ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/270486

รถหนีไฟแนนซ์ ‘ของถูก’แถมโปรฯ‘นอนคุก’
เป็นเรื่องเป็นราวกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน กับกรณี “ไฟแนนซ์” ฝ่ายติดตามหนี้สิน ที่ไล่ตามรถยนต์ซึ่งผู้ซื้อค้างชำระค่างวดมา 2 ปี ทว่าเมื่อไปเจอเจ้าของรถที่เป็น “ตำรวจ” กลับถูก “ชักปืนขู่”โดยฝ่ายตำรวจและภรรยา กล่าวว่า ฝ่ายไฟแนนซ์ “ทวงหนี้ไม่ถูกวิธี” อาทิ ไม่แสดงตนว่าเป็นพนักงานจริงหรือไม่ รวมถึงมีการโพสต์ข้อความ “ประจาน” บนโลกออนไลน์ ขณะที่ฝ่ายพนักงานไฟแนนซ์ ยืนยันว่า “ทำถูกต้องครบถ้วนแล้ว” มีการแนะนำตัวตามขั้นตอน แต่ฝ่ายตำรวจและภรรยากลับแสดงท่าทีข่มขู่คุกคาม
ด้านหนึ่ง..คดีดังกล่าวขณะนี้ต่างฝ่ายต่างแจ้งความเอาผิดกัน ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่อีกด้านหนึ่ง..เสียงสะท้อนของคนทำธุรกิจไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อให้เช่าซื้อรถ บอกว่า “ปวดหัวมาก” กับการติดตามบรรดา “รถหนี’ไฟ” เพราะหลายครั้งไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่มี “ธุรกิจมืด” นำรถที่ผ่อนไม่หมดไปขายต่ออย่างผิดกฎหมาย แถมได้รับความนิยมไม่น้อยเสียด้วย ถึงขนาดประกาศขายกัน “โจ๋งครึ่ม” บนโลกออนไลน์กันทีเดียว
ดังเรื่องเล่าของ ยุทธพงษ์ วงศ์มณี ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการด้านป้องกันและป้องปรามการฉ้อฉล สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ที่กล่าวกับ “แนวหน้า” ว่า ทุกวันนี้มีบรรดาผู้ผ่อนรถไม่หมด นำรถไป “จำนำ” เพื่อเอาเงินแบบเร่งด่วน เช่น ราคารถ 1.2 ล้านบาท มาจำนำได้เงิน 3 แสนบาท พร้อมให้เอกสาร อาทิ สำเนาเล่มทะเบียน สัญญาซื้อขาย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือมอบอำนาจ ฯลฯ โดยไม่มาไถ่คืน
วันเวลาผ่านไป ผู้รับจำนำจะใช้หลายวิธีการในการ “ระบายของ” เพื่อให้ได้เงินมาหมุน เช่น“ส่งออกชายแดน” ไปขายในประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออก, “แยกชิ้นส่วน” นำไปขายเป็นอะไหล่, “สวมทะเบียน” สำหรับขายต่อให้คนอยากได้รถมือสองราคาถูก แล้วนำไปใช้ให้ไกลจากรถทะเบียนจริง อาทิ รถสวมทะเบียน กทม. แต่นำไปใช้ที่ภูเก็ต ซึ่ง “ยากมาก” ที่รถทะเบียนจริงและปลอมจะมาเจอกัน
“หรือไม่ก็ทำเล่มปลอมขึ้นมา จ่ายค่าเล่มสองหมื่น ก็เหมือนกับทำบัตรประชาชนปลอม อาจจะขายได้สูงขึ้น เพราะมีชื่อด้วยมีเล่มด้วย คนซื้อไม่รู้ก็รับรถไปขับ เลขตัวถังก็ตรง มีลายมือเจ้าหน้าที่ขนส่ง ตลาดขายล้านสอง ผมขายคุณหกแสน เจ้าของเก่าเขาหนีไฟแนนซ์ เอามาจำนำ ร้อนเงิน พี่เอาไหม? แต่เขาไม่ได้ไปตรวจที่ขนส่งไงว่ามันเป็นเล่มจริงหรือปลอม ก็หลงเชื่อ ขายหกแสนจากราคาตลาดล้านสอง คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เขาก็ซื้อ” ยุทธพงษ์ กล่าว
