‘คิมม่อน-คอปเตอร์’ หนุ่มขี้เล่น VS หนุ่มลักยิ้มใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/281968

‘คิมม่อน-คอปเตอร์’ หนุ่มขี้เล่น VS หนุ่มลักยิ้มใหญ่

‘คิมม่อน-คอปเตอร์’ หนุ่มขี้เล่น VS หนุ่มลักยิ้มใหญ่

วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจากที่แนะนำคู่หลักจาก “เดือนเกี้ยวเดือน เดอะซีรี่ส์” อย่าง “ก็อต-บาส” ไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของคู่หนุ่มรุ่นน้อง “มิ่ง” ที่จะมากะเทาะหัวใจ “คิท” หนุ่มรุ่นพี่ ซึ่งทั้งสองบทบาทนี้รับบทโดย “คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา” และ “คอปเตอร์-ภาณุวัฒน์ เกิดทองทวี” นักแสดงน้องใหม่ที่จะมาทำให้สาววายหัวใจชุ่มฉ่ำไปทั้งดวง

ประสบการณ์การทำงาน

คอปเตอร์ : ก็มีผ่านมาบ้างครับ ถ่ายเอ็มวี ถ่ายโฆษณา แต่ยังไม่เคยเล่นซีรี่ส์แบบเต็มตัว อันนี้เป็นครั้งแรกเลย

คิมม่อน : ถือว่าเป็นเรื่องแรกของทั้งหกคนเลยที่รับบทเป็นนักแสดงนำ ของคิมเคยเล่น พาร์ทไทม์เดอะซีรี่ส์ แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวหลัก

เมื่อมีโอกาสได้เป็นนักแสดงนำ

คอปเตอร์ : ตื่นเต้นครับ ด้วยความที่เราไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้วย เรียกว่าไม่มีเลยดีกว่า พอมาเข้าคู่ครั้งแรกกับผู้ชายด้วยมันก็เลยมีประสบการณ์แปลกใหม่ (ยิ้ม) ค่อนข้างท้าทายตัวเองในเรื่องของตัวละครแล้วก็อินเนอร์

คิมม่อน : ความยากของเรื่องนี้คือเป็นละครทางเลือกแนวชายรักชาย เพราะฉะนั้นมันจะเล่นยากกว่าแบบชายหญิง เวลาเข้าคู่เราจะต้องเข้าใจตัวละครมากๆ มันมีความรู้สึกที่ลึกซึ้ง มันมีความเป็นผู้ชายกับผู้ชาย ความอ่อนไหว อารมณ์ อินเนอร์มันจะไม่เหมือนกัน เราต้องเล่นให้รักกันแต่อารมณ์ยังเป็นผู้ชายทั้งคู่

ความเคอะเขินที่ต้องเข้าคู่กัน

คิมม่อน : ตอนแรกๆ เขินมาก เขินสุดๆ แต่พอสนิทกันมากขึ้นมันก็เหมือนเราชินอ่ะครับ แต่ก็ยังเขินทุกครั้งที่เล่นนะ ฉากมองตาเนี่ยเขินมาก

คอปเตอร์ : ยิ่งพอเวลาเราเจอแฟนคลับ เวลาเราถ่ายรูปด้วยกันต้องมองตากัน แฟนคลับเขาก็จะกรี๊ด เราก็จะยิ่งเขินเข้าไปใหญ่

ความฝันในวัยเด็ก

คิมม่อน : ผมชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ ชอบพูดชอบแสดง ถือว่าโชคดีมากที่ได้ทำอย่างที่เราฝันไว้

คอปเตอร์ : ของผมก็ฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วเหมือนกันว่าอยากทำงานด้านวงการบันเทิง ตั้งแต่เด็กเราเป็นเด็กกิจกรรมมาตลอด เป็นคนซนด้วยอยู่ไม่นิ่งเลย ถ้าไปทางด้านวิชาการก็คงจะเอาไม่รอด ก็เลยขวนขวายหาสิ่งที่เราชอบจริงๆ ก็รู้สึกดีครับที่ได้มาถึงตรงนี้

