ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/270494

46 ปีโสสะฯ ส่งคนคุณภาพสู่สังคมกว่า 500 คน ด้วยแนวคิด อย่าเลี้ยงแค่ ‘โต’ แต่ต้องเลี้ยงให้ ‘เต็ม’
คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, พล.ต.ต.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ ประธานการจัดงาน ร่วมกับ ธนา เตรัตนชัย เลขาธิการและกรรมการอำนวยการของมูลนิธิเด็กโสสะฯ พร้อมแขก อาทิ รัญชาบริบาลบุรีภัณฑ์, รมณีย์ เธียรประสิทธิ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, อุษา มนต์เสรีนุสรณ์
มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เผยใช้เวลากว่า 46 ปีที่ผ่านมาสร้างคนดีมีคุณภาพให้กับสังคมไทยแล้ว
กว่า 500 คน ด้วยการเลี้ยงดูเด็กๆ ที่สูญเสียครอบครัว ด้วยรูปแบบครอบครัวทดแทนถาวร โดยในบ้านของครอบครัวทดแทนจะมีคุณแม่โสสะดูแลลูกๆ10 กว่าคน ที่ต่างที่มา จนพวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ การเลี้ยงดูลักษณะนี้มีต้นแบบมาจาก องค์กรหมู่บ้านเด็กเอสโอเอส สากล ประเทศออสเตรีย (SOS Children’s Villages International)
และในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ทางมูลนิธิเด็กโสสะฯ ได้จัดงาน “ครอบครัวคือชีวิต” พร้อมกับประเทศอื่นๆทั่วโลกอีก 134 ประเทศ ให้ตรงกับเดือนที่สหประชาชาติประกาศให้มี วันครอบครัวสากล (UN International Day of Families) เพื่อให้สังคมโลกตระหนักว่า ครอบครัว เป็นที่ที่เหมาะสมที่สุดกับการเติบโตของเด็กๆ โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ประธานกรรมการที่ปรึกษาและ พล.ต.ต.นรวัฒน์ เจริญรัชต์ภาคย์ประธานกรรมการอำนวยการ เป็นประธานการจัดงาน ร่วมกับ ธนา เตรัตนชัย เลขาธิการและกรรมการอำนวยการ ของมูลนิธิเด็กโสสะฯ พร้อมแขกคนสำคัญของงาน อาทิ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, รมณีย์เธียรประสิทธิ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, อุษา มนต์เสรีนุสรณ์ร่วมงาน

