ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/270003

หนังสือเด่น : มหาศึกชิงบัลลังก์กับธุรกิจ มุมมองจากงานประพันธ์
ใครที่เคยดูภาพยนตร์ชุด เรื่อง Game of Thrones. ซึ่งสร้างต่อเนื่องกันมาถึงสามภาค คงรู้ว่า ธีมของภาพยนตร์เรื่องนี้ กล่าวถึงการต่อสู้แย่งความเป็นใหญ่ของกลุ่มชน เมื่อสมัยยุคกลางของ ทวีปยุโรป ซึ่งยังเป็ยุคของ ผู้มีพลัง อำนาจคือผู้นำของชนชาติ ในภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและเพื่อขยายอำนาจครอบครองความเป็นใหญ่ให้กว้างไกลออกไป และเนื่องจากในยุโรปยุคกลาง ยังเป็นยุคที่ ความเจริญของวิทยาศาสตร์ยังไม่ปรากฏออกมาอย่างเป็นวิชาการ พฤติกรรม และวิถีความเป็นอยู่ของคนจึงยังผูกพันอยู่กับความเชื่ออันเร้นลับของลัทธิแต่ละชนเผ่า เรื่องราวที่ถูกดำเนินไปจึงสนุกตื่นเต้นชวนให้ติดตาม ภายใต้วิถีการดำเนินชีวิตแบบมวมนุษยชาติ อันเต็มไปด้วย กิเลสและตัณหา
สำหรับหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของพฤติกรรมที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ แต่ผู้เขียนคือ Tim. Phillips. และ Rebecca Clare ดึงเอาเฉพาะแนวคิด หรือปรัชญาที่ตัวเอกของเรื่อง นำเอามาใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด หรือเพื่อความก้าวหน้าของกลุ่มชน โดยแนวคิด หรือปรัชญาดังกล่าว ผู้เขียนนำมา เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงแนวคิดของคนโบราณให้นำมาใช้กับแวดวงธุรกิจในปัจจุบันนี้ได้อย่างกลมกลืน โดยการนำเสนอจะยกข้อความอันเป็นแนวคิดของตัวละคร ออกมาขึ้นเป็นหัวเรื่อง แล้วก็สังเคราะห์ ค่านิยม ทัศนคติที่แฝงอยู่ในเนื้อหานั้นให้นำมาเป็นข้อคิดกับการดำเนินงานทางภาคธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น ในบทที่ 18 ผู้เขียนตั้งหัวเรื่องเอาไว้ว่า เชื่อหลักฐานอย่าใช้อคติ จากนั้นก็ยก คำพูดของตัวละคร ออกมาให้ทราบว่า เป็นคำพูดของบริแอน ที่พูดกับเจมี่ว่า ข้าไม่สนใจข่าวลือผิดๆ หรอก โดยเจมี่พูดตอบว่า ยกเว้นเรื่องของข้าใช่ไหม จากนั้น ผู้เขียนก็เชื่อมโยงแนวคิดจากคำพูดของตัวละคร ให้เข้ามาเกี่ยวโยงกับการทำงานในภาคธุรกิจด้วยประเด็นที่ให้ผู้บริหารตระหนักว่า การสร้างองค์กรให้ก้าวหน้า ความเชื่อที่เป็นหลักฐานมีความสำคัญต่อการเติบโตขององค์กรเป็นอย่างมาก
มีหลายเรื่องหลายตอนที่ ผู้เขียนกล่าวถึงแนวคิดและปรัชญาของตัวละครออกมาอธิบาย แล้วเสริมตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับ นักธุรกิจดังๆ อาทิ สตีฟ จ็อบส์ และ กอร์ดอน บราวน์ (อดีตนายกฯของอังกฤษ)เข้าไปเป็นตัวประกอบเพื่อให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย
หนังสือเล่มนี้ถ้ามอง ด้วยสายตาของงานเขียนแบบสร้างสรรค์คงต้องบอกว่าไม่โดดเด่น เพราะการดึงปรัชญาของ ภูมิปัญญาโบราณมาใช้กับปัจจุบัน คนจีนนำมาก่อน และเข้มแข็งมากกว่า แต่ถ้าคิดว่าเป็นผลงานของนักเขียนอีกแบบหนึ่งในการสรรหาเรื่องราวมาเขียน ก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้คนที่กำลังเป็นนักเขียน หรือกำลังหาแนวทางในงานเขียนใช้เป็นแม่แบบได้อีกอย่างหนึ่ง

