ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/269990

ภูมิบ้านภูมิเมือง :พระโกศและหีบจันทน์ ร.9 ศิลปกรรมชั้นเอกแห่งแผ่นดิน
พระโกศและหีบจันทน์
อาทิตย์นี้ขอตามรอยภูมิปัญญาของงานช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้สร้างศิลปกรรมชิ้นเอกสำหรับเครื่องเฉลิมพระเกียรติพระบรมศพและพระศพ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาช่างศิลปะไทยที่สืบสานและพัฒนาการต่อยอดงานศิลปกรรมอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะงานพระโกศจันทน์นั้นเป็นโกศแปดเหลี่ยม มียอดประกอบด้วยโครงลวดตาข่ายประดับลายฉลุเป็นลายไม้ซ้อนทั้งองค์ โดยสามารถถอดแยกได้เป็นสามส่วนสำหรับประกอบกันเป็นองค์พระโกศถือเป็นส่วนสิ้นสุดของงานออกพระเมรุ โดยอัญเชิญพระโกศพระบรมศพหรือพระศพประดิษฐานไปยังพระจิตกาธานที่อยู่ภายในพระเมรุมาศหรือพระเมรุ หลังจากเปลื้องพระลองชั้นนอกออกแล้ว เจ้าพนักงานจะนำพระโกศจันทน์เข้าประกอบพระโกศลองใน ขึ้นประดิษฐานบนตะแกรงเหล็กช่วงรัดเอวของพระจิตกาธานเพื่อทำการถวายพระเพลิง

ครุฑประดับบนลวดลาย
การประดิษฐ์พระโกศจันทน์นั้นได้พัฒนาการจากการวางท่อนไม้จันทน์แบบเดิมนั้นมาสร้างเป็นรูปพระโกศเพื่อหุ้มโดยรอบพระโกศรองโดยใช้ลวดแทนเชือกสร้างโครงตามรูปร่างและขนาดให้เชื่อมต่อกันโดยรอบ ซึ่งทำเป็นตะแกรงลวดตาข่ายมาบุทับโครงภายนอกแล้วประกอบลวดลายของไม้จันทน์ โดยนำไม้จันทน์ที่เป็นท่อนนั้นมาเลื่อยเป็นแผ่นบาง ตามขนาดที่ต้องการ แล้วฉลุลวดลายตามที่กำหนดให้เป็นลายที่ออกแบบตามชั้นยศ ประกอบเป็นรูปดอก รูปลายเถาลายกระจัง และเป็นแผ่นรูปโค้งลายเฟื่อง เป็นแผ่นกลมตามลักษณะลายบัวต่างๆ หรือขึ้นเป็นรูปวิจิตรพิสดารตามแบบที่ต้องการเช่น ลายครุฑ ลายเทพพนม รวมทั้งทำการกลึงไม้จันทน์เป็นยอดพระโกศจันทน์ด้วย

หัวครุฑไม้จันทน์
ดังนั้นการฉลุแผ่นไม้จันทน์ให้เป็นลวดลายตามขนาดและจัดลงตำแหน่งต่างๆ จึงมีการแยกชิ้นส่วนของลวดลายอย่างละเอียด เพื่อให้ช่างโกรฉลุลายขึ้นสำหรับประกอบซ้อนตัวลายให้เป็นรูปต่างๆ เช่น ลายดอกไม้ไหว ดอกไม้เอว ลายเฟื่อง เป็นต้นสุดท้ายนั้นช่างประดับลาย นำไปติดกับโครงพระโกศด้วยการจัดวางลวดลายตามแบบศิลปกรรมให้มีความสวยงามพลิ้วไหวและรองรับนํ้าหนักได้อย่างลงตัว นับเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและช่างฝีมือจำนวนมาก งานออกแบบพระโกศจันทน์นั้นถือว่าเป็นศิลปะประณีตศิลป์ที่พัฒนาการสร้างจากรูปแบบเดิม พระโกศจันทน์หลังสุดนั้นออกแบบโดย นายประเวศ ลิมปรังษี ซึ่งจัดสร้างพระโกศจันทน์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ โดยออกแบบ เขียนแบบตามมาตราส่วน 1 : 5 จากนั้นจึงเขียนขยายแบบลายเท่าจริง แล้วเขียนคัดลายเส้นจากแบบขยาย คัดลอกแบบลาย คัดลอกแยกชั้นลายไม้ ต่อมาเป็นการแปรรูปไม้จันทน์ การเพาะต่อไม้ ตามด้วยการจัดทำโครงสร้างโลหะ และปะติดกระดาษแบบลวดลายบนไม้จันทน์ โกรกฉลุลายไม้ ขัดแต่งรูปทรง คัดแยกชนิดลาย แล้วประกอบซ้อนลายไม้ ประกอบลายกับโครงสร้างและการทดลองประกอบชิ้นส่วนพระโกศจันทน์

แบบพระโกศจันทน์ ร.9
สำหรับพระโกศจันทน์ที่สร้างขึ้นสำหรับ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้นผู้ออกแบบคือ สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพรนายช่างศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ส่วนหีบจันทน์ตามพระราชดำริที่ทรงให้มีขึ้นครั้งแรกในรัชกาลที่ 9 ที่ออกแบบโดย นายอาวุธ ชูกลิ่นเงิน อธิบดีกรมศิลาปากร นั้น ได้ยึดถือแบบแผนออกแบบโดย นายพิจิตร นิ่มงาม นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ฯ ครั้งนี้มีการเพิ่มการจัดทำแบบแสดงช่อและตำแหน่งลวดลายสำหรับพระหีบจันทน์หรือฐานรองพระโกศจันทน์ รวมแล้ว 18 ลาย ได้แก่ บัวเชิงฐานหนากระดานล่าง เท้าสิงห์นามสิงห์ บัวปากฐาน ดอกไม้ไหวปาฐาน สังเวียน ช่อก้านแย้งผนัง กระจังรวน ดอกจอกหน้ากระดานบนอุบะ กระจัง ช่อไม้ไหว บัวถลา ขอบคิ้วบัวถลากระจังฝา ช่อไม้ไหวบัวถลา กุดั่นดอกจอกฝา และเส้นคิ้วมอบขอบกุดั่นดอกจอก ลายครุฑ เป็นต้น ดังนั้นงานศิลปกรรมสำหรับพระโกศและหีบจันทน์ครั้งนี้จึงเป็นงานช่างฝีมือที่วิจิตรพิสดาร ซึ่งต้องออกแบบและฉลุชิ้นไม้จันทน์นับหมื่นชิ้น โดยมีลายมากกว่า 50 ลาย เพื่อให้มีความงดงามตามแบบแผนราชประเพณีและสมพระเกียรติยศสูงสุดในแผ่นดิน

ลายพื้นหีบจันทน์

ลายเฟื่องฝาหีบจันทน์

หีบพระศพไม้จันทน์