ผู้แทนสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ระบุด้วยว่า การปลอมทะเบียนนั้นหลายกรณีค่อนข้าง“เนียน” ตำรวจทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่ “หน่วยเฉพาะกิจ” ที่ตั้งมาปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์โดยเฉพาะ มักดูไม่ค่อยออก เพราะมี “เจ้าหน้าที่รัฐ” ร่วมอยู่ในขบวนการด้วย สอดคล้องกับเหตุการณ์เมื่อเดือน พ.ย. 2559 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สามารถจับกุม นายธนิก พลศก อายุ 49 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ กรมการขนส่งทางบก ในข้อหาปลอมแปลงและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมของกลางมีทั้ง “ป้ายทะเบียน-ป้ายวงกลม-คู่มือเล่ม” รถยนต์และมอเตอร์ไซค์
…ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ รับสารภาพว่า คิดค่าจ้างทำเล่มอย่างเดียว 12,000 บาท ป้ายทะเบียน 5,000 บาท ป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษี 3,000 บาท…
ขณะเดียวกัน รถบางประเภท เช่น “รถกระบะ” ที่ใช้บรรทุกของ ผู้ประกอบการบางราย “รู้ว่าผิด” แต่ก็ทำเพราะต้องการ “ลดต้นทุน” อย่างเดิมมีรถกระบะ 10 คัน แต่พังไป 4 คัน ทว่าทะเบียนกับคู่มือเล่มยังอยู่ ก็ไปติดต่อขบวนการ ให้จัดหารถยี่ห้อ รุ่น และสีเดียวกัน นำมาสวมทะเบียนของรถที่พังไป หากรถกระบะมือ 1 ขายกัน 7-8 แสนบาทรถมือ 2 ในขบวนการนี้จะขาย 4-5 แสนบาท “ถูกกว่าครึ่ง” ใครบ้างไม่อยากได้
“คนที่ไม่กล้าลงทุนหรือมีเงินทุนไม่มากพอ อย่างรถที่วิ่งรับส่งพนักงานในต่างจังหวัด เอาออกจาก กทม. ไปวิ่งต่างจังหวัด จากโรงงานมาอำเภอเมือง จากอำเภอเมืองไปโรงงาน วิ่งกันแค่นี้ ก็ใส่ทะเบียนปลอมเข้าไป ตำรวจจับก็จ่าย คือต้นทุนนิดเดียว” ผู้แทนสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ยกตัวอย่าง
ยุทธพงษ์ กล่าวอีกว่า วิธีการซื้อรถที่ยังผ่อนไม่หมดอย่างถูกต้อง คือต้อง “แจ้งไฟแนนซ์”ให้ทราบ เพราะการซื้อขายลักษณะนี้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบการเช่าซื้อด้วย เช่น นาย ก ซื้อรถมา ผ่อนไป 2 ปี เหลืออีก 1 ปี ไม่อยากผ่อนต่อ จังหวะนั้น นาย ข อยากได้รถพอดี นาย ก จึงเสนอขายแล้วให้นาย ข ไปผ่อนต่อ จากนั้นไฟแนนซ์จะแนะนำให้ทั้ง 2 คน ไปทำเรื่อง“เปลี่ยนสิทธิ์” ในรถคันนั้น จากนาย ก เป็นนาย ข ที่ธนาคารต่อไป

