ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/271860

รพ.จุฬาลงกรณ์ รักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีล่าสุด แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ, รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์, รศ.(พิเศษ)นพ.ภาคภูมิ คัมภีร์พันธุ์, รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ และ พรทิพย์ ควรคิด ร่วมแถลงข่าว
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานแถลงข่าว “รพ.จุฬาลงกรณ์ รักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีล่าสุด แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ณ โถงชั้น 1 อาคาร สธ. เพื่อตอกย้ำความก้าวหน้าการรักษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีความแม่นยำ ปลอดภัยต่อผู้มารับบริการ
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ ที่มีคุณธรรม ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับนานาชาติ และมีแผนยุทธศาสตร์ ในการยกระดับความสามารถทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลของประเทศในด้านการบริการ (Service) ให้มีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อนด้วยความเชี่ยวชาญพิเศษพร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาชั้นสูงที่ทันสมัยที่สุด ล่าสุดฝ่ายจักษุวิทยาได้นำเครื่องมือวิเคราะห์ วางแผนก่อนผ่าตัดและกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล โดยเฉพาะเครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียม มาใช้ในขณะสลายต้อกระจก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยให้แม่นยำและสามารถมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น

รศ.นพ.ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ หัวหน้าฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัย และการรักษาต้อกระจกครบวงจร มากถึง 6 ชุด เป็นระบบ CATARACT SUITE & LASER ABERROMETER ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ระบบดิจิตอลและเครื่องมือวัดเลนส์แก้วตาเทียม ที่ใช้ในขณะสลายต้อกระจกที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการทำงานจะประกอบด้วย
1.ชุดเครื่องมือวิเคราะห์วางแผนก่อนผ่าตัด และกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล ซึ่งประกอบด้วย
-เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียมรุ่นล่าสุดที่มีเลเซอร์ประกอบ สามารถวัดสัดส่วนดวงตาได้แม่นยำ และตรวจเช็คความผิดปกติทางจุดศูนย์กลางของจอรับภาพ และถ่ายภาพเส้นเลือดรอบกระจกตาเพื่อใช้ประกอบระบบดิจิตอล
-เครื่องวิเคราะห์ความเอียงของกระจกตา สำหรับวางแผนการเลือกชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมเพื่อแก้สายตาเอียงและวัดกำลังของกระจกตาในการคำนวณค่าเลนส์
-Reference Unit สำหรับถ่ายภาพดวงตาผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด พร้อมกับทำการวัดข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัด เช่น ค่าความโค้งกระจกตา รูม่านตา แกนการมองเห็นของดวงตา ฯลฯ แล้วนำค่าที่ได้มาวิเคราะห์ วางแผนการผ่าตัดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
-Digital Marker เครื่องกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล ข้อมูลผู้ป่วยแต่ละรายจาก Reference Unit จะถูกส่งผ่านมายังเครื่อง Digital Marker ซึ่งอยู่ในห้องผ่าตัด ขณะผ่าตัดเครื่องจะสร้างภาพระบบดิจิตอลให้แพทย์ทราบตำแหน่งที่จะสร้างแผลผ่าตัด กำหนดขนาดถุงหุ้มเลนส์ที่ต้องการเปิด กำหนดตำแหน่งและแกนของเลนส์เทียมที่ใส่ทดแทนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ
2.เครื่องเลเซอร์ต้อกระจก (Femtosecond Laser) เป็นการนำเครื่องนี้เข้ามาช่วยเสริมในบางขั้นตอนของการผ่าตัดของต้อกระจกตามวิธีมาตรฐานที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการสลายเลนส์ตาที่ขุ่นมัวและดูดออก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลที่ได้จาก Reference Unit
3.เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification machine) หลังจากทำการเปิดแผลขนาดเล็กที่กระจกตา ขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เปิดถุงหุ้มเลนส์ และแบ่งเลนส์แล้ว แพทย์จะใช้เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง โดยสอดหัวสลายและดูดต้อกระจกผ่านแผลที่กระจกตา เพื่อส่งผ่านคลื่นเสียงความถี่ สูงที่ทำให้เลนส์สลายและถูกดูดออกไปจากถุงหุ้มเลนส์จนหมด จึงจะทำการใส่เลนส์เทียมเข้าทดแทน ปัจจัยสำคัญในขั้นตอนนี้คือการควบคุมสภาวะต่าง ๆ ภายในลูกตาให้คงที่ ทั้งความดันในลูกตา พลังงานที่ใช้ อุณหภูมิในลูกตา ฯลฯ เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัย
4.เครื่องตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time (laser Aberrometer) เป็นเครื่องที่ใช้ในการตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัด สามารถวัดได้ทั้งก่อนใส่เลนส์เทียม ระหว่างการใส่เลนส์เทียมให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ และเมื่อใส่เลนส์เทียมในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว เครื่องนี้จะเป็นการแนะนำและยืนยันตำแหน่งของการใส่เลนส์เทียม องศาของเลนส์ และกำลังของเลนส์เทียมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าสายตาตามที่วางแผนไว้ ซี่งการใช้เครื่องในการตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time ร่วมกับชุดเครื่องมือวิเคราะห์วางแผนก่อนผ่าตัดและกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล จะเป็นการร่วมกันในการตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของการเลือกใช้เลนส์เทียมและการวางตำแหน่งเลนส์เทียม เพื่อให้ผลของการผ่าตัดออกมาได้ตามที่ต้องการอย่างดีที่สุด
รศ.(พิเศษ)นพ.ภาคภูมิ คัมภีร์พันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึง เครื่องสลายต้อกระจกด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการรักษาต้อกระจก โดยใช้ร่วมกับการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบมาตรฐาน (Phacoemulsification) มีคุณสมบัติที่สำคัญคือสามารถฉายแสงเลเซอร์ลงไปบนกระจกตา ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ โดยเลซอร์จะตัดถุงเยื่อหุ้มเลนส์ตาด้านหน้า และตัดเนื้อเลนส์ตาเป็นชิ้นที่เล็กไว้ล่วงหน้าเพื่อลดพลังงานที่จะใช้จากเครื่องผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบมาตรฐาน และยังสามารถใช้เลเซอร์ตัดกระจกตาแทนการใช้ใบมีด เพื่อช่วยเปิดแผลทั้งในบริเวณที่จะใช้เครื่องมือสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูงใส่เข้าไป หรือยิงเลเซอร์ลงบนผิวกระจกตา ในกรณีที่ต้องการให้เลเซอร์ปรับลดค่าสายตาเอียงที่อาจเหลืออยู่บนผิวกระจกตาโดยปรับตำแหน่งตามที่คำนวณไว้ ซึ่งจะช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และครบวงจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยลดอาการแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เช่น ลดพลังงานที่ใช้ในการสลายต้อกระจก และ การผ่าตัดมีการฟื้นตัวได้เร็ว ทำให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมองเห็นได้เร็วขึ้น
รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กล่าวว่า เมื่อเดือนเมษายน 2558 ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ ได้ย้ายมาจากอาคาร ภปร 11 มาเปิดให้บริการ ณ อาคาร 14 ชั้น ศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ เป็นศูนย์รวมการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสายตาผิดปกติ ให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติชนิดต่างๆ อาทิ สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง, สายตายาวตามอายุ, โรคกระจกตาโก่ง รวมทั้งเป็นศูนย์วิเคราะห์และให้การรักษาปัญหาตาแห้งทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นการบริการที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ โดยเน้น “คุณภาพและความปลอดภัย” โดยศูนย์เลเซอร์สายตาจุฬาฯ ใช้อุปกรณ์ในการตรวจวิเคราะห์ และใช้เลเซอร์ในการรักษาที่มีคุณสมบัติเฉพาะและมีความแม่นยำสูงในการผ่าตัดแก้ไขปัญหาโรคความผิดปกติทางสายตาทั่วไปและที่ซับซ้อน
พรทิพย์ ควรคิด หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเสริมว่า วิวัฒนาการในด้านการรักษาสายตาผิดปกติมีความก้าวหน้าล้ำสมัยไปอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมา ฝ่ายจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเป็น “แห่งแรกในประเทศไทย”และยังเป็นโรงพยาบาลที่มีการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตามากที่สุดในประเทศ รวมถึงมีศูนย์เลเซอร์รักษาสายตาที่ทันสมัย มุ่งเน้นคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริการด้านการแก้ไขสายตาผิดปกติอย่างครบวงจร และกำลังดำเนินการจัดตั้งศูนย์โรคต้อกระจก โดยปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ถือว่าเป็นสถานบริการทางการแพทย์ที่มีความทันสมัยที่สุดในเทคโนโลยีการรักษาต้อกระจกในอาเซียน สามารถรองรับผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงเป็นแหล่งการเรียนการสอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เพื่อให้การบริการผู้ป่วยที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น