ท่านทูตสหรัฐ เปิดบ้านพัก เล่าประวัติ 70 ปี U.S. Ambassador’s Residence

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275447

ท่านทูตสหรัฐ เปิดบ้านพัก เล่าประวัติ 70 ปี U.S. Ambassador’s Residence

ท่านทูตสหรัฐ เปิดบ้านพัก เล่าประวัติ 70 ปี U.S. Ambassador’s Residence

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย มาดาม แจ็คเกอลีน เอ็ม. เดวีส์ ภริยา

ใครที่ผ่านไปผ่านมาบนถนนวิทยุ คงจะได้เห็นเรือนไทยประยุกต์ผสมผสานความเป็นตะวันตกสีขาว ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นบนเนื้อที่กว้างขวาง ประตูทางเข้ามีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และไม่ใช่ว่าใครจะเข้าไปได้โดยง่าย เพราะบ้านหลังนี้คือ U.S. Ambassador’s Residence หรือบ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นั่นเอง ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นที่พำนักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามาตั้งปี พ.ศ.2489 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 70 ปีแล้วฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย มาดาม แจ็คเกอลีน เอ็ม. เดวีส์ ภริยา จึงใช้โอกาสนี้เปิดบ้านพักต้อนรับ แขกผู้มีเกียรติ นักศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อเข้าชมและรับฟังประวัติความเป็นมาของบ้านหลังนี้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยความรู้สึกที่มีต่อบ้านหลังนี้ว่า ครั้งแรกที่ย้ายมาพำนักที่บ้านนี้รู้สึกว่าบ้านนี้จะเป็นอย่างไร แต่เมื่ออยู่มาเกือบสองปีรู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ที่ประเทศไทย เพราะเป็นบ้านที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่าร้อยปี และเป็นบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่คนแรกคือ เอกอัครราชทูต เอ็ดวิน สแตนตันที่เข้ามาพำนักบ้านหลังนี้ในปี พ.ศ. 2489 จนถึงตัวเขารวมแล้วถึง 13 คน เป็นระยะเวลา 70 ปี ซึ่งเอกอัครราชทูตแต่ละท่านรวมถึงตัวเขาตระหนักดีว่าบ้านหลังนี้มีความสำคัญไม่ใช่เพียงแค่บ้านพัก แต่บ้านหลังนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพความสัมพันธ์ด้วย ซึ่งเอกอัครราชทูตทุกคนที่ได้มาพักที่บ้านนี้ได้ทำนุบำรุงบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี และพยายามอย่างยิ่งที่จะคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของบ้านไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะเป็นมรดกทางศิลปะสถาปัตยกรรม และตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศสืบไป

พอล ยอเจนเซ่น ชี้ให้เห็นถึงเนื้อไม้ดั่งเดิมของบ้านหลังนี้ที่ผ่านมากว่าร้อยปี

ด้าน พอล ยอเจนเซ่น (Paul Jorgensen) นักทนายความและอาจารย์สอนกฎหมาย สามีนักการทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ได้รวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมาของบ้านหลังนี้ เพื่อจัดทำหนังสือ “Residential Heritage” ได้ทำหน้าที่ไกด์พาชมบ้าน เล่าว่า บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2475 โดย นายโฮเรชีโอ เบลีย์ วิศวกรชาวอังฤกษ และยังได้มีโอกาสถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนเป็นที่พอพระราชหฤทัยได้รับพระราชทินนามว่า “พระปฏิบัติราชประสงค์” จนนายเบลีย์เสียชีวิต รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังได้ซื้อบ้านหลังนี้จากครอบครัวเบลีย์ในปี พ.ศ.2469 และได้ใช้บ้านหลังนี้เป็นที่ทำการสถานทูตเบลเยียมระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ.2465-เดือนตุลาคม พ.ศ.2470 โดยอัครราชทูตที่ปรึกษาเบลเยียมประจำประเทศสยาม Baron de Villenfange de Sorinnes ได้บันทึกในปี 2465 ถึงบ้านหลังนี้ว่า “เป็นบ้านที่สวยที่สุดหลังหนึ่งในพระนครอย่างไม่ต้องสงสัย”

ในปีพ.ศ.2470 บ้านหลังนี้ถูกโอนไปอยู่ในความดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นบ้านพักของ นายเรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์ ที่ปรึกษาชาวอเมริกันคนที่ 4 ของกระทรวงการต่างประเทศ ตามด้วย นายเฟดเดอริค อาร์. โดลแบร์ กระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้เข้ายึดบ้านหลังนี้เพื่อใช้เป็นที่ทำการทางทหาร ซึ่งยังคงมีร่องรอยความเสียหายให้เห็นอยู่บ้าง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2สิ้นสุดลง นายเอ็ดวิน สแตนตัน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนแรก พร้อมด้วย มาดามโจเซฟินสแตนตัน ภริยา ยังไม่มีบ้านพักอย่างเป็นทางการ ต้องพักอยู่ภายในสถานทูตบนถนนสาทรในขณะนั้น จึงได้ทำการสำรวจหาบ้านที่เหมาะสม จนมาพบบ้านหลังหนึ่งบนถนนวิทยุ ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวาง แต่ทว่าตัวบ้านและบริเวณโดยรอบมีสภาพทรุดโทรม เต็มไปด้วยขยะจากสงคราม ไม่ว่าจะเป็นซากรถจี๊ป รถบรรทุก คูน้ำที่ล้อมบริเวณบ้านอยู่ก็เน่าเสียแม้สภาพบ้านไม่อาจจะอยู่อาศัยได้ แต่ทั้งสองกลับถูกชะตาในบ้านหลังนี้ มาดามโจเซฟิน จึงได้ติดต่อขอเช่าบ้านหลังนี้จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย และได้ทำการบูรณะซ่อมแซมจนบ้านกลับมามีความงดงามสวนโดยรอบมีความร่มรื่น และทำให้บ้านหลังนี้กลายมาเป็น U.S.Ambassador’s Residence อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับสถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้ เป็นบ้านทรงไทยประยุกต์ผสมผสานตะวันตกที่เรียกว่าโคโรเนียล ถ้ามองจากมุมบนจะมีลักษณะคล้ายตัว Tเป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูง โครงสร้างหลักเป็นปูน พื้นบ้านและผนังเป็นไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องว่าว หน้าจั่ว แต่เดิมในส่วนของห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ประดับด้วยไม้ฉลุเป็นฉากและบังตากั้นห้องต่างๆ ให้เป็นสัดส่วน แต่เปิดโล่งได้ด้วยหน้าต่างลูกฟักบานใหญ่โดยรอบ มีเพียงสองห้องนอนเท่านั้น ก่อนจะมีการปรับปรุงบ้านเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศและกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น มีการกรุกระจก หน้าต่างลูกฟัก ส่วนการตกแต่งภายในก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของเอกอัครราชทูตแต่ละท่านที่แตกต่างกันออกไป

ทั้งนี้ บ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เคยได้รับรางวัล “อาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2527” จาก สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ อีกด้วย

Leave a comment