กินโยเกิร์ต ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275421

กินโยเกิร์ต ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

กินโยเกิร์ต ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากสถิติปี 2558 พบว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่ถูกวินิจฉัยพบมากที่สุดในเพศหญิง สูงเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มโรคมะเร็ง และถูกวินิจฉัยพบมากที่สุดในเพศชายสูงเป็นอันดับที่ 2ในกลุ่มของโรคมะเร็ง และนับเป็นโรคที่ ตรวจพบในระยะแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) มากเป็นอันดับ 1 แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่ ทำให้เกิดโรค

ทางเดินอาหาร ระบบสำคัญที่หล่อเลี้ยงร่างกาย

จากการศึกษาพบว่าถ้าเรามีระบบการย่อยอาหารที่ดี สุขภาพก็จะดีตามไปด้วยซึ่งกระบวนการย่อยอาหารจะเริ่มต้นจากการเปลี่ยนอาหารที่กินเข้าไปให้ มีโมเลกุลขนาดเล็กลงและจะดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ส่วนที่เหลือจะเป็นกากอาหาร โดยลำไส้ใหญ่จะเก็บกากอาหารไว้นาน 12-24 ชั่วโมงถ้าเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก็จะช่วยลดภาระของระบบย่อย ลดปัญหาอาหารไม่ย่อย ลดของเสียคั่งค้างในร่างกายนานเกินไป ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุโรคร้ายอื่นๆ

กว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคนเราอยู่ที่ระบบทางเดินอาหาร

กระบวนการย่อยในร่างกายมี 2 วิธีการคือ 1.การย่อยเชิงกล (Mechanical Process) เป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะของระบบทางเดินอาหาร เช่น การรีดอาหารลงไปในหลอดอาหารการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ 2.การย่อยเชิงเคมี เป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลของสารอาหารให้มีขนาดเล็กลงโดยอาศัยเอนไซม์หรือน้ำย่อย

หนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญของระบบการย่อยก็คือ “จุลินทรีย์”

จุลินทรีย์เป็นเพื่อนสนิทติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ เจริญเติบโตไปพร้อมกับตัวเรา มีหน้าที่สำคัญคือ เป็นหน่วยรบต่อสู้กับแบคทีเรียตัวร้าย, ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ, สร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

อาหารที่ทำให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดีจะมีอยู่มากในอาหาร 2 ประเภท

1.อาหารจำพวกไฟเบอร์หรือน้ำตาลเชิงซ้อน ประกอบด้วย oligofructose, fructo-oligosaccharides และ inulin นี่แหละอาหารสุดโปรดของแบคทีเรียในลำไส้ หรือที่เราเรียกกันว่าพรีไบโอติกซึ่งจะพบมากในอาหารจำพวกกล้วย เห็ด หน่อไม้ฝรั่งหัวหอม ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์

2.อาหารที่มีโพรไบโอติกหรืออาหารที่มีการใส่จุลินทรีย์เข้าไป เช่น โยเกิร์ต ที่จะช่วยสร้างสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และยังมีข้อมูลวิจัยจากต่างประเทศสนับสนุนว่าอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

ท้องผูก…จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของปัญหาใหญ่

อย่าปล่อยให้อุจจาระค้างในระบบขับถ่ายนานเกิน3 วัน เพราะจะทำให้อุจจาระแข็ง ถ่ายได้ยากขึ้นอุจจาระที่แข็งเมื่อเสียดสีกับทวารหนักบ่อยๆ อาจทำให้เกิดแผล ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงและลำไส้อีกด้วย ฝึกนิสัยขับถ่ายที่ดี หมั่นออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอเลือกกินอาหารที่ช่วยสร้างสมดุลให้จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง หรืออีกทางเลือกง่ายๆ ทานโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่ดีเป็นประจำ จะช่วยปรับระบบสมดุลในลำไส้และลดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

สังเกตความผิดปกติ หยุดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

1.ระบบขับถ่ายอุจจาระผิดปกติไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด 2.ปวดท้อง ปวดเบ่ง หรือปวดทวารเวลาถ่ายอุจจาระ 3.ภาวะซีด เกิดจากมีเลือดออกจากก้อนมะเร็ง 4.เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงทั้งที่ไม่ได้ควบคุมน้ำหนัก 5.อาการของโรคจากการแพร่กระจายไปสู่อวัยวะต่างๆ เช่น เมื่อไปสู่ตับจะปวดชายโครงด้านขวา และไปสู่เยื่อบุช่องท้อง จะเกิดอาการท้องมาน เป็นต้น

เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้ลำไส้ ด้วยโยเกิร์ต

มะเร็งลำไส้ใหญ่กลายเป็นโรคร้ายแรงลำดับต้นๆ เพราะไม่มีสัญญาณบอกเหตุใดๆ หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ใส่ใจดูแลสุขภาพและเติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นประจำ อย่างโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย ที่มีจุลินทรีย์สายพันธุ์แท้ LB81 จากประเทศบัลแกเรีย หรือรับประทานผัก ผลไม้ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แค่นี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันทุกคน

ฉะนั้นนอกจากคุณจะได้ประโยชน์จากการกินโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรียทุกวันแล้ว คุณยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคสนับสนุน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อลดสถิติผู้เสียชีวิตในประเทศไทยได้ ด้วยการซื้อโยเกิร์ตเมจิ บัลแกเรีย รสชาติใด ขนาดใดก็ได้ 1 ถ้วยหรือ 1 ขวด เท่ากับบริจาค 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน-15 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

Leave a comment