ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/271855

เลือกมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ด้วยการออกกำลังกายทุกวัน
ผุสดี สุจิตจร นำรายได้ส่วนหนึ่ง ร่วมสมทบทุนเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท มอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ
การมีสุขภาพดีไม่ใช่หมายถึงการดูแลเฉพาะร่างกาย แต่ต้องดูแลรวมไปถึงสุขภาพใจด้วย เพราะเมื่อสุขภาพกายแข็งแรง และสุขภาพจิตดี สดชื่น แจ่มใส จะทำให้สามารถควบคุมอารมณ์และพร้อมปรับตัวรับสถานการณ์รอบด้านและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความสำคัญมาโดยตลอด จึงได้จัดกิจกรรม Blackmores RUN&MOVE งานวิ่งที่ได้มากกว่าวิ่ง ภายใต้แนวคิด Be a Well Beingโดยมี อิทธิพล สมุทรทอง, พิตต้า ณ พัทลุง, อัจฉริยา อังคสุวรรณศิริ พร้อมด้วยน้องแอลลี่ อชิรญา นิติพนให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
น.ส.ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ตัวเราเองคือผู้เลือกที่จะมีสุขภาพดีได้ทั้งกายและใจ แนวคิด Be a Well Being มุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักถึงการมีสุขภาพดีได้นั้น การออกกำลังกายสมํ่าเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ นอกจากร่างกายแข็งแรงแล้ว จิตใจถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะสภาพจิตใจที่ดีย่อมส่งผลไปถึงร่างกายด้วยเช่นกัน โดยการออกกำลังกายแต่ละประเภทนั้น จะมีข้อดีแตกต่างกันเช่น การวิ่งจะช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือดของร่างกาย กระตุ้นการเต้นของหัวใจ ขยายปอดเพิ่มออกซิเจนในเลือด การปั่นจักรยาน เป็นการบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายไม่ใช่เฉพาะบริเวณขาเท่านั้น
การฝึกโยคะที่ต้องยืด เหยียดจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีนอกจากนี้ก่อนการฝึกจะต้องมีการหายใจเข้าและออกจะช่วยผ่อนคลายความเครียดต่างๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย สุดท้ายการฟังเพลง ช่วยคลายความเครียด ลดความกดดัน คลายความกังวลในจิตใจ ช่วยกระตุ้นความตื่นตัว เสริมแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการใช้เวลากับครอบครัวคนใกล้ชิด ซึ่งความพิเศษของกิจกรรมแต่ละประเภท บริษัทจึงได้จัดกิจกรรม Blackmores RUN&MOVE งานวิ่งที่ได้มากกว่าวิ่ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมราว 1,500 คน งานเดียวที่รวมการวิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะและการแสดงดนตรีในสวนเข้าไว้ในงานเดียวกัน เพื่อความสุขภาพดีแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจนอกจากนี้บริษัทยังได้นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายพร้อมทั้งร่วมสมทบทุนเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท มอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เพื่อให้น้องๆ ได้มีหัวใจที่แข็งแรงอีกครั้ง

อัจฉริยา อังคสุวรรณศิริ พร้อมด้วยน้องแอลลี่-อชิรญา นิติพน และพิตต้า ณ พัทลุง
ด้าน อัจฉริยา อังคสุวรรณศิริ เล่าให้ฟังถึงวิธีการออกกำลังกาย กับลูกสาวว่า ดิฉันกับน้องแอลลี่จะให้ความสำคัญกับเรื่องการออกกำลังกายและการรับประทานอาหาร เมื่อมีเวลาว่างจะไปฝึกโยคะด้วยกัน เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำด้วยกันได้ นอกจากนั้นก็จะส่งเสริมกีฬาด้านอื่นๆ ที่ลูกชอบเพราะการออกกำลังกายจะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเด็กโดยขณะนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียน ส่วนในเรื่องอาหาร ต้องยอมรับว่าตัวเองทำงานไม่ค่อยเป็นเวลา ทำให้ในบางครั้งทั้งตัวเองและลูกอาจรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ และเด็กส่วนใหญ่มีปัญหาเหมือนกันคือ ไม่ชอบทานผัก จึงต้องเสริมด้วยวิตามินซี และวิตามินรวมสำหรับเด็ก เพื่อเสริมสร้างวิตามินในส่วนที่ร่างกายขาด ส่วนตัวเองจะทาน วิตามินซี เป็นหลักเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายและจะส่งผลดีต่อเรื่องของผิวพรรณ
ส่วน พิตต้า ณ พัทลุง กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็ก โดยปัจจุบันเน้นออกกำลังกายแบบเวท เทรนนิ่ง เพราะต้องการที่จะหุ่นสวยสุขภาพดี ไม่อยากให้ร่างกายผอมแต่ดูไม่แข็งแรง จะออกกำลังกายประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งเลือกอาหารที่จะรับประทานมากขึ้นซึ่งการเลือกอาหารที่จะทาน อาจทำให้ได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ประกอบกับเป็นคนที่ไม่สบายง่าย ตนจึงทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินซี เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย แคลเซียม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก ซิงค์ เพื่อดูแลเส้นผมและเล็บ เป็นต้น ทั้งนี้ อยากให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น เริ่มต้นที่การวิ่งก็ได้ โดยอาจเริ่มจากการวิ่งสลับเดิน และค่อยๆ เพิ่มขึ้น ช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกท้อแต่ถ้าปฏิบัติสม่ำเสมอให้เวลาเพียงวันละ 1 ชั่วโมง สุขภาพดีก็จะเป็นของทุกคน
