เชิญชวนสมทบกองทุนสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/272507

เชิญชวนสมทบกองทุนสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและพัฒนา

เชิญชวนสมทบกองทุนสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและพัฒนา

วันจันทร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผลงานภาพวาดพระสาทิสลักษณ์ โดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ

ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด (CU Stem Cell and Cell Therapy ResearchCenter) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวการจัดตั้ง “กองทุนสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและพัฒนา” เพื่อเป็นศูนย์ผลิตเซลล์และพัฒนาวิทยาการทางการแพทย์ เพื่อการรักษาบำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีปัญหาเรื่องกระจกตา และโรคอื่นๆ ที่อาจใช้การรักษาด้วยเซลล์ได้ผลต่อไป พร้อมจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดโดยมี ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งจิตรกรและศิลปินชื่อดัง อย่าง ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี,เกี๊ยง-เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ วงเฉลียง และ ปวันรัตน์ นาคสุริยะ นำผลงานภาพวาดพระสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแจกให้กับผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนฯ ณ ลานอีเดนชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ผลงานภาพวาดพระสาทิสลักษณ์ โดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ

ผศ.ดร.นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนาณ อยุธยา หัวหน้าศูนย์สเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า สเต็มเซลล์ คือ เซลล์ที่แบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อย่างไม่จำกัด และสามารถกลายเป็นเซลล์จำเพาะชนิดต่างๆ ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่านำมาจากอวัยวะใด เพื่อทำหน้าที่สร้างเซลล์ของอวัยวะนั้นๆ เพื่อทดแทนเซลล์ที่เสียไป ส่วนเซลล์บำบัดนั้น คือ การนำเซลล์มาใช้ประโยชน์ในการรักษา ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ที่สร้างจากสเต็มเซลล์ เซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์ที่ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด

ปัจจุบันสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดถือได้ว่าเป็นความหวังสำคัญสำหรับแพทย์ และผู้ป่วย ในการรักษาโรคร้ายต่างๆ มากมาย แม้ในปัจจุบันจะยังมีโรคที่การใช้สเต็มเซลล์เป็นการรักษามาตรฐานแล้วไม่มาก แต่จากข้อมูลการวิจัยที่ก้าวหน้ารวดเร็วอย่างก้าวกระโดดในช่วง 10 ปี เป็นที่เชื่อกันว่าในอนาคตอันใกล้จะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้ประโยชน์จากงานวิจัยสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อม เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม ที่ในประเทศมีผู้ป่วยหลายแสนคน เลือดจางธาลัสซีเมียซึ่งในประเทศไทยหนึ่งในสามเป็นพาหะโรคนี้ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงกลุ่มโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งในเม็ดเลือด หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งในคนกลุ่มที่รักษาไม่หายพบว่าการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันตัดต่อยีนมีประสิทธิภาพสูงจนกำลังจะได้รับการยอมรับจาก US FDA เซลล์ด้วย ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย จึงได้
เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด” เพื่อเป็นศูนย์ผลิตเซลล์บำบัดและพัฒนาการรักษาผู้ป่วยทุกสถานภาพทางสังคมด้วยเซลล์บำบัดนี้ได้อย่างทั่วถึงมีประสิทธิภาพที่สุด พร้อมที่จะเป็นศูนย์วิจัยและบริการ ด้านเซลล์บำบัด ที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชีย

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์

สำหรับการจัดตั้ง “กองทุนสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและพัฒนา” เพื่อพัฒนาวิทยาการทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีศักยภาพในการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงด้านเซลล์และยีนบำบัด สามารถให้การรักษาโรคซับซ้อนที่ไม่สามารถรักษาด้วยการรักษาทั่วไป และสามารถผลิตเซลล์บำบัดและผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาที่มีมูลค่าสูงเพื่อลดการนำเข้าวิทยาการทางการแพทย์จากต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกสถานภาพทางสังคม สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัด ลดค่าบริการไม่ให้สูงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้ และเป็นแหล่งฝึกอบรมนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านเซลล์และยีนบำบัดของประเทศ และเป็นแหล่งให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการรักษาผู้เจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไปทุกระดับชั้นจะได้รับโอกาสในการรักษาที่เป็นเลิศอย่างเท่าเทียมกัน

ผศ.ดร.นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

ทั้งนี้ สามารถร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบทุน“กองทุนสเต็มเซลล์เพื่อการรักษาและพัฒนา” ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์(อาคาร ภ.ป.ร.) ชื่อบัญชี โครงการสเต็มเซลล์ เพื่อการรักษาและพัฒนา เลขที่บัญชี 407-936991-4สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-2564000ต่อ 80837 หรือที่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชั้น 8 โซน C

นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์ และเซลล์บำบัด

Leave a comment