ด้านทนายความชื่อดัง ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ย้ำว่า “รถติดไฟแนนซ์” ผู้ที่ครอบครองรถ “มีสิทธิ์เพียงใช้งาน” เท่านั้น เพราะกรรมสิทธิ์ของรถยังเป็นของผู้ประกอบการเช่าซื้อ “จนกว่าจะผ่อนหมด” ผู้ใช้รถไม่สามารถ “ขาย-จำนำ-โอน” ให้ผู้อื่นโดยพลการ ที่สำคัญ รถแบบนี้ “ทำเล่มทะเบียนไม่ได้” เล่มทะเบียนของจริงอยู่ที่ผู้ประกอบการเช่าซื้อ ดังนั้นคนที่ประกาศโฆษณาว่าขายรถหลุดจำนำ-รถหนีไฟแนนซ์พร้อมเล่มทะเบียน ให้สงสัยไว้ก่อนว่า “ทำปลอม” แน่นอน “โปรดหลีกเลี่ยง” อย่าเห็นแก่ของถูก จนต้องมาเสียใจภายหลัง
“รถมือ 2 ไม่ควรเป็นรถติดไฟแนนซ์ ถ้าจะซื้อรถติดไฟแนนซ์มันต้องเคลียร์กับไฟแนนซ์ให้จบ ให้โอนจากไฟแนนซ์มาเลย แต่ถ้าร้านไม่บอก เราก็ไม่รู้แล้วไปซื้อมา อันนี้ร้านจะเข้าข่ายคดีฉ้อโกง อย่างรถผ่อนไปงวดเดียวแล้วค้างเพียบเลย แต่เอามาหลอกขายเรา 2-3 แสน บอกไม่มีปัญหา ออกเล่มได้ อันนี้เล่มมันต้องปลอมอยู่แล้ว” ทนายประมาณ ฝากเตือน
ทุกวันนี้ไม่น่าจะเปิดหาข้อมูลบนอินเตอร์เนต หรือเดินดูตามเต็นท์รถมือ 2 หลายครั้งมักพบเห็นคำโฆษณาทำนอง “รถมือสองราคาถูก..เจ้าของฝากขายเพราะร้อนเงิน”, “รถหลุดจำนำ..ทำเล่มทะเบียนได้” ล่อตาต่อใจหลายคนฝันอยากมีรถยนต์ส่วนตัวมาขับขี่เพื่อ “หลีกหนีความลำบาก” จากบริการขนส่งมวลชนของไทยที่ไม่ค่อยจะครบถ้วนสมบูรณ์นัก
ขณะเดียวกันยานพาหนะเหล่านี้บางรุ่นบางยี่ห้อยังเป็น “เครื่องแสดงฐานะ” ยกระดับชนชั้นของผู้ครอบครองให้ดู “ไฮโซ” ดังนั้นคนที่อาจจะมีเงินไม่มากนัก พอเห็นโฆษณาว่ามี “ของมือ 2” ราคาถูก “เหมือนได้เปล่า” จึงกระโจนเข้าไปซื้อตามแรงของความอยากทันที แม้ “รู้ทั้งรู้ว่าผิด” แต่ก็คิดเข้าข้างตนเองว่า “ไม่เป็นไร” อยู่คนละที่ไม่น่าตามเจอ ซึ่งนั่นเท่ากับการพาตนเองเข้าไป “เสี่ยงคุกตะราง”ในข้อหา “รับของโจร” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หรือถึงจะพิสูจน์ได้ว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” เข้าใจว่ารถประเภทดังกล่าวสามารถซื้อขายได้ จึง “หลงเชื่อ” แต่ระหว่างนั้นก็ต้อง “เสียเวลา” ไปกับการขึ้นโรงขึ้นศาล อีกทั้งเงินที่เสียไปกับการซื้อรถผิดกฎหมาย ก็ยากที่จะติดตามกลับคืนมาได้ครบถ้วน ดังนั้นแล้ว “ทำให้ถูกต้องแต่แรก” แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้าง หรือใช้เวลามากขึ้นเสียหน่อย ระยะยาวย่อมคุ้มค่า “สบายใจกว่า” เข้าทำนองสำนวนโบราณว่า…
เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย!!!