ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/274612

โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ)ทางเลือกของเด็กรุ่นใหม่ (ตอน 2)
รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้ยังคงอยู่กับ 3 ผู้บริหาร คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ ผาสุก ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และรองผู้อำนวยการระดับประกาศนียบัตร โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ), คุณครูอาภาภรณ์ เทียนขาวรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียนนักศึกษา และ คุณครูจุฬาลักษณ์ คุปตรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) จากโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) โดยพิธีกร ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาไปพูดคุยกันต่อถึงกิจกรรมของเด็กนักเรียนหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวัน กระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน 16.30 น.
คุณครูอาภาภรณ์ เล่าว่า “ช่วงกลางวันหลังจากนักเรียนทานอาหารเสร็จแล้ว อย่างที่บอกก็ซื้อขนมมานั่งสนทนาและรับประทานกัน บางคนก็ขึ้นไปห้องสมุด ซึ่งโต๊ะทานข้าวนักเรียนที่นี่จะเป็นโต๊ะไม้จากนโยบายของครูหมูค่ะ” โดย ครูหมู-ดร.สันทนีย์เสริมว่า “อันนี้ก็เป็นพระราโชบายของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ค่ะ ทรงมีรับสั่งว่า สมเด็จย่าหรือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รับสั่งว่าไม้จะทำให้จิตใจเด็กอ่อนโยน เพราะฉะนั้นก็เลยมีพระราโชบายให้มีเก้าอี้รับประทานข้าวเป็นไม้ แล้วเด็กต้องดูแล แล้วต้องให้เขารักโต๊ะไม้ด้วย เพราะฉะนั้นฝ่ายปกครองก็ไปตั้งชื่อว่า น้องสามหมื่น เพื่อให้เขารู้สึกว่านี่คือ เขามีส่วนเป็นเจ้าของ”
คุณครูอาภาภรณ์ เล่าต่อว่า “โต๊ะรับประทานอาหารนักเรียน ราคาสามหมื่นกว่าบาทนี้ ก็เลยเรียกชื่อว่าน้องสามหมื่นให้เขาได้ภูมิใจ เพราะคุณครูเองเรานั่งโต๊ะไม่ถึงพัน พอหลังจากทานข้าวเสร็จ บ่ายโมงก็ขึ้นเรียนต่ออีกสามชั่วโมง ก็จะเลิกประมาณสามโมงครึ่งบางแผนกก็จะเลิกสี่โมงครึ่ง หรือว่าบางแผนกที่มีชั่วโมงยาวจริงๆ ก็จะเลิกห้าโมงสิบค่ะ อันนี้ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ แต่พอวันพฤหัสบดีเราจะมีวิชาของชมรม เป็นวิชาปิดท้าย ชมรมนี้มาจากของกระทรวงแรงงาน ซึ่งก็เป็นครูหมูอีกนั่นแหละ ที่ติดต่อและก็มอบนโยบายมา”

คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ กล่าวอีกว่า “อันนี้คือตัวเองเป็นเด็กสายสามัญ ก็เลยมีความรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนรสชาติของการเข้ากิจกรรมชมรมตั้งสองชั่วโมงว่าจะทำอะไรดี ก็ได้กราบบังคมทูลถามสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งว่าเอากระทรวงแรงงานมาช่วยสิ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเขาช่วยได้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นที่มาของการที่เรามีชมรม แล้วก็เด็กที่เข้าชมรมสมัยเราเป็นเด็ก เราต้องเสียสตางค์ใช่ไหมคะอันนี้กระทรวงแรงงานดูแลเราหมด เสร็จเรียบร้อยยังไม่พอค่ะ เมื่อเด็กเข้าชมรมแล้ว ก็ทำกิจกรรมชมรม เด็กได้เลือกเอง เป็นวิถีประชาธิปไตย อันนี้ได้เลือกเองว่าจะอยู่ชมรมไหน แล้วก็เมื่อจบก็จะได้รับประกาศนียบัตรโดยท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเราบวกกับท่านผู้อำนวยการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็จะมา แรงงานภาคก็จะมาเป็นคนช่วยแจกประกาศนียบัตร ปีที่แล้วมี 17 ชมรม ที่บอกว่าที่นี่มีชมรมรำไทยกลายเป็นเด็กผู้ชายไปเรียนนั้น ไม่ใช่นะคะ อันนั้นของวันศุกร์ วันพฤหัสฯ จะเป็นเรื่องกระทรวงแรงงาน”
คุณครูอาภาภรณ์ เสริมว่า “ก็จะมีชมรมการทำหุ่นด้วยมือ ชมรมการสร้างบ้านโมเดลเล็กๆ แล้วก็ถักนิตติ้ง ล้างแอร์ ทำมุ้งลวด ก่ออิฐฉาบปูน แล้วก็มีปีที่แล้วครูหมูได้เลือกมาคือซ่อมแซมห้องน้ำ เช่น ก๊อกน้ำ วาล์วน้ำ ให้เขามาสอนแบบนี้ เอสซีจีก็มาช่วยสอนซึ่งเด็กเขาก็ชอบเรียนเหมือนกัน ก็มีหลากหลายเยอะแยะ”ต่อด้วย คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ “แล้วก็มีอีกอันหนึ่งค่ะคือชมรมเรื่องของซ่อมเครื่องดนตรีไทย อันนี้เป็นพระราโชบายของสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งว่า เครื่องดนตรีไทยมีทั้งประเทศเลย แต่ว่าเวลาซ่อมนี่ยังนึกไม่ออกว่าใครจะเป็นคนซ่อม ก็เลยมีคุณครูพร้อมทั้งผู้ประกอบการเป็นคนมาช่วยสอน”

ด้าน คุณครูจุฬาลักษณ์ เสริมว่า “นักเรียนที่นี่ถามว่าปกตินักเรียนช่างทั่วๆ ไป จะแบบไม่ค่อยตั้งใจเรียนมาก แต่ฝีมืออาจจะดี ถามว่านักเรียนที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง ในฐานะครูฝ่ายวิชาการ เรามีนักเรียนที่เรียนดีจริงๆ ต้องมาจากสาขาการตลาด อันนั้นอาจจะเรียนทางด้านวิชาการมากหน่อย แต่ถ้าเป็นด้านช่าง เด็กของเราบอกเลยว่า เราไม่เน้นเด็กเก่ง เพราะเรามีนโยบายเลยว่า เรารับเด็กที่มีทักษะ แล้วเขาก็มีใจรัก นอกนั้นเรามาฝึกเองได้ จากสายช่างอุตสาหกรรม เราดูจากผลสัมฤทธิ์เป็นหลัก คือการเข้าประกวดแข่งทักษะของทางอาชีวะ เด็กเรานะคะทั้งทางด้านช่างก็ดี แผนกอาหารก็ดี การตลาด หรือว่าคอมพิวเตอร์ก็ดี เราได้เหรียญทองมาทุกปี เราทำส่งไปเป็นโปรเจกท์ เป็นโครงงานของเขา แล้วเขาไปประกวด โดยใช้ทักษะที่เขามีทั้งหมด เด็กบางคนเราไม่คิดเลยว่าเขาจะสามารถทำได้ ปรากฏว่าได้เหรียญทองมา หรือบางคนมีความสามารถ เช่น ร้องเพลงลูกทุ่ง เราก็ฝึกของเขา ครูหมูก็เป็นคนช่วยออกแบบท่าทางให้ ปรากฏว่าปีแรกก็ได้เหรียญทองแดง พอมาปวช.3 ได้เหรียญทองเลยนะคะ”
