‘ขยะแลกภาษี’ ปลูกจิตสำนึกคนในชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/270472

‘ขยะแลกภาษี’ ปลูกจิตสำนึกคนในชุมชน

‘ขยะแลกภาษี’ ปลูกจิตสำนึกคนในชุมชน

วันพุธ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะทำงานเสาหลักของชุมชน อาทิ ประภัสสร ขวัญกะโผะ, ประสพพร สังข์ทอง, มะรอฮิง สา
และ สากีน๊ะ สะแม

ในมุมมองของคนภายนอกอาจบอกว่า  “บาโงฆาดิง” หมู่บ้านเล็กๆในตำบลนาเกตุ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่มีเรื่องของเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่เชื่อหรือไม่ว่าชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้เขากลับอยู่กันอย่างมี ความสุขและเรียบง่าย แถมยังค้นพบเครื่องมือในการสร้างสุขภาวะให้เกิดขึ้นกับสมาชิกชุมชน ที่ถูกขยายผลอย่างรวดเร็วไปทั่ว ทั้งตำบล 7 หมู่บ้าน กับเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามนั่นก็คือเรื่องของการจัดการ “ขยะ”

จากปัญหาที่ องค์การบริหารส่วนตำบลนาเกตุ ได้รับการร้องขอ“ถังขยะ” จำนวนมากจากชาวบ้านแทบทุกครัวเรือน ความสงสัยว่าเพราะอะไรชาวบ้านจึงต้องการถังขยะจำนวนมากขนาดนั้น ได้ถูกหยิบยกเข้าไปพูดคุยกันในเวทีประชาคมหมู่บ้านเพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชน จนเกิดการชักชวนให้ชาวบ้านบาโงฆาดิง หมู่ที่ 5 มาร่วมกันทำกิจกรรมการ “คัดแยกขยะ” เพื่อแก้ปัญหาขยะมูลฝอยล้นถังในชุมชน ที่ต่อมาได้พัฒนามาสู่การจัดทำ “โครงการการจัดการขยะในชุมชนบ้านบาโงฆาดิง” ขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ประภัสสร ขวัญกะโผะ ปลัด อบต.นาเกตุ และหัวหน้าโครงการฯ เล่าให้ฟังว่าจากข้อมูลและปัญหา ที่ได้พูดคุยกันในเวทีประชาคมหมู่บ้านได้เกิดเป็นแนวคิดในการจัดทำโครงการการจัดการขยะในชุมชนขึ้นมา โดยทาง อบต.นาเกตุ ได้ร่วมกับ รพ.สต.นาเกตุ
มาให้ความรู้กับชาวบ้านในเรื่องของการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ รวมถึงการนำขยะเหลือใช้มาสร้างประโยชน์และมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น เศษอาหารต่างๆ มาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ และเกิดการต่อยอดไปสู่นวัตกรรม “ขยะแลกภาษี” ของชุมชน


ประภัสสร ขวัญกะโผะ

“พอได้คุยกับชาวบ้านทุกคนก็ได้ให้ความสำคัญ ต้องการที่จะให้มีโครงการนี้เกิดขึ้นมา โดยได้มีการจัดทำกติกาชุมชนขึ้นมา 6 ข้อ โดยกำหนดให้ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์เวลาตั้งแต่ 9.00-11.00 น. ให้สมาชิกในชุมชนนำขยะที่คัดแยกแล้วมาขายในราคาที่กำหนดไว้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการคัดแยกและขายขยะแล้ว ขยะที่คัดแยกแล้วยังสามารถนำใช้ในการชำระค่าภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน และภาษีป้าย รวมไปถึงนำมาใช้ชำระค่าธรรมเนียมการเก็บขยะของชุมชนได้ ซึ่งเมื่อก่อนชาวบ้าวจะค้างภาษีจำนวนมาก และไม่ต้องการเอาเงินมาจ่ายภาษี แต่ปรากฏว่าหลังจากทำโครงการนี้ ชาวบ้านก็จะจ่ายภาษีย้อนหลังทั้งหมดทุกปี จากที่เคยเก็บภาษีในหมู่บ้านนี้ ได้เพียงร้อยละ 20 ตอนนี้ก็เก็บภาษีเพิ่มได้ถึงร้อยละ 60”

