ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘บ้านไม้รูด’ ภูมิวิถีชุมชนประมงทะเลตราด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/272382

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านไม้รูด’ ภูมิวิถีชุมชนประมงทะเลตราด

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านไม้รูด’ ภูมิวิถีชุมชนประมงทะเลตราด

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตราดเป็นจังหวัดเดียวที่มีแผ่นดินและหาดชายทะเลยาวเหยียดไปสุดแดนจดกับกัมพูชา อาทิตย์นี้อพท.หรือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ได้ชวนกันไปตามภูมิชีวิตชาวประมงในพื้นที่ตราด ด้วยมีชุมชนประมงพื้นบ้านเป็นเสน่ห์ให้หลงใหล จากการที่ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่ทำมาหากินให้มีความยั่งยืน โดยป้องกันไม่ให้การเดินเรือหาปลาขนาดใหญ่เข้ามาทำลายวิถีของทรัพยากรในทะเลที่เคยเลี้ยงดูกันมาแต่บรรพบุรุษ

โดยมีนายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต รักษาการผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง หรือ อพท.1ซึ่งเป็นสำนักงานใหม่ รับผิดชอบในการดูแลหมู่บ้านชาวประมงของตราด ที่มีอยู่หลายแห่งไปจนถึงบ้านหาดเล็กเป็นหมู่บ้านสุดท้ายปลายแหลมประเทศไทย โดยมีเทือกเขาบรรทัดกั้นเป็นแนวยาวระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ก่อให้เกิดห้วย หนอง คลอง บึง ให้นำน้ำจากฝนและป่าไม้ให้ไหลลงสู่ทะเล ทำให้เกิดปากคลองชายทะเลขึ้นในทุกที่มีน้ำจากเขาไหลลงมา

แน่นอนชุมชนคนชายคลองที่อาศัยกุ้งหอยปูปลาในทะเลย่อมทำให้เกิดชุมชนใหญ่น้อยทำอาชีพหลักคือ “ประมงพื้นบ้าน” หรือ “ประมงเรือเล็ก” ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวประมงเรือเล็ก โดยเฉพาะบ้านไม้รูด ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดนั้น หลายคนในชุมชนล้วนชำนาญในการออกเรือประมงขนาดเล็กมาตั้งแต่เป็นเด็กทุกคนมีชีวิตอยู่กับการออกเรือทุกค่ำทุกเช้า ทำให้เรียนรู้ได้เองว่าวันใดทะเลมีคลื่นลมก็จะรู้ว่ากุ้งแชบ๊วยกับกุ้งโอคักจะออก ต้องรอจนกว่าคลื่นลมสงบจึงออกเรือ โดยนำอวนกุ้งไปลงทะเล อวนกุ้งเป็นผืนตาข่ายขนาดรูกว้าง 4.2 ซม. ยาวประมาณ 50 เมตร ผูกกับทุ่นลอยน้ำ และถ่วงตีนอวนด้วยตะกั่ว ปลายอวนสองข้างปักด้วยธงสีแสดงเจ้าของ หลักปักธงสีนี้ใช้ไม้ไผ่รวกขนาดเล็กยาวประมาณ 3-4 เมตรโคนหลักหุ้มด้วยปูนถ่วงให้หนัก ตรงช่วงกลางผูกอวน และปลายหลักประดับด้วยธงสีประจำเรือ ลงอวนตอนเย็น แล้วเก็บกู้อวนกันตอนเช้าตรู่

ส่วนอวนปูนั้นขนาดตา 3.5 นิ้ว ยาวเหมือนกันทำเหมือนกัน ปูจากทะเลนั้นเป็นปูม้าซึ่งอาจจะทิ้งอวนไว้ 2 วัน 2 คืน ปูม้าไม่ได้ขนาดก็ปล่อยลงทะเลไปก่อนทุกตัว เพื่อให้เติบโตแล้วสืบพันธุ์จนมีลูกให้จับกันตลอดไป ไม่เหมือนอวนลากของเรือประมงขนาดใหญ่ที่เก็บกวาดทุกอย่างทุกขนาดไปจนหมดทะเล หากเป็นช่วงหน้าแล้ง ส่วนใหญ่จะติดเบ็ดตกไปตกปลาอินทรีด้วย บางคืนก็ออกเรือไปตกหมึก ใช้หลอดไฟแค่ 2-3 หลอดเท่านั้น หมึกก็ลอยคอให้ตกแล้ว ใช้เบ็ดตกขึ้นมา ส่วนใหญ่เป็นหมึกหลอดทำให้เกิดกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมาว่าจ้างเรือออกไปตกหมึกตกปลาขึ้น ส่วนการวางลอบดักปูนั้นใช้เหยื่อปลาสดหั่นล่อในลอบ ปูที่เข้าลอบก็มักเป็นปูม้า และปูดำ ปูทะเลนั้นทำเวลาเดียวกับวางอวนกุ้งอวนปูได้ ถ้า “น้ำหยุดเดิน” ก็จะหยุดการลงอวนปู กุ้งไปด้วย เรือประมงเล็กจะจอดนิ่งอยู่ในคลองนี้ ออกทะเลไปก็ได้ไม่คุ้มทุน วิถีชาวประมงนั้นเป็นภูมิปัญญาหากินของคนชายทะเลไทยในทุกแห่ง

โดยเฉพาะที่บ้านไม้รูดนั้นเป็นหมู่บ้านชาวประมงริมฝั่ง เหมาะกับการท่องเที่ยวเพื่อชมทิวทัศน์ หรือซื้ออาหารทะเลสด ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้มีอาชีพทำประมงเป็นหลัก และนักท่องเที่ยวสามารถหาซื้ออาหารทะเลสดได้จากสถานที่แห่งนี้ แม้ว่าบริเวณชุมชนชาวประมงบ้านไม้รูดจะไม่มีหาดทราย มีแต่หาดหินที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีจุดชมทิวทัศน์ซึ่งสามารถมองเกาะกูด จากการที่อำเภอคลองใหญ่ ได้รับการประกาศให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ  จึงทำให้มีการส่งเสริมการลงทุนในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวขึ้นโดยนำวิถีชุมชนชาวประมงที่น่าสนใจ และสร้างจุดสำคัญที่เป็นแลนด์มาร์คของพื้นที่คือการสร้างจุดชมวิวในส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย ไปพร้อมกับการพัฒนาสวนผลไม้ จุดชมแมงกะพรุนหลากสี ตลาดการค้าชายแดนที่หาดเล็ก จึงเป็นประตูสู่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา เป็นการส่งเสริมให้มีชุมชนเชื่อมท่องเที่ยวสองประเทศเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงตราด-เกาะกง โดยเรียนรู้วิถีประมงชายฝั่ง และป่าชายเลนขึ้น นั่นคือการเปิดเส้นทางท่องเที่ยว 2 เส้นทาง เชื่อมตราด-เกาะกง โดยผ่านเส้นทางตราด-แหลมกลัด-หาดเล็ก-เกาะกง (ป่าโกงกางบางคายัค) และเส้นทาง ตราด-บ้านไม้รูด-หาดเล็ก-เกาะกง(น้ำตกตาไต) เพื่อเพิ่มวันพักของนักท่องเที่ยวอีก 1 คืนและส่งเสริมให้จับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ชุมชนและชายแดนมากขึ้นในอนาคต

Leave a comment