คุณครูอาภาภรณ์ บอกด้วยว่า “ที่หลายๆ คนอาจจะดูแล้วกลัว เพราะว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในรั้วในวัง คนอาจจะกลัวเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดเอาเอง ถามว่าเด็กที่นี่ต้องเป็นชาววังไหม หรือว่าจริงๆ มาอย่างกระโดกกระเดกแล้วเรามาฝึกเขา ก็อย่างที่ครูหมูได้บอก คือเรารับเด็กทั่วไป ถ้าถามจริงๆ แล้วเป็นครูชอบเด็กซนนะ เพราะเด็กซนเขาจะมีความฉลาดในสมองเขาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเด็กสมัยนี้เราต้องยอมรับว่าโลกมันเปลี่ยนไป การที่เราจะนำเขามาสู่ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยต้องค่อยๆ ใส่ อย่างเช่น ตอนเช้าก็ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ตอนกลางวันก็ให้นั่งคุย ขึ้นไปห้องสมุด”

คุณครูจุฬาลักษณ์ เสริมว่า “ที่บอกว่ามีเด็กผู้ชาย เด็กช่างไปประกวดมารยาทไทยแล้วได้ที่ 1ในวิชาของสังคมเรามีวิชามารยาทและการสมาคม แล้วครูหมูก็ยังคิดเลยว่า เด็กของเราพบจบออกไปแล้วต้องสง่างาม พอเด็กปี 2 ต้องเรียนวิชาลีลาศ จะได้มีความสง่างาม เราก็จะแข่งประกวดมารยาททุกปี แล้วก็เป็นที่น่าชื่นใจมากๆ ว่าตั้งแต่ประกวดมารยาทมา เราได้เหรียญทองทุกรายการ ตั้งแต่ระดับปวช. แล้วก็ระดับปวส. แล้วบางปีชนะโรงเรียนเจ้าภาพด้วยซ้ำ
ก็จะคัดเลือกเด็กผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน แต่อย่างผู้ชายก็ต้องมาจากเด็กช่างอยู่แล้วค่ะ ผู้หญิงก็จะเป็นเด็กอาหาร เด็กการตลาด เย็นๆ ก็ซ้อมกันครูหมูก็บอก ต้องมีข้าวให้เด็กทาน เด็กเขาจะฝึกกันเองนะคะ ถ้าเขามีบทบาทเป็นพระ เด็กก็จะวิ่งไปยืมจีวรที่วัดเบญฯ มา มีบาตรมา เพราะจะได้สมบทบาท อย่างเฝ้าฯรับเสด็จ เขาก็จะทำได้หมดเลย แล้วเขาก็จะมาสอนน้องๆ ต่อ น่าชื่นใจมาก”
คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ เล่าต่อว่า “ผู้ปกครองจะเป็นกังวลหมดว่า เด็กจบแล้วจะไปทำอะไร จบแล้วจะมีงานทำไหม จบแล้วจะไปเรียนต่ออะไร จริงๆ ต้องขออนุญาตนะคะว่า จะเอ่ยพระนามสมเด็จพระเทพฯทรงมีรับสั่งว่า พยายามเร้าให้เด็กเรียนจบปวส. แล้วไปเข้ามหาวิทยาลัย จะได้มีทักษะเต็มที่ มีวินัย เสร็จแล้วหางานให้ พอเด็กทำงานแล้วให้เด็กเก็บสตางค์ โดยไม่ต้องรบกวนพ่อ-แม่ แล้วกลับมาส่งตัวเองเรียนได้เพราะฉะนั้นเราได้เปิดวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดาทรงมีรับสั่งว่าวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดาที่เปิดมา 3ปีนี้จะเป็นแหล่งของพวกคุณ คุณจะเรียนเมื่อคุณอายุ40 ปี ก็ได้ 50 ปี ก็ได้ 60 ปีก็ได้ เมื่อไหร่ที่พร้อมแต่ขอให้ออกไปช่วยชาติ จบปวส.แล้วออกไปทำงานค่ะ