เปิดโปงสันดานมนุษย์ที่ยากจะค้นหา
นิยายที่ทำให้ทุกคนกระจ่างในสิ่งที่คาดไม่ถึง
“รัตติกาลอำมหิต” หรือ “In a Dark Dark Wood” เขียนโดย “รูธ แวร์” แปลเป็นไทยโดย “ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ” เป็นนิยายเชิงจิตวิทยา ที่ทำให้นักเขียนหน้าใหม่ ติดอันดับ นักเขียนขายดีในทันที เมื่อผลงานของเธอ ได้รับความนิยมจากคนอ่าน และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายไปทั่วโลก เป็นเรื่องราวของ นักเขียนนิยายสาวที่พยายามจะลืมอดีตที่เคยเจ็บปวด แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับอดีตอีกครั้งเมื่อเธอต้องเข้ามาพัวพันกับเพื่อนเก่า ความเจ็บปวดที่เธอคิดว่า เธอลืมมันไปหมดแล้วจึงกลับมาอีกครั้ง แต่เธอก็พยายามที่จะผจญและสู้กับมันเพื่อให้หลุดพ้นจากความเจ็บในอดีต เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้เปิดโปง สันดานของมนุษย์ในเชิงจิตวิทยาที่คนไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จิตมนุษย์นั้นยากแท้ที่จะหยั่งถึงจริงๆ จำหน่ายเล่มละ 360 บาท

ผลลัพธ์จากอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่าง
คือการทำลายมิตรภาพอันยาวนานของเพื่อนน้ำมิตร
“ถนนสายใบไม้ร่วง”งานเขียนของ “ประภัสสร เสวิกุล” ในสมัยที่ทำงานด้านการทูตอยู่ในประเทศชิลี เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกของมิตรภาพ ระหว่างเพื่อนน้ำมิตรที่เคยผูกพันสนิทสนมกันมาอย่างไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำให้แตกแยกจากกันได้ แต่เมื่อเขาเกิดทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างกันไปคนละขั้ว ทำให้มิตรภาพที่เคยมีอยู่ ค่อยๆ ร้าว และแตกหักในที่สุด จากมิตรกลายเป็นศัตรู หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึง คำว่า มิตรภาพ ภาพรัก และเสรีภาพ ที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามันคือ สายใยแห่งความผูกพันที่ยากจะทำให้แตกแยกหรือฉีกขาดให้จากกัน แต่เมื่ออุดมการณ์ทางความคิดต้องแตกกันไปคนละขั้ว สิ่งที่ไม่น่าเกิดมันก็เกิดขึ้นมาได้ จำหน่ายเล่มละ 145 บาท

จี้จุดความแค้นและความพยาบาท
เพลิงนรกที่เผาผลาญได้ทุกผู้ทุกวัย
“เกมดอกงิ้ว” เขียนโดย “มุกเรียง” จำหน่ายเล่มละ 330 บาท เป็นเรื่องราวที่ตีแผ่ให้เห็นถึง พิษร้ายของความแค้น และความพยาบาท ที่หากเกิดขึ้นอยู่ในจิตใจของผู้ใดแล้ว มันจะทำลายความสุข และสร้างปัญหาให้กับผู้นั้นไปจนตาย เนื้อหากล่าวถึงตัวละครแต่ละตัว ที่เก็บงำเอาความแค้น และความพยาบาทติดตัว และฝังลึกอยู่ในหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นความแค้น และความพยาบาทในเรื่องของ ความรักไม่สมหวังความแค้นจากการถูกกระทำมาในอดีต และความแค้นที่ครอบครัวต้องล่มจม ทุกความแค้นที่เกิดขึ้น คือบ่อเกิดของความทุกข์ ซึ่งผู้เขียนจะทำให้เห็นว่า การดับความแค้นตัวการใหญ่ที่ทำให้เกิดทุกข์จะต้องทำอย่างไร ตัวละครทุกคนในเรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนของชีวิตที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง

เมื่อความสวยจากดวงตามาบดบังหัวใจ
ความรักในหัวใจก็โผล่ขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน
“เดือนล้อมดาว” เขียนโดย “นิลปัทม์” เป็นพล็อตเรื่องง่ายๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนได้ทุกคน โดยผู้เขียน ผูกเรื่องราวระหว่างความรักและความสวยให้มาปะทะกันว่า ระหว่างพลังแห่งรักและพลังแห่งความสวย พิสูจน์ว่า พลังไหนจะรุนแรงมากกว่ากัน เป็นเรื่องของชายหนุ่ม ที่ต้องผูกพันกับหญิงสาวสองคน โดยคนหนึ่งเป็น สาวสวยที่ถูกตาต้องใจ แต่อีกสาวหนึ่ง เป็นสตรีที่ทำให้หัวใจต้องหลงรัก ทว่า ในการตัดสินใจ ชายหนุ่มกลับลุ่มหลงในความสวยมากกว่า ความรักที่มีในหัวใจ กว่าที่เขาจะได้หาคำตอบให้ตัวเองได้ ก็ทำให้ทุกอย่างเกือบจะสายเกินไป