ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/276552

รายงานพิเศษ : ผลสำเร็จเกษตรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน‘สิเกา’ ใช้กระบวนการบริหารจัดการการผลิตตามมาตรฐาน‘RSPO’
โครงการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ เป็นหนึ่งในนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญของ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานความร่วมมือสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ซึ่งหลายพื้นที่เกษตรกรเข้มแข็ง เกิดผลสำเร็จ ดังเช่น เกษตรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน อ.สิเกา จ.ตรัง โดยใช้กระบวนการบริหารจัดการการผลิตตามมาตรฐาน RSPO
นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กล่าวว่า พลเอกฉัตรชัย
สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต โดยการรวมแปลงการผลิตของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่อันจะก่อให้เกิดกิจกรรมลดต้นทุนการผลิตตามที่กำหนดและสามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตร ทั้งนี้จะต้องทำการผลิตในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเขตพื้นที่เหมาะสมสำหรับการผลิตสินค้า 20 ชนิด ไว้แล้ว โดยมีหลักการคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด มีการผลิตร่วมกันเป็นกลุ่มและมีการเชื่อมโยงกับตลาดเพื่อบริหารจัดการให้เกิดสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ของสินค้า แก้ปัญหาเรื่องสินค้าล้นตลาดและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สำหรับแปลงใหญ่ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันมีจำนวน 146 แปลง 19 ชนิดสินค้า พื้นที่รวม 89,736 ไร่ สมาชิก 11,427 ราย โดยเฉพาะแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันมีถึง 27 แปลง
นายธีระ วิวัฒนานนท์ เกษตรอำเภอสิเกา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน ของอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ว่า อำเภอสิเกา มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุดในจังหวัดตรัง จำนวน 44,074 ไร่ โดยเฉพาะตำบลกะลาเส มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุดของอำเภอสิเกา จำนวน 18,928 ไร่ ปัญหาที่พบคือ เกษตรกรบางส่วนยังขาดความรู้เรื่องการจัดการการผลิต โดยผลิตไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการทำให้ผลผลิตเฉลี่ยต่ำกว่า 3.2 ตันต่อไร่ต่อปี มีการตัดปาล์มดิบส่งโรงงาน ทำให้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการผลิตน้ำมันดิบ (CPO) ของโรงงาน ส่งผลให้โรงงานซื้อปาล์มน้ำมันในราคาต่ำ ขาดแรงงานในครัวเรือน ขาดการรวมกลุ่มในการพัฒนาการผลิตและการตลาดทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูง ขาดอำนาจต่อรองด้านการตลาด
จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา จึงได้จัดประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ซึ่งมีมติให้จัดตั้งกลุ่มยั่งยืน RSPO และพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมันให้ผลิตให้ได้ตามมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (RSPO) พร้อมทั้งมีการกำหนดแผนการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยในเบื้องต้นมีโรงงานที่เข้าร่วมดำเนินการคือ โรงงานล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนการอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่เกษตรกรและสร้างความเข้าใจ พร้อมทั้งแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรองค์ความรู้ที่จำเป็นแก่เกษตรกร ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายมีการจัดตั้งกลุ่มในรูปวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน กลุ่มสิเกา-วังวิเศษ มีสมาชิก 99 ราย พื้นที่ 182 แปลง มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 2,756.04 ไร่ เป็นลักษณะแปลงใหญ่ ใช้กระบวนการบริหารจัดการการผลิตตามมาตรฐาน RSPO ขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีฐานเรียนรู้ 3 ฐาน คือ 1) การจัดการสวนปาล์มน้ำมันก่อนให้ผลผลิต 2) การจัดการสวนปาล์มน้ำมันช่วง 10 ปีแรกของการปลูก และ 3)การจัดการสวนปาล์มน้ำมันช่วง 10 ปีหลังของการปลูก โดยมีนายวิวัฒน์ ฮ่างเต็ก ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสิเกา เป็นเกษตรกรต้นแบบถ่ายทอดความรู้
นายธีระ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) หมายถึง การผลิต ปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อชุมชน สาระสำคัญของ RSPO ประกอบด้วย หลักการ 8 ข้อ และเกณฑ์กำหนด 39 ข้อ เพื่อเป็นกรอบสำหรับการผลิตปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน โดยครอบคลุมถึงการบริหารจัดการ การดำเนินการด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ ความเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและเป็นประโยชน์ต่อสังคม
ด้าน นายวิวัฒน์ ฮ่างเต็ก ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสิเกา และประธานเครือข่ายแปลงใหญ่จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นหนึ่งของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่
และบริหารจัดการการผลิตตามมาตรฐาน RSPO กล่าวว่าผลลัพธ์ภาพรวมของเกษตรกรที่เข้าร่วมแปลงใหญ่ได้รับมีดังนี้
1.ได้รับปุ๋ยอินทรีย์จากโรงงาน เช่นทะลายปาล์มหรือขี้เค้กฟรี ในอัตราอย่างน้อยไร่ละ 1 ตัน โดยคิดราคา 1,000 บาท พื้นที่ 2,756.04 ไร่ เป็นเงิน 275,600 บาท
2.มีการตรวจดินเบื้องต้นเพื่อจัดทำเป็นปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งมีความแตกต่างของราคาระหว่างปุ๋ยผสมกับปุ๋ยเม็ด กิโลกรัมละ 5 บาท ในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ปุ๋ย 264 กิโลกรัม พื้นที่ 2,756.04 ไร่ ใช้ปุ๋ย 727,584 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 3,637,920 บาท
3.ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยผลผลิตเฉลี่ยก่อนเข้าร่วมแปลงใหญ่ 3.2 ตันต่อไร่ต่อปี เมื่อเข้าร่วมโครงการผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 ตันต่อไร่ต่อปี คิดเป็น 31% ผลผลิตเพิ่มขึ้นไร่ละ 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี พื้นที่ 2,756.04 ไร่ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 4 บาท คิดเป็นมูลค่า 11,024,000 บาท
4.ราคาเพิ่มขึ้นจากการเข้าร่วมตามมาตรฐาน RSPO จะเพิ่มในกิโลกรัมละ 0.15 บาท ผลผลิตเฉลี่ย 4,200 กิโลกรัมต่อไร่ พื้นที่ 2,756.04 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 1,736,280 บาท
5.เกษตรกรมีการเลี้ยงผึ้งเสริมรายได้ในสวนปาล์ม จำนวน 42 ราย มีรายได้เพิ่มขึ้นครัวเรือนละ 6,000 บาทต่อปี คิดเป็นมูลค่า 252,000 บาท
6.มีการเลี้ยงแพะเสริมรายได้จำนวน 8 ราย มีรายได้เพิ่มขึ้น 3,200 บาทต่อครัวเรือนต่อปี คิดเป็นมูลค่า 256,000 บาท