คอปเตอร์

คิมม่อน

วงการบันเทิงความจริงกับความคิด

คิมม่อน : ณ วันนี้รู้สึกดีใจมากครับ มันเกินมากกว่าความฝันอีก ตอนนั้นเราแค่อยากเห็นตัวเองในทีวี อยากเป็นละครตัวนั้นตัวนี้ อยากให้ชีวิตมันมีอะไรที่มากกว่าตัวเองมี มันเหมือนได้จำลองได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการแค่นั้น แต่ทุกวันนี้ที่ได้กลับมา เราได้ทั้งคนที่เรารักมากมายเหลือเกิน มีคนที่สามารถร้องไห้ให้เราได้ มีคนมากรี๊ดเรา มันเป็นความประทับใจอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ดีใจ ตื้นตันใจ รู้สึกอบอุ่นมากๆ

คอปเตอร์ : ของผมก็รู้สึกเหนือความคาดหมายมากๆไม่คิดว่าหลังจากที่ผลงานออกมาจะมีคนชื่นชอบแล้วก็ติดตามเราเยอะมากขนาดนี้ มันก็เหมือนเป็นผลพลอยได้ เราทำในสิ่งที่เรารัก แต่ผลพลอยได้ที่กลับมาคือมีการตอบรับที่ดี แล้วก็มี่คนรักเราเพิ่มขึ้นมาก ผมก็รู้สึกดีใจ ตื้นตันเหมือนกัน

ฟีดแบ๊กจากครอบครัว

คิมม่อน : ครอบครัวตอนแรกพวกเขาอยากให้ผมเป็นข้าราชการครับ อยากให้เป็นครู เป็นทหาร ผมก็ตามใจที่บ้านมาตลอดนะ พ่อแม่อยากให้เป็นครูก็เลยไปเรียนครุศาสตรบัณฑิตพอเรียนจบแล้ว โอเค ผมทำให้แล้วนะ ผมเรียนครูนะ ฝึกสอนมาแล้วด้วย คราวนี้ถึงตาผมมั่ง เพราะเขาเริ่มใจดีเริ่มปล่อยวางเราแล้วผมก็เลยเริ่มไปแคสติ้ง แคสละคร เป็นดีเจออนไลน์ ทำงานอย่างที่เราอยากทำ จนวันนี้เขาเห็นว่าเราทำได้เขาก็ชื่นชม ตอนนี้แม่ผมก็เป็นแฟนคลับไปแล้ว พ่อแม่ดูตลอด แม่ดูแล้วก็นั่งยิ้ม

คอปเตอร์ : ที่บ้านตามใจตั้งแต่เด็กครับ เขาจะสนับสนุนเราเต็มที่ว่าเราอยากเป็นอะไรก็ให้บอกเขาจะช่วยผลักดันเราเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปเรียนร้องเพลงหรือทำกิจกรรมนู่นนี่นั่น พ่อแม่ก็สนับสนุนมาตลอด เขาอยากให้เราทำในสิ่งที่เรารักจริงๆ พอเราโตเป็นหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ก็เริ่มไปแคสงาน เพราะเรารู้สึกว่าเราพร้อมแล้ว

ก่อนได้มาร่วมงานกัน มองกันและกันอย่างไร

คิมม่อน : ผมเคยเจอน้องตอนที่แคสติ้ง ก็รู้สึกถูกชะตากับน้องตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องมาเล่นด้วยกัน แค่รู้สึกว่าชอบน้องคนนี้นะ (ยิ้ม) เป็นเด็กที่มีลักยิ้ม ดูแล้วเฟรนด์ลี่ ดูแล้วรู้สึกว่าถ้าเข้าถึงแล้วเขาไม่หยิ่งใส่เราแน่ๆ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าเข้าหาใครเพราะกลัวเสียเซลฟ์ กลัวเขาตอบรับกลับมาไม่ดี แต่เรารู้ว่าลักยิ้มอันนี้ถ้าเราเข้าไปเขาต้องตอบรับกลับมาดีแน่ๆ ก็เลยทักทายกันตั้งแต่วันแคสติ้ง แล้วก็โชคดีมากๆ มันเหมือนมีพรหมลิขิตพอประกาศผลแล้วรู้ว่าคู่เราคือคอปเตอร์ มันสุดยอด เล่นคู่กันตอนแคสคนในห้องก็ยิ้มตาม ผมก็มองว่าคู่นี้มันมีโอกาสเหมือนกันนะ

คอปเตอร์ : คอปเตอร์เองก็ดีใจที่ได้เจอพี่คิมเหมือนกัน เพราะว่าวันที่แคสติ้งได้คุยกับพี่คิม รู้สึกว่าพี่เขาเป็นคนที่คุยสนุก ไม่เกร็งเวลาอยู่ด้วยกัน ตอนที่แคสเขาสุ่มจับคู่สลับไปเรื่อยๆ แล้วเราก็ได้คู่กันพอดี แล้วพอผมได้เล่นกับพี่คิมพี่เขาส่งอารมณ์อินเนอร์มาดีมาก ผมรู้สึกนะว่าเล่นกับพี่คิมทำให้ผมเล่นตอบรับกับพี่คิมได้ดี พอประกาศผลออกมาเป็นพี่คิมก็ดีใจเหมือนกัน

กับบทคู่รักชาย-ชาย

คิมม่อน : ผมเชื่อว่าคนที่รักผมเขาเข้ามาในชีวิตผม มาดูไอจี มารู้จักกันจริงๆ เขาจะรู้ว่าผมเป็นผู้ชายจริงๆ แต่ผมจะไม่ออกไปปฏิเสธว่าผมเป็นเกย์หรือว่าอะไร เพราะผมรู้สึกว่าเพศทุกเพศเท่าเทียมกันหมดแล้วในสมัยนี้ ยิ่งเราเป็นตัวแทนของเรื่องนี้ด้วย เรายิ่งอยากจะทำให้ทุกคนได้รับรู้ว่าความรักแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ควรจะเปิดกว้างได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เอามานินทาเอามาด่ากันในสังคมนี้ การเล่นเรื่องนี้ยิ่งทำให้ตัวผมเปลี่ยนความคิดว่าความรักแบบนี้มันก็น่ารักเหมือนกัน เราเป็นผู้ชายเราดูแล้วเรายิ้มได้ ดังนั้นผมจะไม่รู้สึกอะไรเลยที่เขาจะมาบอกว่าผมเป็นเกย์ เพราะผมได้เรียนรู้แล้ว

คอปเตอร์ : ถ้าถามว่ากลัวคนติดภาพไหมผมก็ไม่กลัวนะ เพราะละครเราก็เป็นละครที่ชวนจิ้นอยู่แล้ว ถ้าสมมุติว่าเราเล่นออกมาแล้วคนไม่ติดภาพเราเป็นคู่กัน ผมก็จะรู้สึกว่าเราทำหน้าที่ของเราไม่สำเร็จ แต่พอคนเห็นว่าเราเป็นคู่กันจริงๆ นั่นแปลว่าเราทำหน้าที่ของเราได้สำเร็จ ผมก็ยินดี ไม่ได้กลัวว่าคนจะติดภาพในละคร

อ้อนขอคะแนนจากแฟนๆ หน่อย

คิมม่อน : ก็ต้องขอฝากให้เอ็นดูพวกเราทั้งหกคนด้วย พวกเราทำงานกันอย่างเต็มที่มาก เหนื่อยกันสุดๆ เราก็จะตั้งใจและพยายามให้มากขึ้นในซีซั่นสองและสาม ส่วนคู่ของเรา มิ่ง-คิท ก็ต้องขอฝากไว้ด้วย เป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่ารักมากๆ

คอปเตอร์ : และในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ พวกเราทั้งหกคนจะมีงานแฟนมีตติ้ง 2Moons The Series “END OF SEASON 1”
เป็นครั้งแรก ก็อยากให้มาเจอกันเยอะๆ มาดูตอนจบของซีซั่นหนึ่งก่อนใครได้ในงานนี้นะครับ

Leave a comment