ธนา เตรัตนชัย
ธนา เตรัตนชัย เลขาธิการและกรรมการอำนวยการ มูลนิธิฯ ได้กล่าวว่า มูลนิธิเด็กโสสะฯ เปิดดำเนินการในประเทศไทยมาถึง 46 ปี ปัจจุบันมีเด็กโสสะประมาณ 700 คน อยู่ในครอบครัวทดแทนถาวร 60 ครอบครัว ใน 5 หมู่บ้านโสสะทั่วประเทศไทย ได้แก่ บางปู สมุทรปราการ, หาดใหญ่ สงขลา, หนองคาย, เชียงราย และภูเก็ต โดยเด็กเหล่านี้จะได้รับการดูแลในระยะยาว มีคุณแม่โสสะฯ เป็นคุณแม่ประจำบ้าน ดูแลลูกประมาณ 10 คนต่อหนึ่งครอบครัว เด็กๆ จะได้รับการเลี้ยงดูระยะยาวตั้งแต่เด็กจนโต เด็กทุกคนจะได้รับการศึกษาสูงสุดตามความสามารถ จนออกไปประกอบอาชีพดูแลตนเองได้
และสำหรับการจัดงาน “ครอบครัวคือชีวิต” ในครั้งนี้ว่า ธนา กล่าวว่า
“ท่านประธานเอสโอเอสสากล ได้เคยพูดไว้ว่า สิ่งที่เด็กกลัวที่สุดไม่ใช่การกลัวไม่ได้เรียนหนังสือ ความจน หรือไม่มีเสื้อผ้าใส่ แต่เด็กกลัวว่าจะไม่มีใครต้องการเขา เราต้องยอมรับว่าเด็กๆ โสสะมาจากการถูกทอดทิ้ง ไม่ว่าจะสูญเสียพ่อ-แม่ หรือไม่ได้รับการดูแลเพราะยากจน อันนี้จะเป็นบาดแผลในใจของเด็ก คุณแม่โสสะนี่จะเข้าใจดี ว่าต้องเลี้ยงดูหัวใจของเด็กๆ แต่ละคน ตัวเมื่อเทียบกับใจนี่จะกลายเป็นปัญหาเล็กมากไปเลย เพราะฉะนั้นความรักของคุณแม่ที่จะให้ต้องมากกว่าครอบครัวธรรมดาด้วยซํ้า เคยถามว่าอายุช่วงไหนเลี้ยงยากสุด คำตอบคือวัยรุ่น แล้วยิ่งตอนนี้ปัญหาเทคโนโลยีเข้ามาในบ้านเราเร็วมาก เด็กจะดูอะไรก็กดเข้าไปดู เรื่องของโซเชี่ยล ยาเสพติด เป็นเรื่องที่คุณแม่ของเราต้องดูแลอย่างเข้มงวดมาก การดูแลของเราไม่ใช่แค่เราเอาอาหารไปให้เขาเอาเสื้อผ้าเก่าไปให้เขา เด็กๆ ก็จะโตมาแค่ตัว แต่หัวใจจะมีหลุมที่ไม่เคยเติมเต็ม แล้ววันหนึ่งที่โตขึ้นมาเขาจะกลายเป็นคนมีปัญหา เราต้องพยายามให้เขาอิ่มที่ใจให้ได้ ความตระหนักตรงนี้ทำให้เราต้องยกมาตรฐานในการเลี้ยงดูเด็กๆ ของเรา แต่ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะในองค์กร หรือในครอบครัวปกติ เราต้องเลี้ยงเด็กให้มีคุณภาพที่ใจของเขาด้วย ทุกวันนี้เราส่งลูกโสสะกว่า 500 คน ออกไปสร้างความสำเร็จ สร้างครอบครัวที่แข็งแกร่งของตัวเองไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นภาระกับสังคม ทางเราอยากทำอย่างนี้กับเด็กๆ อีกเป็นพันเป็นหมื่นคน แต่เราก็ต้องการคนช่วยสนับสนุน ถ้าสนใจวิธีการของเราสามารถเข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านโสสะได้ทั้ง 5 แห่งนะครับ มาดูว่าเราสร้างพวกเขาอย่างไรให้เป็นคนมีคุณภาพของสังคม”
ภายในงานวันนี้ ได้มีบรรดาลูกๆ โสสะที่เติบโตออกไปสร้างครอบครัวที่แข็งแรงในสังคม อาทิ นิธิรุจน์ ลภัสเกียรติสุกุลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจนเป็นผู้จัดการสาขาอาวุโสธนาคารกรุงไทย ซึ่งเดิมเป็นเด็กชายจากหมู่บ้านเด็กโสสะบางปู สมุทรปราการ และ ชุติมาพร ธรรมวิฐาน นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เธอเติบโตมาจากหมู่บ้านเด็กโสสะ หนองคาย และ ชอุ่ม พนาลี เจ้าของสวนผลไม้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากหมู่บ้านเด็กโสสะหาดใหญ่ สงขลา มาในงาน

สินค้าจากมูลนิธิเด็กโสสะ
โดย ชอุ่ม พนาลี หนึ่งในเด็กโสสะที่เติบโตเป็นเจ้าของสวนผลไม้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช พูดถึงชีวิตการเป็นเด็กโสสะของเธอว่า
“เข้าไปอยู่ในบ้านโสสะตั้งแต่อายุ 12 ปี จบปวส.ตอนนั้นออกมาก็เปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง สิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะเราได้ความคิดตอนที่เราอยู่ในบ้านโสสะ เด็กๆ จะซน จะดื้อมากๆ เป็นหัวโจกของบ้านเลย เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งแม่ถึงกับบอกเราว่า แม่ไม่ทำแล้วนะ เราก็ได้คิดเลยซิว่า คนอื่นมาอยู่แทนเขาจะเหมือนแม่เราเหรอ เครียดเลย เป็นจุดพลิกเลยว่าทำอะไรก็ได้แต่ต้องไม่ให้แม่เสียใจ อย่าให้ลำบากใจกับเรา ต้องเรียนให้ดี ทำงานให้ดี ประกอบอาชีพที่ดี ทำอะไรก็ได้ให้แม่ภูมิใจในตัวเรา ไม่ให้เดือดร้อนใคร จนวันนี้เรามามีชีวิตของตัวเอง เป็นเจ้าของสวนยาง สวนผลไม้ นครศรีธรรมราช ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำมา 17 ปี มีครอบครัวมีลูก 2 คน แต่ไม่ว่าจะทำอะไร อย่างจะซื้อนั่นซื้อนี่ต้องไปถามแม่ตลอดทุกเรื่อง แม่เป็นชีวิตของเราเลย”
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนดีมีคุณภาพให้กับสังคม ด้วยการสนับสนุนการดูแลน้องๆ ได้เติบโตขึ้นในครอบครัวที่อบอุ่น โดยการร่วมบริจาคได้ที่ http://www.facebook.com/SOSthailand หรือwww.sosthailand.org หรือโทร.02-3801177