โรงเรียนเราต้องบอกว่า มีความร่วมไม้ร่วมมือจากนานาชาติที่ให้กับโรงเรียนนี้เยอะมาก ทั้งจากเยอรมนี ญี่ปุ่น จีน จากเยอรมนีอันนี้ก็เป็นพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ จากเยอรมนีเด็กได้ทุนเกอเธ่โดยที่เด็กช่างก็ไปเหมือนไปซัมเมอร์ ส่วนไปจีนไปเรื่องเรียนเลย เด็กช่างได้ไปที่เทียนสิน แล้วก็เราทำ MOU ไว้กับวิทยาลัยเทคโนโลยีจีน-เยอรมนีที่เทียนสิน เพราะฉะนั้นเด็กได้ไป 3 ปี โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ยกเว้นพ็อกเก็ตมันนี่เล็กๆ น้อยๆ
เสร็จแล้วดิฉันก็ร้อนใจว่าเอ๊ะไปเรียนแล้วได้อะไร เขาก็บอกว่าเหมือนจบปวส. เราก็เลยให้คณบดีที่วิทยาลัยไปดูว่า ยอมไหมถ้าจบเทียนสินแล้วมาต่อเลยระดับปริญญาตรี ท่านบอกว่าเรียนมากกว่าหลักสูตรของประเทศไทยอีก แล้วถ้าเป็นบริหารธุรกิจ คหกรรมไปที่เล่อซาน มณฑลเสฉวน เพราะฉะนั้นก็จะไปเรียนเรื่องอาหารแล้วก็จะไปเรียนทางด้านการตลาด แล้วยังได้เงินเดือนด้วยนะคะ นักเรียนที่ไปเล่อซาน ทางโน้นให้เงินเดือนด้วย ให้ค่าขนมด้วย”
คุณครูจุฬาลักษณ์ เสริมว่า “เนื่องจากเรามีสถานประกอบการแล้วก็ได้ความร่วมมือทั้งจากจีน ทั้งเยอรมนี แล้วก็มีญี่ปุ่น เราก็จะมีภาษาที่สามตามพระราโชบายที่ให้นักเรียนนักศึกษาได้เรียนภาษาที่สามนะคะ นอกจากภาษาไทย ภาษาอังกฤษแล้ว อันนี้เราไม่นับ ก็คือให้มีภาษาที่สามคือ ภาษาจีน ภาษาเยอรมันภาษาญี่ปุ่น ให้เด็กทดลองเรียนก่อนสองสัปดาห์ แล้วเด็กชอบอะไรก็ให้เลือกอันนั้น สมมุติเรียนไปแล้วเกิดท้อแท้ แบบเลือกญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าอยากจะไปเยอรมนี ก็ให้เขาเปลี่ยนได้ แต่เขาต้องไปติดตามผลเอง”

ปิดท้ายที่ คุณครูหมู-ดร.สันทนีย์ “สถานประกอบการไทยก็ให้ความสนใจกับนักเรียนที่นี่มากเป็นพิเศษ ต้องบอกว่าเยอะมาก ต้องกราบขอบพระคุณเลย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทล็อกซเล่ย์ โตชิบา โตโยต้า เทสโก้โลตัส ทีโอที แล้วก็อีกมากมาย มีสิ่งหนึ่งอยากจะบอกว่าเด็กเรานะคะท่านผู้ปกครองขา เราตกแต่งเด็กเต็มตัว เด็กไม่ว่าจะจบปวช. หรือปวส. เด็กเรานั้นภาษาอังกฤษก็จะได้ตามที่สถานประกอบการต้องการ คือเราให้สอบโทอิค แล้วภาษาที่สาม เราก็ไม่ได้ให้เรียนเปล่านะ เรามีการไปสอบเทียบมาตรฐานของแต่ละภาษาด้วย แล้วก็ทำชมรม เราก็ไม่ได้ทำเปล่าค่ะ เด็กจะได้ประกาศนียบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานระดับหนึ่งด้วยค่ะ”
เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางTNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน



