มารู้จัก ‘ฟิลเลอร์’ สารเติมเต็มเพื่อความสวยงาม และปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/269567

มารู้จัก ‘ฟิลเลอร์’ สารเติมเต็มเพื่อความสวยงาม และปลอดภัย

มารู้จัก ‘ฟิลเลอร์’ สารเติมเต็มเพื่อความสวยงาม และปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่ออายุมากขึ้นใบหน้าที่เคยดูอิ่ม ผิวเต่งตึง สวยอ่อนวัยอยู่เสมอ ก็เริ่มเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอย เนื่องจากไขมันเริ่มสลายไปบางส่วน ผิวจึงยุบตัวลง ทำให้แก้มตอบ หน้าผากคางบุ๋ม ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยร่องลึกซึ่งในปัจจุบันวิธีแก้ปัญหายอดฮิตที่นิยมอย่างมากนั่นคือ การเติมเต็มด้วยสาร “ไฮยาลูโรนิกเอซิด” (Hyaluronic Acid) หรือ HA เพื่อเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก แก้ไขปัญหาความร่วงโรยบนใบหน้า

ก่อนที่จะตัดสินใจไปแก้ปัญหาด้วยวิธีดังกล่าว หมอเกรซ-พญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร แพทย์ผิวพรรณและความงามด้านการออกแบบปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรมแห่ง Doctorgrace Clinic ได้ให้คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย โดยคุณหมอกล่าวว่า ก่อนอื่นมารู้จักคำว่าฟิลเลอร์ (Filler) เป็นคำเรียกสารเติมเต็มทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสารอะไรหากนำมาฉีดเพื่อการเติมเต็มเราเรียกว่าฟิลเลอร์ทั้งนั้น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นไฮยาลูโรนิกเอซิดที่ฉีดกันตามคลินิก หรือการฉีดไขมัน เราเรียกว่าฟิลเลอร์ทั้งคู่แต่ฟิลเลอร์ที่แพทย์ฉีดให้ในคลินิก สำหรับสารไฮยาลูโรนิก แอซิคจะช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข เติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงขึ้น ผิวเรียบเสมอกันปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่น ใบหน้าดูเด็กลงได้ชัดเจน และจะสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ

ทั้งนี้สารเติมเต็มที่ใช้ในนั้น มี 3 แบบ คือ

1.แบบชั่วคราว (Temporary Filler) เป็นสารเติมเต็มที่มีอายุการใช้งานโดยประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงและยังสลายตัวได้เองตามธรรมชาติทำให้เป็นที่นิยมในการใช้มากที่สุด

2.แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มที่มีอายุยาวนานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลางแต่ได้มีการยกเลิกการรับรองจากทาง อย.แล้วในปัจจุบันนี้

3.แบบถาวร (Permanent Filler)เป็นสารเติมเต็มจำพวก ซิลิโคนหรือ พาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วจะสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สลายตัว และมีเคลื่อนตัวจากตำแหน่งเดิมที่ฉีดเข้าไปตอนแรกได้เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ทำให้เป็นสารเติมเต็มชนิดที่อันตรายมากที่สุด

พญ.เสาวภาคย์ กล่าวถึงฟิลเลอร์ด้วยว่า ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในปัจจุบัน จะสามารถอยู่ได้ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง หรือ ไม่เกิน 2 ปี นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณ ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ รวมถึงการดูแลตนเองหลังทำ เมื่อหมดระยะเวลาของฟิลเลอร์นั้น จะสามารถสลายตัวได้เองจนไม่เหลือตกค้าง100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากด้วยระยะเวลาภายใน 2 ปี ของฟิลเลอร์ เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อผิวหนัง จึงไม่ก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ และไม่ระคายเคืองต่อผิวได้อย่างแน่นอน

ในปัจจุบันสารเดียวที่จะสามารถสลายสารไฮยาลูโรนิกได้คือ เอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เอ็นไซม์นี้ที่จะช่วยสลายสารไฮยาลูโรนิกได้ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างแม่นยำ สามารถสลายได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเกิดการยุบตัวลง และละลายเป็นน้ำซึมไปตามผิวหนังได้เองทุกครั้งที่มีกรณีการแก้ไขเพื่อนำฟิลเลอร์ออกนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการแจ้งให้คนไข้ทราบอยู่เสมอว่า เมื่อฉีดสลายไปแล้วจะส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวที่มีอยู่เดิม เกิดการเสื่อมสลายไปบ้าง ซึ่งคนไข้จะต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

แพทย์ด้านผิวพรรณและความงามยังได้ให้ข้อสังเกตฟิลเลอร์ของแท้ว่าตรวจสอบอย่างไร โดยก่อนอื่นต้องขอดูผลิตภัณฑ์ ฉลากจะต้องตรงกับกล่องอย่างครบถ้วน ซึ่งเราควรทราบข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์อยู่บ้างแล้ว ทั้งเรื่องของ ลักษณะกล่อง รวมถึงบริษัทผู้ผลิต และของแท้จะต้องมี Serial Number Ref. และ Lot. อยู่ข้างกล่อง สถานพยาบาลจะนำสติ๊กเกอร์ Serial Number นี้ติดไว้ที่ OPD ของคนไข้ จะสามารถตรวจสอบถึงผู้ผลิตได้

ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ ควรมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบมี3 ประการคือ ประการแรกคือ สารที่ใช้ต้องแน่ใจว่าเป็น Hyaluronic Acid ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ใช่สารอื่นที่หลอกว่าเป็นฟิลเลอร์ (Filler) หรือเป็นฟิลเลอร์ (Filler) ราคาถูกที่มีขายตามเว็บไซต์หรือนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย เพราะเสี่ยงที่จะเป็นฟิลเลอร์ปลอม หมดอายุ ไม่ได้คุณภาพ

ประการที่สองแพทย์ที่ฉีด เพราะการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) จำเป็นอย่างมากที่แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ทางกายวิภาคอย่างเชี่ยวชาญ มีเทคนิคการฉีดต้องถูกต้องเหมาะสม มีการประเมินรูปร่างว่าบริเวณใดต้องฉีด มากน้อยเพียงใด และฉีดสารในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง ในปริมาณที่เหมาะสมเพราะเมื่อฉีดสารเข้าไปย่อมมีโอกาสเสี่ยงในการที่จะไปโดนเส้นเลือดหรือ บริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ นำมาซึ่งอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตหรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ และประการสุดท้ายสถานที่ฉีด ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย มีเครื่องมือช่วยชีวิตยามฉุกเฉิน

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โทร.092-2789841 และ 02-3190315 หรือ Facebook : Doctorgrace Clinic

Leave a comment