รายงานพิเศษ : กรมส่งเสริมการเกษตรชูแปลงใหญ่ทุเรียนเมืองจันท์ แก้ปัญหาล้งกดราคา ต้นทุนลดลง รายได้เพิ่มขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/276924

รายงานพิเศษ : กรมส่งเสริมการเกษตรชูแปลงใหญ่ทุเรียนเมืองจันท์ แก้ปัญหาล้งกดราคา ต้นทุนลดลง รายได้เพิ่มขึ้น

รายงานพิเศษ : กรมส่งเสริมการเกษตรชูแปลงใหญ่ทุเรียนเมืองจันท์ แก้ปัญหาล้งกดราคา ต้นทุนลดลง รายได้เพิ่มขึ้น

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จันทบุรี เป็นแหล่งผลิตผลไม้ขึ้นชื่ออย่างทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ แต่ที่ผ่านมา เมื่อถึงช่วงเก็บผลผลิต บางปีผลผลิตล้นตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำ ถูกพ่อค้า หรือล้งกดราคา แต่ภายหลังดำเนินการตามนโยบายแปลงใหญ่ ส่งผลให้ผลผลิตมีราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนที่แม้จะมีผลผลิตมากถึง 3.4 แสนตัน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ราคาซื้อขายนับตั้งแต่ต้นฤดูมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ลดลงแต่อย่างใด ยังเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 บาทต่อกก.

นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จังหวัดจันทบุรี มีเกษตรแปลงใหญ่ 17 แปลง ใน 9 ชนิดสินค้า ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ลำไย ชันโรง ยางพารา กุ้งขาว โคนม และ หญ้าเนเปียร์ รวมพื้นที่ 10,581 ไร่ เกษตรกร 956 ราย โดยมีตัวอย่างเกษตรแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ เช่น แปลงใหญ่ทุเรียน ลดต้นทุนได้ร้อยละ 9.9 จาก 25,551 บาท/ไร่ เหลือ 22,996 บาท/ไร่ เพิ่มผลผลิต ได้ร้อยละ 11.0 จาก 1,461 กก./ไร่ เป็น 1,622 กก./ไร่ แปลงใหญ่มังคุด ลดต้นทุน ได้ร้อยละ 7.9 จาก 8,622 บาท/ไร่ เหลือ 7,939 บาท/ไร่ เพิ่มผลผลิต ได้ร้อยละ 20.0 จาก 900 กก./ไร่ เป็น 1,080 กก./ไร่ แปลงใหญ่ลำไย ลดต้นทุน ได้ร้อยละ 9.3 จาก 15,000 บาท/ไร่ เหลือ 13,600 บาท/ไร่ เพิ่มผลผลิต ได้ร้อยละ 10.0 จาก 2,000 กก./ไร่ เป็น 2,200 กก./ไร่ ซึ่งหัวใจที่สำคัญของเกษตรแปลงใหญ่ คือ การมุ่งสู่การผลิตสินค้ามีมาตรฐาน GAP ตรงความต้องการ ทำให้สินค้าเป็นที่เชื่อมั่น โดยเฉพาะสินค้าผลไม้ที่เป็นที่ต้องการของต่างประเทศมาก

สำราญ  สาราบรรณ์

“กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้แล้วนำไปสู่การปฏิบัติจริง เกิดการเปลี่ยนแปลงในการผลิตแก่เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงที่พร้อมจะรวมกันเป็นแปลงใหญ่ต่อไป ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในอาชีพเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ให้กับรายอื่น ซึ่งเมื่อเกษตรกรได้มีการเรียนรู้จากพี่น้อง จากเพื่อนบ้านที่มีบริบทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มีมากขึ้น จึงถือได้ว่าเป็นแนวทางการดำเนินงานที่เดินไปพร้อมกันระหว่างแปลงใหญ่ และ ศพก. โดยอาจจะถือว่าผลสำเร็จของแปลงใหญ่เป็นตัว
ชี้วัดของ ศพก.นั้นๆ ว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่”นายสำราญ กล่าว

นายอุดม วรัญญรัฐ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และประธานผู้ปลูกทุเรียนแปลงใหญ่ 85 ม.7 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งปลูกทุเรียน 200 ไร่ แบบครบวงจร บอกว่า นอกจากจะปลูกทุเรียนเป็นหลักแล้วยังปลูกผลไม้อื่นเสริมแต่ปริมาณไม่มาก ในส่วนของทุเรียนมีการบริหารจัดการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยการส่งเสริมจากภาครัฐตามนโยบายแปลงใหญ่ที่มีทั้งหมด 50 แปลง จากที่ในอดีตเมื่อถึงฤดูกาลผลิตเกษตรกรจะต่างคนต่างทำ ทำให้มีปัญหาเรื่องการรวบรวมผลผลิต สินค้าไม่มีมาตรฐาน ทำให้พ่อค้าคนกลางชี้นำเกษตรกรรายย่อยได้ แต่ภายหลังการดำเนินการนโยบายแปลงใหญ่ เกษตรกรมีการกลุ่มในการดูแลผลผลิต รวบรวมผลผลิตเพื่อจำหน่ายออกสู่ตลาด ทำให้พ่อค้าไม่สามารถชี้นำได้เพราะสินค้ามีมาตรฐานเดียวกัน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับราคาทุเรียน 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าดีมาก มีการสร้างเครือข่ายที่ขณะนี้มีสมาชิกหลายพื้นที่ เช่น ระยอง ตราด ชลบุรี ชุมพร กาญจนบุรี ศรีสะเกษ เพื่อดูแลเรื่องต้นทุน การตลาด ให้ได้คุณภาพมาตรฐานที่เหมือนกัน

Leave a comment