ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/269871

น้ำ คันไซ – ราตรี มานพพงศ์ เจ้าของร้านแว่นตาสุดฮิป ย่านสยามสแควร์
เอ่ยชื่อ “ราตรี มานพพงศ์” เธอคือใครไม่รู้จักแต่หากเอ่ยชื่อ “น้ำ คันไซ” แล้วล่ะก็ ขาประจำแถบสยามสแควร์แหล่งรวมความฮิปของวัยรุ่นรวมถึงบรรดาแฟชั่นนิสต้าที่มีแบบฉบับเป็นของตัวเอง ไม่มีใครจะไม่รู้จักเพราะเธอคือเจ้าของร้านคันไซ ออพติกร้านวัดสายตาประกอบแว่นชื่อดังแห่งสยามสแควร์ ซ.2 และ N.Kanzai ชั้น 4 Helix The Emqaurtier ที่มีลูกค้าเป็นเหล่าเซเลบริตี้แทบจะทุกวงการ ถ้าอยากได้แว่นดีๆ เก๋ๆ ต้องมาหาเธอ ไม่ใช่แค่เรื่องแว่นตาแม้แต่เรื่องแฟชั่นของเธอก็แก่น เซี้ยวเปรี้ยว ซ่า ไม่เหมือนใคร ปรึกษาเธอได้รับรองไม่ผิดหวัง และทุกครั้งที่ได้เจอ น้ำ คันไซ จะมอบเสียงหัวเราะให้เสมอ
“พี่น้ำเกิดมาในครอบครัวเป็นโรงงานทำแว่นอยู่แล้ว หลังกลับมาจากเรียนที่อังกฤษ แล้วไปอยู่ญี่ปุ่นแป๊บนึง แต่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ พี่ชายคนโตเห็นว่าน้องสาวไม่มีอะไรทำ ก็ให้มาเป็นเซลล์ขายแว่นตา หิ้วกระเป๋าไปหาร้านแว่นตา ดีลเลอร์ ตอนแรกๆ ไม่ชอบนะ ไม่เคยอยู่ในสมองเลยว่าจะมาขายแว่นตา แต่พอทำไปทำมามันเกิดความผูกพัน พี่ชายก็ให้มาเปิดร้านของตัวเอง สมัยนั้นร้านแว่นตาที่สยามสแควร์ยังไม่เยอะ สองเดือนแรกขายแว่นตาได้ 8 อัน กับกล่องแว่นตาแบรนด์เนม ร้องไห้แทบทุกวันเพราะค่าใช้จ่ายมันรออยู่ แต่พอดีคนสนิทกันสะกิดบอกว่าจะกลัวอะไร อย่างน้อยเราก็ยังมีข้าวกินสามมื้อ ถ้ามันเจ๊งก็ปิดร้าน จะมาเครียดทำไม ตั้งแต่นั้นมาไม่เครียดแล้ว พอไม่เครียด เราก็ทำงานด้วยความสนุก ลูกค้าเข้ามาซื้อไม่ซื้อไม่เป็นไร คุยกันสนุกสนาน แล้วก็ขายของด้วยความจริงใจ อันไหนดีก็ว่าดี อันไหนไม่เหมาะ ไม่ใช่ ก็บอกลูกค้าตรงๆ คงเป็นแบบนี้แหละ ก็เลยมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย”
แอบสงสัยว่าทำไมต้องเป็น Kanzai Optic เจ้าของร้านสุดแซ่บเผยอย่างอารมณ์ดีว่า ไม่ได้คิดอะไรเยอะ บังเอิญได้ชมสารคดีเกี่ยวกับการก่อสร้างสนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องอะเมซิ่งมาก จึงไม่มีชื่อไหนที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้ว พอนานๆ เข้าเวลาลูกค้าเรียกชื่อเราจนติดปาก ก็เป็นที่มาของ น้ำ คันไซ ในที่สุด
จากที่คิดว่าจะเจ๊ง ร้านคันไซ ออพติก สยามสแควร์ก็อยู่ได้จนถึงวันนี้ 17 ปีแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นคนมีสไตล์ไม่เหมือนใคร ทำให้เธออยากมีร้านขายแว่นตาที่เป็นสไตล์ของเธอเอง ร้านขายแว่นตากันแดดแบรนด์ใหม่ของ น้ำ คันไซ ภายใต้ชื่อ N.Kanzai ที่ชั้น 4 Helix The Emqaurtier เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

“เราอยากนำเสนอสินค้าที่เป็นสไตล์ของเราเอง ไม่ตามกระแส ที่ร้านนี้ก็จะคัดสรรแว่นตาแบรนด์เนม คอลเลคชั่นพิเศษๆ หรือลิมิเต็ด อิดิชั่น มาวาง ไม่เยอะ แต่ทุกอันพี่น้ำคัดมาแบบไม่ซ้ำใครแน่นอน เพราะพี่น้ำเชื่อว่าแว่นตาเลือกคน ไม่ใช่คนเลือกแว่นตา นอกจากแว่นตา ก็จะมีเสื้อผ้า แอคแซสซอรี่อื่นๆซึ่งพี่น้ำมีเพื่อนที่เป็นดีไซเนอร์ชื่อสำลี ก็ช่วยกันทำเป็นลิมิเต็ดจริงๆ แนวแฟชั่นสไตล์ น้ำ คันไซนิยามง่ายๆ ว่า สก๊อย ลักชั่วรี่ เสื้อผ้าแบบสาวสก๊อย แต่ราคาลักชัวรี่มากๆ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าลูกค้าสไตล์เดียวกันกับพี่น้ำเยอะมาก”
การได้มาพบเจอ พูดคุยกับลูกค้าไม่เฉพาะแต่เรื่องแว่นตา แฟชั่น แม้แต่เรื่องสัพเพเหระ ก็คือความสุขที่ทำให้เธอมีพลังในการใช้ชีวิต
“ไม่ต้องมาซื้อก็ได้ อยากมาคุยกับพี่น้ำก็มาได้เลย มีลูกค้าใหม่ๆ บอกว่า ตอนแรกไม่ตั้งใจมาซื้อแว่นตานะ แต่พอได้คุยกับพี่น้ำ สุดท้ายก็ต้องซื้อแว่นตา พี่คิดว่าลูกค้ามองเห็นความจริงใจของเรา คุยกับเราแล้วไม่เครียด มีแต่เสียงหัวเราะ ลูกค้าบางคนยังบอกเลยเห็นพี่น้ำในเฟซ ในไอจี ดูเหมือนจะหยิ่ง แต่ตัวจริงติ๊งต๊องมาก แล้วลูกค้าก็น่ารักมากมีโทร.มาถามด้วยนะว่าพี่น้ำเข้าร้านไหม ถ้าไม่เข้า เขาก็ไม่มา ก็เลยกลายเป็นว่าพี่น้ำต้องมาร้านทุกวัน เดี๋ยวขายของไม่ได้
แต่จริงๆ พี่ไม่ได้คิดว่าเปิดร้านขายของเพราะต้องการกำไร ไม่ได้ต้องการลูกค้า แต่มันทำให้เราได้เพื่อน ได้พี่ ได้น้อง เพราะลูกค้าของพี่ 90% รู้จักกันมาเกิน 10 ปี บางคนเห็นตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน จนตอนนี้แต่งงานมีลูก เขาก็ยังมาซื้อแว่นตากับพี่น้ำอยู่เลย ตรงนี้สำคัญมากกว่า เรียกว่ามันเป็นกำไรชีวิตที่ได้รู้จักมิตรภาพดีๆ ที่ยั่งยืน ซึ่งน้ำต้องขอบคุณลูกค้าทุกคนจริงๆ ที่สนับสนุนเรามาตลอด”
เห็นสไตล์การแต่งตัว และการพูดจาที่ออกจะโผงผางสไตล์ สก๊อย ลักชั่วรี่ อย่างที่เจ้าตัวให้คำนิยามตัวตนของตนเอง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า แม้จะมีความแซ่บ ความแสบ แต่ น้ำ คันไซก็เป็น “สก๊อยสายบุญ” ที่เชื่อมั่นในเรื่องของการทำความดี ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็น
“ใครไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องกรรม แต่พี่เชื่อมาก กว่าจะมาเป็น น้ำ คันไซ เราเจออุปสรรคมาเยอะ ทั้งคนขัดแข้งขัดขาทางธุรกิจ แต่ก็มีคนเมตตาช่วยเหลือด้วย เราขายของดี เป็นที่รู้จักอย่างทุกวันนี้ พี่น้ำเชื่อว่า เป็นเพราะเราทำบุญมาดี บุญเก่าแค่ไหนไม่รู้ แต่บุญที่ทำในชาตินี้ น้ำเชื่อมั่นว่าเราทำไว้ดี อีกอย่างหนึ่งคือพี่คิดว่า เราเกิด ทำมาหากินอยู่บนแผ่นดินไทย อะไรที่เราจะตอบแทนได้ ก็ต้องทำ สิ่งที่ทำทุกปีคือ บริจาคแว่นตาให้กับวัดไร่ขิง ปีละหลายพันอันเพื่อไปช่วยเหลือคนแก่ เด็กยากไร้ที่มีปัญหาสายตา อย่างพระวัดปทุมฯ ก็นิมนต์มาตัดแว่นที่ร้าน ใครมาชวนทำบุญพี่ก็ทำกับเขาหมด ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เกินกำลัง อยู่บ้านพี่ก็สวดมนต์ทุกเช้า อาจจะไม่ถึงปฏิบัติธรรมที่วัด แต่ทำให้เราเชื่อว่าบุญหรือความดีที่เราทำช่วยให้เราอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้”
โปรเจกท์ในอนาคตอันใกล้ของสาวแซ่บคนนี้ บอกว่า เธอกำลังสุ่มทำแบรนด์แว่นตากันแดด ภายใต้แบรนด์ N.Kanzai ซึ่งเราเชื่อว่าจะต้องถูกใจบรรดาแฟชั่นนิสต้าที่ต้องการความโดดเด่นไม่แพ้ใครอย่างแน่นอนและตอนนี้ถ้าใครกำลังมองหาแว่นตากันแดดคู่ใจ ก็ลองไปปรึกษาแม่ค้าสุดเฟี้ยวได้ รับรองได้ว่าไม่ผิดหวัง