.30 น./ 13.00 น./ 13.30 น./14.00 น.) วันที่ 27 เมษายน 2560 เวิร์กช็อปผ้าบาติก, วันที่ 28 เมษายน 2560 เวิร์กช็อปการทำเครื่องจักสาน, วันที่ 29 เมษายน 2560 เวิร์กช็อปการทำผ้ามัดย้อม และวันที่ 30 เมษายน เวิร์กช็อปการทำเครื่องหนัง พลาดไม่ได้ กับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยอันทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นงานผ้าทอ ผ้าบาติกงานเครื่องเงิน เครื่องทอง ของแต่งบ้านเครื่องแต่งกาย ฯลฯ จากเครือข่ายสมาชิกของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กว่า 50 ร้าน ทั่วประเทศ พร้อมตระการตากับการแสดงบนเวทีที่สื่อถึงศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลายตลอดการจัดงาน ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ 035-367054-6 ต่อ 1376 หรือสายด่วน 1289 หรือที่ http://www.sacict.or.th หรือเฟซบุ๊คแฟนเพจ “อัตลักษณ์แห่งสยาม” และอินสตาแกรม SIAMIDEN TITY_EVENT
