ปรับพฤติกรรมชีวิต ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/275182

ปรับพฤติกรรมชีวิต ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม

ปรับพฤติกรรมชีวิต ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.ธไนนิธย์ โชตนภูติ

ด้วยสภาพการทำงานที่ต้องรีบเร่ง การอดอาหาร อดหลับอดนอนเพื่อให้งานเสร็จ ทำให้ ร่างกายต้องแบกรับความตึงเครียด ปราศจากการพักผ่อนอีกทั้งการใช้คอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมง นั่ง ยืน เดิน ฯลฯ ไม่ถูกท่า หรืออยู่ในท่าซ้ำๆ เดิมๆ ต่อเนื่องนานเกินไปจนปวดคอ บ่าไหล่ เมื่อยล้าหลัง ขา เท้า ข้อมือข้อเข่า หรือปวดศีรษะ และหนักขึ้นๆ กระทั่งเข้าสู่ภาวะออฟฟิศซินโดรม ซึ่งในระยะยาว อาจจะก่อ ให้เกิดอาการเรื้อรังและโรคอื่นๆ ตามมาได้

คลินิกนวัตกรรมระงับปวด สถาบันกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2 จัดเสวนาสุขภาพ “ห่างไกลโรคฮิตออฟฟิศซินโดรม” ให้ความรู้และความเข้าใจพร้อมการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยดารานักแสดงที่เคยประสบกับภาวะออฟฟิศซินโดรม มาร่วมเสวนา เริ่มที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ธไนนิธย์ โชตนภูติ แพทย์หัวหน้าสถาบัน และแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ สถาบันกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวถึงภาวะ “ออฟฟิศซินโดรม”ว่า เป็นโรคเกิดจากพฤติกรรมการทำงานและใช้ชีวิตไม่เหมาะสม เมื่อรักษาแล้วต้องปรับพฤติกรรมชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นซ้ำหรือเป็นภาวะปวดเรื้อรัง ทั้งนี้ คนไข้ในกลุ่มโรคออฟฟิศซินโดรม จำแนกง่ายๆ 3 ระดับดังนี้ ระยะเริ่มต้น จะแสดงอาการเล็กๆ น้อยๆ จนคนมองข้ามไป เช่น อาการปวดบ่า ปวดคอ ปวดหลัง ปวดหัว ฯลฯ ระยะต่อมา คือ ปวดจนแทบขยับเขยื้อนร่างกายแทบไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณเตือนของอาการกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง เช่น อาการยกแขนไม่ขึ้น เนื่องจากมีพังผืดเกาะที่บริเวณสะบักและหัวไหล่ บางรายอาจมีอาการชาไปที่มือหรือนิ้ว ระยะหนักหน่วง คือ ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการปรับพฤติกรรมหรือรักษา อาจนำไปสู่โรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันได้

ในส่วนการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษา ผศ.นพ.จิระเดช ตุงคะเศรณี แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อประจำคลินิกนวัตกรรมระงับปวด โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ข้อมูลว่า “เริ่มต้นโดยทีมแพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุของโรคก่อน เพื่อคืนสภาพของกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท สู่สภาวะปกติ และเป็นการป้องกันไม่ให้กลับมาเกิดอาการปวดอีก โดยแนวทางในการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค ยกตัวอย่างเช่น การใช้พลาสมาซึ่งมาจากเลือดของคนไข้ ผ่านกระบวนการพิเศษในการแยกพลาสมาจากน้ำเลือดของเรา เพื่อนำมาซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บหรือการฉีดยาระงับการปวดการอักเสบ การใช้คลื่นความถี่พิเศษไปหยุดยั้งความเจ็บปวดของเส้นประสาท ซึ่งเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง ในบางกรณีแพทย์อาจต้องให้มีการทำกายภาพบำบัด หรือการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วย”

ทางด้าน ดร.สิริพร ณ ป้อมเพชร อัลภาชน์ ผู้จัดการฝ่ายการสื่อสารการตลาด (Marketing and Communications Manager) ขององค์กรธุรกิจเกี่ยวกับกฎหมาย และอาจารย์พิเศษในหลักสูตรนานาชาติ ในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง แบ่งปันถึงสาเหตุหลักของ ปัญหาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ระยะยาวว่า “ค่อนข้างระมัดระวังเรื่องการนั่งทำงานหรืออยู่ในอิริยาบถเดิมๆ เป็นเวลานาน เช่น การนั่งก้มหน้า ตัวงอ ห่อไหล่ อยู่กับสมาร์ทโฟนคอมพิวเตอร์ ที่จะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ บริเวณคอและไหล่ โดยจะพักเปลี่ยนอิริยาบถ หรือมีการยืดกล้ามเนื้อผ่อนคลายระหว่างทำงานเป็นระยะๆ”

ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านการเตรียมสมรรถภาพร่างกายเพื่อการกีฬา มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ เล่าถึงทางออกในเรื่องการปวด กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ จากการออกกำลังกาย และกีฬาต่างๆ รวมถึงคนที่อยู่ในวัยทำงานที่เครียดเคร่งและมีเวลาออกกำลังกายยืดเส้นสายน้อยเพิ่มเติมด้วย “ถ้าจะแบ่งอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและกีฬา มีทั้งกล้ามเนื้อระบมทั้งก่อนและหลังการเล่นกีฬา เอ็นฉีกขาด หรือรุนแรงถึงระดับกระดูกและข้อ เราต้องป้องกันตั้งแต่แรก อย่างง่ายที่สุดคือ รู้จักร่างกายตัวเอง เข้าใจว่าร่างกายของเรามีประสิทธิภาพแค่ไหน ก่อนจะฝืนหนักเกินกว่าขีดจำกัดของตัวเองจะรับได้ และจะต้องมีการยืดกล้ามเนื้อหรือวอร์มร่างกายก่อนทุกครั้ง

“สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย แนะนำท่าออกกำลังกายเพื่อให้ได้ยืดเส้นยืดสายในออฟฟิศสองท่า ท่าแรกคือ Squat Mobility ท่าที่สองคือ Push up Shoulder Mobility ทั้งสองท่าจะช่วยในการปรับสรีระ และเรื่องการขยับตัวของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่างๆ จากการอยู่ในท่าเดิมนานๆ

ขั้นตอนง่ายๆ ของ ท่าแรก Squat Mobility หนึ่ง-ยืนขากว้างประมาณหัวไหล่ สอง-ขาตรงก้มลงไปจับปลายเท้า ท่อนแขนอยู่ด้านในของขา สาม-นั่งยองลงไป สี่-ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะแล้วยืนขึ้น ส่วน ท่าที่สอง Push up Shoulder Mobility หนึ่ง-เริ่มท่ามาตรฐานแบบวิดพื้น บนพื้น กำแพง หรือโต๊ะทำงาน สอง- ย่อแขนและลำตัวลง ให้ข้อศอกกางสาม-ดันตัวเองกลับมาแขนตรงกดศีรษะลง สี่-กลับมาที่ท่าเริ่มต้น

สำหรับศิลปินดาราสาวสวย แพทตี้-พิมพาภรณ์ เสริมพณิชกิจ ดารานักแสดงจากช่อง 7 ที่มีทั้งภารกิจในสายงานบันเทิงและธุรกิจส่วนตัว แบ่งปันประเด็นปัญหาการปวดกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ อย่างที่สาวๆ หลายคนเป็นอยู่ว่า “แพทตี้เคยมีปัญหาปวดสะโพก ต้นขา น่อง และเท้า อยู่เป็นระยะมาตลอดหลายปี สิ่งที่ปรับและทำได้อย่างยั่งยืนเลยคือ ทำบุคลิกภาพให้ดี ระวังท่าทางการนั่ง นอน ยืน และเดิน แน่นอนว่าผู้หญิงทำงานทุกคนจะต้องใส่รองเท้าส้นสูง สะพายหรือถือกระเป๋าค่อนข้าง มีน้ำหนัก นั่งไขว่ห้าง หรือแม้แต่ตอนนอนอ่านหนังสือ หรือใช้สมาร์ทโฟน ก็จะไม่ระวังอิริยาบถที่จะทำให้กล้ามเนื้อปวดเมื่อย ท่าที่อาจทำกระดูกคดงอ และปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมาอีกมาก ตรงนี้แพตตี้คิดว่า เราต้องฝึกระเบียบวินัยให้ร่างกายและท่าทางของตัวเอง ซึ่งการเล่นโยคะช่วยได้มากค่ะ ถือว่าได้ทั้งสุขภาพและบุคลิกภาพ”

Leave a comment