‘สุรินทร์’เกษตรกรตัวอย่าง!! ปลูก’เผือกหอม’ควบคู่ทำนาสร้างเม็ดเงินงามๆ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/278857

'สุรินทร์'เกษตรกรตัวอย่าง!! ปลูก'เผือกหอม'ควบคู่ทำนาสร้างเม็ดเงินงามๆ (ชมคลิป)

‘สุรินทร์’เกษตรกรตัวอย่าง!! ปลูก’เผือกหอม’ควบคู่ทำนาสร้างเม็ดเงินงามๆ (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 20.38 น.

นางศิริพร ชาวสวน อายุ 56 ปี เกษตรกรในโครงการทับทิมสยาม 04 บ้านเลขที่ 58 หมู่บ้านทับทิมสยาม 04 ม.10 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ได้ใช้เวลาช่วงว่างเว้นจากการทำไร่นาและกรีดยางพารา หันมาทำการเกษตรโดยการปลูกเผือกหอม (พันธุ์สุพรรณ เชียงใหม่) ที่บริเวณพื้นที่ว่างของตนเอง ใกล้กับอ่างเก็บน้ำกะเลงเวก ซึ่งเป็นพื้นที่จัดสรรตามโครงการทับทิมสยาม 04 คนละ 10 ไร่ ที่ให้ชาวบ้านใช้เพาะปลูกพืชผักเป็นอาชีพเสริม และอาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวหล่อเลี้ยงพืชผัก

ซึ่งการปลูกเผือกหอมดังกล่าว นางศิริพร พึ่งปลูกเป็นครั้งแรก โดยได้ดูแบบอย่างมาจากครอบครัวของนายประศัก จันมณี อายุ 55 ปี และนางใหม่ จันมณี อายุ 51 ปี เกษตรกรในโครงการทับทิมสยาม 04 บ้านเลขที่ 38 บ.ทับทิมสยาม 04 ม.10 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ที่ได้ปลูกเผือกหอมมาแล้ว 1 รุ่นเพียง ในพื้นที่นาหลังบ้านเพียงไม่ถึง 1 งานเท่านั้น แต่สามารถขุดหัวเผือกหอมออกจำหน่าย รวมทั้งขายต้นกล้าพันธุ์เผือกหอมได้เงินมาแล้ว 3 หมื่นกว่าบาท สามารถเป็นต้นแบบและตัวอย่างที่ดีให้กับชาวบ้านและเกษตรกรในหมู่บ้าน ได้หันมาปลูกเผือกหอมขายเป็นรายได้เสริมควบคู่กับการทำนาได้ดังกล่าว

โดย นางศิริพร ลองปลูกเผือกหอมบนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ เป็นปีแรก รวมจำนวน 2,000 ต้น ผลผลิตที่ได้ วางแผนไว้ว่า จะส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอำเภอสังขะและตลาดช่องจอม อ.กาบเชิง ในราคากิโลกรัมละ 25-30 บาท โดยปีหนึ่งจะปลูกได้ 2 ครั้ง ซึ่งตนคิดว่าดีกว่าการทำนา เป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการทำนาเพียงอย่างเดียว ที่อาจจะประสบปัญหาภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตกต่ำ ยังจะสร้างรายได้เสริมเข้าครัวเรือนอีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน นางใหม่  จันมณี เกษตรกรผู้ปลูกเผือกหอม จนเป็นตัวอย่างให้กับชาวบ้าน กล่าวว่า ปกติชาวบ้านในหมู่บ้านจะทำนาบางคนปลูกยางพาราเป็นอาชีพหลักเพียงอย่างเดียว ทำให้เสี่ยงผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตกต่ำ จึงประสบปัญหาขาดทุน ด้วยความที่เป็นคนสนใจในวิชาเกษตรและชอบเรียนรู้ จึงได้พยายามไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชที่ให้ผลผลิตดีและราคาไม่ตกต่ำ ทั้งได้ลงมือเพาะปลูกเอง โดยได้ดูตัวอย่างต้นแบบและนำต้นกล้าพันธุ์ปลูกมาจากเกษตรกรรายหนึ่งที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

โดยปีนี้ทดลองปลูกเป็นปีแรกไม่ถึง 1 งาน ก็มีรายได้จากการขายผลผลิตกว่า 30,000 บาท งวดต่อไปจึงเพิ่มพื้นที่ปลูกเป็น 1 ไร่ครึ่ง คาดว่าจะสามารถขายได้ไม่น้อยกว่าแสนบาทและปัจจุบันมียอดสั่งซื้อจนผลผลิตออกไม่ทันต่อความต้องการของตลาด โดยขายในราคากิโลกรัมละ 25 บาท เมื่อได้ผลผลิตจำนวนมากก็จะบรรจุใส่ถุงๆละ 10 กิโลกรัม บรรทุกไปส่งขายแถวตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์  ในราคาถุงละ 210-220 บาท  ซึ่งก็ขายหมดทุกครั้ง

จึงอยากเป็นต้นแบบให้ชาวบ้านหันมาปลูกเผือกหอมขาย ซึ่งเผือกหอมสามารถทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะทำแกง ของหวาน ฉาบขาย หรือปิ้ง จะทำขายหรือรับประทานเองก็ได้ ส่วนวิธีปลูกก็ไม่ยาก เพียงแค่ไถคราดเหมือนดำนา ก่อนใช้พันธุ์กล้าปักดำ ให้ปุ๋ยเมื่อต้นเริ่มโตขึ้นก็ใช้จอมขุดพูนใส่โคนต้นกล้าให้สูง ตามร่องตามแถวของต้นพันธุ์  แต่เผือกชอบดินชื้น นำไม่ขัง  ปลูกประมาณ 5-6 เดือนก็สามารถขุดมาขายได้แล้ว  ตกหัวหนึ่งๆจะหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว

นางใหม่ จันมณี กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นปีที่พิเศษสุดสำหรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในโครงการทับทิมสยาม 04 ในโอกาสเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นผู้ประทานหมู่บ้านทับทิมสยาม04  ในวันที่ 4 ก.ค. (60 พรรษา) ทางหมู่บ้านได้เตรียมงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน อย่างยิ่งใหญ่และชาวบ้านได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 มาใช้ในชีวิตประจำวันจนทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการคำปรึกษาหรือต้องการซื้อหัวเผือกหอมและต้นกล้าพันธุ์ ก็สามารถติดต่อมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080-1545399 นางใหม่ จันมณี และหมายเลขโทรศัพท์ 085-6327948  นางศิริพร  ชาวสวน

Leave a comment