ส่วน ประสพพร สังข์ทองผอ.รพ.สต.นาเกตุ กล่าวเวทีการจัดการขยะที่เกิดขึ้นในทุกวันศุกร์ เป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่สามารถใช้ช่วงเวลาเดียวกันนี้มาบูรณาการเข้ากับการทำงานของตนเองได้เป็นอย่างดี เพราะโดยปกติประชาชนในพื้นที่จะต้องไปประกอบอาชีพต่างๆ อยู่ในสวน หรือนอกพื้นที่บ้าง ซึ่งบางครั้งอาจจะพบเจอกันได้ยาก แต่จากกติกาของชุมชนที่นัดหมายและใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนที่มีการละหมาดใหญ่วันศุกร์ในช่วงบ่าย เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทำงานในเรื่องต่างๆ กับชาวบ้านได้มากที่สุด

“อย่าง รพ.สต.นาเกตุ ก็จะใช้ช่วงเวลาเดียวกันนี้เข้ามาติดตามตรวจสุขภาพประชาชน คัดกรองความเสี่ยง โรคเบาหวาน ความดัน แล้วก็ให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องของสุขภาพ บริการวัคซีน ติดตามวัคซีนในเด็กที่อาจจะขาดนัด เพราะปกติเวลาที่คนในชุมชนนำขยะมาขายหรือมาจ่ายเป็นภาษีก็มักจะมีเด็กๆ ติดสอยห้อยตามผู้ใหญ่มาด้วย ซึ่งเมื่อก่อนก็ต่างคนต่างนัด แต่ตั้งแต่มีโครงการขึ้นมาการทำงานก็ง่ายขึ้นทุกหน่วยงานสามารถมาดูแลกลุ่มเป้าหมายของตัวเองได้ภายในวันเดียวกัน ที่สำคัญยังก่อให้เกิดการพูดคุย กันอย่างสม่ำเสมอมีความคุ้นเคยกันมากขึ้น ชาวบ้านเองก็เกิดความเข้าใจในโครงการและแผนงานต่างๆ ของภาครัฐที่มากขึ้น”

ส่วน สากีน๊ะ สะแม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้รับผิดชอบโครงการเล่าว่าความสำเร็จของชุมชนแห่งนี้ในการจัดการขยะเกิดขึ้นจากการร่วมมือร่วมใจกันทำงานของ “4 เสาหลักของชุมชน” ที่ประกอบไปด้วย ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา อปท. และ รพ.สต. โดยประชาชนมีส่วนร่วม จนสามารถขยายผลการดำเนินงานจาก 1 หมู่บ้านออกไปจนครบทั้ง 7 หมู่บ้าน รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร “LINE” ของกลุ่มเครือข่าย อสม. ในพื้นที่ในการเล่าเรื่องด้วยภาพและสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อนที่อื่นๆ ให้ใช้วิธีการจัดการขยะเหมือนกับที่ชุมชนบาโงฆาดิง

“ผลดีที่เกิดขึ้นคือชุมชนให้การ ต้อนรับ ชาวบ้านเกิดความตระหนัก เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกในการเก็บขยะมากขึ้น ตามท้องถนนก็จะไม่มีขยะเหลืออยู่เลย และโครงการนี้ยังก่อให้เกิดกิจกรรมการส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยหมักจากขยะที่เหลือใช้ นำขยะในครัวเรือนมาหมักอีเอ็มทำหัวเชื้อและแจกจ่ายกันในหมู่บ้าน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดว่าชาวบ้านมีวินัยในเรื่องการดูแลจัดการขยะในชุมชนมากขึ้น มีการจัดการขยะที่ถูกต้อง มีการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง และทำให้ชาวบ้านมีความสุขที่ได้ดำเนินกิจกรรมตรงนี้”

นวัตกรรม “ขยะแลกภาษี” นอกจากจะช่วยให้ปัญหาขยะในชุมชน ลดลง เด็กๆ มีค่าขนม สมาชิกในชุมชนเรียนรู้การคัดแยกขยะ เกิดจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ขยะจึงนำมาซึ่งพลังการสร้างสุขภาวะด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวตำบลนาเกตุ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ทุกๆ คน

Leave a comment