ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/276505

ผลักดันประเทศไทยสู่ความร่วมมือการรักษา ด้วยวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วินิจฉัย ‘มะเร็ง’ รู้เร็ว…รักษาได้
ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา
ปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรกๆ ทว่าเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ประชากรชาวโลก ต้องเผชิญหน้ากับโรคร้ายนานาชนิดที่แพร่ระบาดคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาล สิ่งที่แพทย์ทั่วโลกต่างวิตกกังวลคือ ภาวะโลกร้อน อุณหภูมิโลกที่แปลเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องในรอบหลายทศวรรษกำลังส่งผลให้สมดุลทางชีววิทยาในระบบนิเวศน์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) รายงานว่า ประชากรโลกจะต้องเผชิญกับโรคติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากโรคติดเชื้อเก่าที่จะกลับมาอีกกว่า 180 โรค และโรคที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ ยังไม่รวมถึงโรคสำคัญอย่างมะเร็ง ซึ่งแพทย์ระบุว่า เป็นโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อน ในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม ยารักษาโรค ฯลฯ รวมทั้งการได้รับรังสี เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด หรือปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน และภาวะทุพโภชนา ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยทางการแพทย์จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกันเพื่อให้เท่าทันโรค
บริษัท ไคอาเจน เอ็น วี บริษัท โฮลดิ้ง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ โดยมุ่งมั่น ขับเคลื่อนธุรกิจการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและการดูแลสุขภาพ โดยให้ผู้ใช้บริการเข้าใจและเข้าถึงการรักษาในระดับโมเลกุล ได้ขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดีและมหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือสำหรับเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุลเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึก เริ่มต้นจากถอดรหัสพันธุกรรมในการรักษาโรคมะเร็งและมาลาเรีย

วิลเลียม ลิน
นายวิลเลียม ลิน ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไคอาเจน (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งศูนย์ความร่วมมือสำหรับเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุล และร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมจากเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Next generation sequencing: NGS) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์ร่วมกับทีมวิจัยวิทยาศาสตร์ชีวภาพและผู้รับบริการด้านสุขภาพ
“เราภูมิใจที่จะสานต่อความมุ่งมั่นที่มีต่อประชาชนชาวไทย ซึ่งกว่า 16 ปีที่เราได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการแพทย์และหน่วยงานภาครัฐ ในการเปิดสำนักงานใหม่ในกรุงเทพ เรายังนำเสนอการร่วมมือกับสององค์กรทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยเรามุ่งหวังจะส่งมอบนวัตกรรมโซลูชั่น Sample to Insight สำหรับการทดลองด้านชีวโมเลกุลซึ่งรวมทั้งโซลูชั่น ไคอาเจน เอ็นจีเอส (QIAGEN NGS) ของเรา เพื่อพัฒนาคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”
ศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า เพื่อให้การรักษาและคัดกรองโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การลดจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการเป็นโรคมะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงได้ร่วมกับองค์กรเอกชนในการศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมจากเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Next generation sequencing : NGS) อันเป็นที่มาของการนำโซลูชั่น QIAGEN NGS เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมความไวสูง ที่สามารถวิเคราะห์เนื้อเลือดหรือตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อระบุการกลายพันธุ์ในระดับยีนได้อย่างแม่นยำ และสามารถประเมินค่าความเสี่ยงของมะเร็งได้ทุกระยะ ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถประเมินวิธีการรักษาที่ดีที่สุด นับเป็นความก้าวหน้าของนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งโรงพยาบาล ได้นำนวัตกรรมโซลูชั่น ไคอาเจน NGS ถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดของการตรวจโรคมะเร็ง เพื่อมาใช้ในการวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยการตรวจเลือดและการตัดชิ้นเนื้อมาแล้ว 2 ปี โดยนวัตกรรมดังกล่าวสามารถตรวจโรคมะเร็งได้ทุกระยะ และมีความแม่นยำสูง

ดร.หวัง หงุ่ยตระกูล
“การวินิจฉัยโรคมะเร็ง หากสามารถตรวจพบได้เร็ว และมีความแม่ยำในการประเมินผล ก็จะสามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้น การแสวงหาแนวทางการรักษาใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวทันโรค ก็จะสามารถลดความเสี่ยงและรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็งนั้นสามารถใช้ได้หลายแนวทางประกอบกันตั้งแต่การตรวจเลือด การทดสอบเนื้อเยื่อ การตัดชิ้นเนื้อ ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์แต่ด้วยนวัตกรรมล่าสุดไคอาเจน เอ็นจีเอสก็ทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้แม่นยำขึ้น”
ส่วน ดร.หวัง หงุ่ยตระกูล ภาควิชาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์โรคเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า ในส่วนของความร่วมมือระหว่าง ไคอาเจนกับเวชศาสตร์เขตร้อนนั้น เราได้ก่อตั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจีโนมที่เป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคมาลาเรียและโรคอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโรคอย่างต่อเนื่อง และจากที่เคยได้ร่วมกับทีมวิจัยเชิงวิเคราะห์ที่ผ่านมานั้น พบว่าโรคมาลาเรียมีฤทธิ์ตกค้างในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากพาหะของโรคที่ไม่แสดงอาการทั้งหลาย จึงนับเป็นโอกาสสำคัญของความร่วมมือของภาควิชาการและอุตสาหกรรม ที่จะเดินหน้างานค้นคว้าใหม่ๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคนิคทางด้านชีวโมเลกุลเพื่อรับมือกับโรคนี้ในอนาคต สู่นักวิจัยรุ่นต่อๆ ไป
ด้าน ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนาสาขาวิชาอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ศูนย์จีโนมทางการแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้รับความร่วมมือด้านโซลูชั่น ไคอาเจน NGS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมความไวสูงที่จะช่วยในการวิเคราะห์เลือดหรือตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อระบุการเปลี่ยนแปลงในระดับยีน ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ประเมินวิธีการรักษาที่ดีที่สุด ซึ่งคาดหวังว่าการร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวินิจฉัยผู้ป่วยให้เข้าถึง การรักษาแบบที่ทางการแพทย์จะเรียกว่า การรักษาแบบตรงจุด หรือแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)